นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสหนึ่ง ปี 2569 ว่า สถานการณ์หนี้ครัวเรือนล่าสุดในไตรมาสสี่ ปี 2568 ปรับเพิ่มขึ้น 0.05% มีมูลค่ารวม 16.44 ล้านล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์ทมวลรวมในประเทศ( GDP) อยู่ที่ 86.7% ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมา ด้านคุณภาพสินเชื่อพบว่า สินเชื่อที่ผิดนัดชำระเกิน 90 วันขึ้นไป (NPLs) จากข้อมูลเครดิตบูโร มีมูลค่ารวม 1.31 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 9.59% ของสินเชื่อรวม ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 9.45% ในไตรมาสที่ผ่านมา
โดยปรับเพิ่มขึ้นจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อส่วนบุคคลเป็นหลัก ส่วนสินเชื่อที่ค้างชำระระหว่าง 31-90 วัน (SMLs) มีมูลค่า 480,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 3.51% เพิ่มขึ้นจาก 3.09% ของไตรมาสก่อนหน้า
ทั้งนี้ มีประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ 3 เรื่องหลัก เรื่องแรกคือ พฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่กลุ่มอายุต่ำกว่า 25 ปี ที่มักซื้อสินค้าและบริการตามรีวิวหรือเทรนด์ออนไลน์ ส่งผลให้หนี้คงค้างบัตรเครดิตกลุ่มนี้โตเพิ่มขึ้น 13.5% และหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลเติบโตเพิ่มขึ้น 11.5% เป็นการเติบโตที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอายุอื่นในปี 2568 จึงเสนอให้เร่งเสริมสร้างทักษะทางการเงินแก่คนรุ่นใหม่ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา
เรื่องที่สองคือ การเปิดตัวของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ที่ต้องเฝ้าระวังการก่อหนี้เพิ่ม เช่นเดียวกับกรณีของประเทศจีนที่พบว่าระบบสินเชื่อออนไลน์ทำให้ผู้กู้บางส่วนเข้าสู่วงจรหนี้ได้ง่ายขึ้น ขณะที่ประเทศฟิลิปปินส์พบว่าธนาคารดิจิทัลมีสัดส่วน NPLs สูงกว่าธนาคารแบบดั้งเดิม และเรื่องที่สามคือ อิทธิพลของ Finfluencer ต่อพฤติกรรมการเงินของครัวเรือนในยุคดิจิทัล
ซึ่งบางส่วนอาจเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือคลาดเคลื่อน สศช. จึงเสนอให้กำกับดูแลเนื้อหาของ Finfluencer โดยกำหนดให้มีการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และต้องมีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง
นอกจากนี้ ในด้านการคุ้มครองผู้บริโภคพบว่า ในไตรมาสแรกของปี 2569 มีการร้องเรียนของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นถึง 16.2% โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง 3 กรณี ได้แก่ กรณีแรก คือ ความเปราะบางของกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ ซึ่งบางแห่งขาดสภาพคล่องทางการเงิน ทุจริต หรือยุติการดำเนินงานกะทันหัน ส่งผลกระทบต่อสมาชิกจำนวนมาก
กรณีที่สอง คือ กลโกงรูปแบบใหม่ของมิจฉาชีพทางออนไลน์ อาทิ การหลอกลวงซื้อขายการ์ดการ์ตูนสะสม โดยมิจฉาชีพนำภาพที่สร้างจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาหลอกให้ผู้บริโภคสั่งจองล่วงหน้า (Pre-order) แล้วเชิดเงินหนี
รวมถึงกรณีกลุ่มมิจฉาชีพชักชวนลงทุนซื้อขายทองคำปลอมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และกรณีสุดท้าย คือ ปัญหาสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ที่มีการแพร่กระจายทั้งในตลาดทั่วไปและแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างต่อเนื่อง

