“พัฒนา”เล็งออก "ประกันสุขภาพคนข้ามแดนไปมา" แก้ปัญหารพ.ชายแดนแบกหนี้เสียค่ารักษาพยาบาลปีละหลายพันล้านบาท
เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2569 ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ ว่า ตั้งแต่รับตำแหน่ง ตนทราบปัญหาตามแนวชายแดนของประเทศไทย ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านยังมีปัญหาสุขลักษณะอนามัย และรพ.ตามชายแดน รับภาระตรงนี้ ต้องขอบคุณแพทย์ทั่วประเทศดูแลเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แต่ความท้าทายคือ งบประมาณ ไทยมีข้อจำกัดในการใช้เงิน ในการทำงาน ตรงนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนในการดูแลคนป่วย ไม่ว่าชาติใดประเทศใด
“หลังจากทราบเรื่อง รพ.อุ้มผาง มีวิกฤตการเงิน จนไม่มีเงินจ่ายบุคลากร ได้หารือกับปลัดสธ. และยืนยันว่า จะจัดงบสนับสนุนช่วยเหลือ เพื่อให้บริการผู้ป่วยต่อเนื่อง ไม่ขาดตอน และบุคลากรทางการแพทย์ต้องได้รับค่าตอบแทนตามที่ได้ดูแลผู้ป่วย” นายพัฒนา กล่าว
นายพัฒนา กล่าวอีกว่า ปัญหารพ.ชายแดน มีหลายอย่างทั้งประเทศเพื่อนบ้านสู้รบกัน และเข้ามารับการรักษา ,โรคภัยที่เกิดในประเทศเพื่อนบ้าน และเข้ามารับการรักษา และ3.พื้นที่ค่ายอพยพ ผู้ลี้ภัย งบต่างประเทศถูกตัดงบ หลายๆปัจจัยผสมกัน รวมถึงงบจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ได้มาจำนวนหนึ่ง แต่ทุกฝ่าย รวมถึงสปสช.ก็เร่งรัด เบิกจ่าย
ทั้งนี้ ได้ให้มีการบริหารจัดการแบบ One Region One Province One Hospital” หรือ 1 เขตสุขภาพ 1 จังหวัด 1 รพ. ตามนโยบายของท่านปลัดสธ.และกระทรวงสาธารณสุข โดยให้รพ.ขนาดใหญ่เข้าไปช่วยดูแล สนับสนุน รพ.ขนาดเล็ก หรือรพ.ที่ประสบปัญหา ซึ่งในส่วน รพ.อุ้มผาง มีรพ.ในพื้นที่เข้าไปช่วยบริจาคแล้ว 5 ล้าน 10 ล้าน ซึ่ง รพ.แม่สอด ช่วย 10 ล้านบาท
นายพัฒนา กล่าวด้วยว่า สำหรับแผนระยะยาว ต้องไปดูว่ามีศักยภาพในการรักษาผู้ป่วยคนไทยเท่าไหร่ ศักยภาพดูแลผู้ป่วยต่างประเทศ หรือประเทศเพื่อนบ้านอย่างไร แต่ละพื้นที่มีปัญหาแตกต่างกัน แต่จะไปดูในรายละเอียด ซึ่งคงไม่ใช่แค่ต่างด้าวเท่านั้น เพราะปัจจุบัน รพ.ในกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ ได้ให้บริการผู้ป่วยต่างชาติ ต่างด้าวที่เข้ามาในไทย ซึ่งเก็บเงินไม่ได้ปีละหลายพันล้านบาท เป็นภาระงบประมาณเช่นเดียวกัน โดยกำลังมีนโยบายที่จะเข้าไปดูประกันภัย ประกันสุขภาพต่างๆ ที่อยากจะให้ต่างชาติที่เข้ามาต้องจ่ายประกันสุขภาพเพิ่มเติม ส่วนรูปแบบใดจะมีการเผยแพร่ต่อไป
ถามว่ามีมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 18 ตั้งกองทุนเฉพาะขึ้น โดยรัฐบาลหนุนงบตั้งต้นก่อนสัก 100-200 ล้านบาท จากนั้นหางบจากภาคประชาสังคม หรือส่วนอื่นๆ นายพัฒนา กล่าวว่า ต้องมองภาพใหญ่ก่อน ว่า จะจัดสรรงบประมาณของไทยดูแลอย่างไร เพราะคาบเกี่ยวระหว่างประเทศด้วย หากต้องดูแลต่างชาติ แต่หากเป็นงบดูแลคนไทยเป็นภารกิจของกระทรวงฯอยู่แล้ว ทั้งนี้ การจะแก้ภาพรวมขนาดนั้น ในเรื่องกองทุนต้องพิจารณารอบด้าน เพราะไม่อยากใช้มาตรการระยะสั้น ไปแก้ระยะยาว ต้องแก้เชิงโครงสร้าง
ส่วนข้อเสนอเรื่องต้องปรับการบริหารจัดสรรงบบัตรทอง โดยต้องปฏิรูปสปสช. นายพัฒนา กล่าวว่า มีข้อเสนอนี้ตั้งแต่วันแรกๆที่ตนรับตำแหน่ง ต้องบอกว่า เรื่องนี้กำลังปรับกำลังพูดคุย หลายๆส่วนของสปสช.ได้รับความร่วมมือเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ ทุกอย่างมีกระบวนการ
อนึ่ง ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เรียกเก็บไม่ได้ในพื้นที่ชายแดน
- ปี 2562 จำนวน ราว1,894 ล้านบาท
- ปี 2563 จำนวนราว 1,763 ล้านบาท
- ปี 2564 จำนวนราว 3,514 ล้านบาท
- ปี 2565 จำนวนราว 3,597 ล้านบาท
- ปี 2566 จำนวนราว 2,054 ล้านบาท
- ปี 2567 จำนวนราว 2,315 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายเรียกเก็บไม่ได้ปี 2567 รายชายแดน ( ณ 28 ก.พ.2568)
- ชายแดนไทย-เมียนมา 76.3 % / ต่างด้าวมารับบริการ 570,000 ครั้ง /เก็บไม่ได้ 1,800 ล้านบาท
- ชายแดนไทย-กัมพูชา 12 % / ต่างด้าวมารับบริการ 160,000 ครั้ง /เก็บไม่ได้ 277 ล้านบาท
- ชายแดนไทย-ลาว 7.8 % / ต่างด้าวมารับบริการ 100,000 ครั้ง /เก็บไม่ได้ 180 ล้านบาท
- ชายแดนไทย-มาเลเซีย 4 % /ต่างด้าวมารับบริการน 41,000 ครั้ง /เก็บไม่ได้ 93 ล้านบาท





