วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘CLICX’ เตรียมเปิดบริการ Virtual Bank แห่งแรกของไทย กวาดคนเข้าถึงสินเชื่อในระบบ

‘CLICX’ เตรียมเปิดบริการ Virtual Bank แห่งแรกของไทย กวาดคนเข้าถึงสินเชื่อในระบบ

ความคืบหน้าล่าสุดของการจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือ Virtual Bank ในประเทศไทย คือ "ธนาคารคลิกซ์" หนึ่งในสามของผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจากกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมเปิดให้บริการแล้วในเดือนมิ.ย.ที่จะถึงนี้

สำหรับธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ "CLICX" เป็นการร่วมทุนระหว่าง 3 พันธมิตรยักษ์ใหญ่ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (AIS) และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ซึ่งเกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “Bank in One CLICX” ที่ผสานบริการทางการเงินเข้ากับชีวิตประจำวันอย่างไร้รอยต่อ

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการจัดตั้ง Virtual Bank ว่า กระบวนการพิจารณาต่างๆ ได้เสร็จสิ้นแล้ว โดยรายแรกที่มีความพร้อมจะเริ่มดำเนินการให้บริการ (Operate) อย่างเป็นทางการเดือนมิ.ย.นี้ โดยเป้าหมายสำคัญของการตั้ง Virtual Bank ไม่ใช่การมุ่งเน้นให้ภาพรวมของยอดสินเชื่อในระบบเติบโตขึ้นอย่างหวือหวา แต่เป็นการพุ่งเป้าไปที่การเพิ่ม "จำนวนคน" ให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้อย่างมีนัยสำคัญ

โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่ต้องการวงเงินกู้ขนาดเล็กตั้งแต่ 10,000-50,000 บาท ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่จะได้ประโยชน์ คนกลุ่มนี้มักเข้าไม่ถึงบริการของธนาคารพาณิชย์ดั้งเดิม และต้องหันไปพึ่งพาหนี้นอกระบบที่คิดอัตราดอกเบี้ยสูง 5-10% ต่อเดือน

ทั้งนี้ จุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้ Virtual Bank สามารถปล่อยสินเชื่อได้คือการนำ "ข้อมูลทางเลือก" (Alternative Data) มาใช้ประเมินความเสี่ยงและวิเคราะห์พฤติกรรมผู้กู้ (Credit Scoring) อย่างละเอียด

โดยในกรณีของคลิกซ์ มีการวิเคราะห์โดยอาศัยฐานข้อมูลขนาดใหญ่จาก 3 พันธมิตร อาทิ ข้อมูลโทรคมนาคม ที่จะบ่งบอกพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือ โลเคชันการเดินทาง และรูปแบบการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีความแม่นยำสูงและสะท้อนวิถีชีวิตจริงของผู้กู้ การใช้ข้อมูลทางเลือกเหล่านี้จะทำให้ธนาคารเข้าใจลูกค้าได้ชัดเจนกว่าการประเมินจากเอกสารรายได้แบบเดิม 

อย่างไรก็ตาม โมเดลธุรกิจ Virtual Bank ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่จะการันตีผลสำเร็จเสมอไป และมีตัวอย่างในต่างประเทศที่ประสบความล้มเหลวมาแล้ว สิ่งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจนี้อยู่รอดได้คือ "การบริหารต้นทุนให้ต่ำที่สุด" เนื่องจากข้อจำกัดที่แทบจะไม่มีส่วนต่างกำไร (Margin) รูปแบบการทำงานจึงต้องอาศัยระบบดิจิทัลทั้งหมดโดยไม่มีสาขา

รวมทั้ง การลดความเสี่ยงต่อการเกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) โดยการปรับเปลี่ยนวิธีการทวงถามหนี้ให้มีความถี่มากขึ้น จากเดิมที่เก็บเป็นรายเดือน อาจต้องเปลี่ยนเป็นรายสัปดาห์หรือรายวัน ซึ่งธนาคารสามารถปรับตัวได้เร็วกว่าโมเดลสินเชื่อแบบเดิม

นอกจากนี้ การเข้ามาของ Virtual Bank จะสร้างแรงสั่นสะเทือนและเข้ามาดิสรัปต์ (Disrupt) ธุรกิจสินเชื่อรายย่อยอย่างมีนัย โดยเฉพาะธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) 

ทั้งนี้ พิโกไฟแนนซ์ถูกออกแบบมาเพื่อต่อสู้กับหนี้นอกระบบ โดยมีการคิดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดได้ถึง 36% ต่อปี หรือประมาณ 3% ต่อเดือน ดังนั้นเมื่อมี Virtual Bank เข้ามา กลุ่มลูกค้าที่เคยเข้าไม่ถึงธนาคารใหญ่ จะสามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบใหม่นี้ได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้จำนวนผู้ที่ต้องถูกผลักไปใช้บริการพิโกไฟแนนซ์หรือหนี้นอกระบบมีจำนวนลดน้อยลงไปเรื่อยๆ