วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม 2569

Login
Login

สหพันธ์ขนส่งทางบก จี้รัฐคลอดแผนแม่บทพลังงาน ปรับโครงสร้างราคา

สหพันธ์ขนส่งทางบก จี้รัฐคลอดแผนแม่บทพลังงาน ปรับโครงสร้างราคา

สหพันธ์ขนส่งทางบก กระทุ้งรัฐบาลกล้ารื้อโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ จี้คลอดแผนแม่บทเปลี่ยนผ่านพลังงานชาติ เบรกรถบรรทุก EV ชี้ต้นทุนยังสูงหวั่นสร้างโดมิโนเอฟเฟกต์ทำลายห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไทย

บนเวทีเสวนาโต๊ะกลม “The BIG Issue Energy Crisis New Resolutions: ทางออกวิกฤติพลังงานอย่างยั่งยืน” ซึ่งจัดขึ้นโดย ฐานเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2569 นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ได้ร่วมสะท้อนมุมมอง และข้อเสนอแนะต่อภาครัฐถึงแนวทางการรับมือกับวิกฤติพลังงาน

นายทองอยู่ ระบุว่า ปัจจุบันภาคการขนส่งต้องแบกรับภาระอย่างหนักจากการใช้น้ำมันดีเซลที่สูงถึง 40-50 ล้านลิตรต่อวัน สิ่งสำคัญที่ประชาชนต้องการเห็นจากรัฐบาลคือ การจัดทำแผนแม่บท (Master plan) ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้ไทยตกเป็นเบี้ยล่างผู้แสวงหาผลประโยชน์จากน้ำมัน นอกจากนี้ รัฐบาลจะต้องมีความกล้าที่จะปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ ทั้งน้ำมัน ไฟฟ้า และก๊าซ

นายทองอยู่ ระบุว่า ราคาพลังงานยังมีความเหลื่อมล้ำด้านราคาอยู่ สำหรับประชาชนและภาคการขนส่งในจังหวัดห่างไกล เช่น เชียงใหม่ ลำพูน หรือ แม่ฮ่องสอน กลับต้องแบกรับราคาน้ำมัน และสินค้าที่แพงกว่าในกรุงเทพฯ ทั้งที่โครงสร้างพื้นฐาน และรายได้เฉลี่ยของประชากรในพื้นที่ดังกล่าวนั้นแย่กว่าในเมืองหลวง

ซึ่งรัฐบาลควรแสดงขีดความสามารถในการบริหารจัดการสถานการณ์ และมีแผนเผชิญเหตุที่ดี โดยไม่ผลักภาระให้ประชาชน หรืออ้างเพียงปัจจัยภายนอกประเทศเท่านั้น

ในประเด็นการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภาคการขนส่งขนาดใหญ่นั้น นายทองอยู่ เตือนว่า รัฐบาลควรดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลไปสู่ EV ในทันที เนื่องจากปัจจุบันการใช้รถบรรทุก EV ยังมีข้อจำกัด และต้นทุนที่สูงมาก เช่น ราคาตัวรถที่แพงกว่ารถยนต์สันดาปถึงคันละ 2 ล้านบาท รวมถึงน้ำหนักของแบตเตอรี่ที่หนักถึง 2 ตัน ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการบรรทุกสินค้าของรถบรรทุกลดลงไปถึง 2 ตันเช่นกัน ส่งผลกระทบต่อจำนวนรอบและค่าบริการขนส่ง ตลอดจนปัญหาด้านต้นทุนที่สูงในการสร้างสถานีชาร์จไฟฟ้า และหม้อแปลงไฟแรงสูง และยังมีความกังวลเกี่ยวกับการจัดการขยะแบตเตอรี่ในอนาคตด้วย

ที่สำคัญ การเปลี่ยนผ่านไปสู่ EV อย่างกะทันหันอาจสร้างผลกระทบแบบโดมิโนต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ซึ่งดำเนินกิจการมาอย่างยาวนานกว่า 68 ปี

ดังนั้น ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบก จึงเสนอว่า ในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนผ่าน รัฐบาลควรกลับมาให้ความสำคัญกับพลังงานทางเลือก และพลังงานทดแทนที่มีอยู่แล้วในประเทศ เช่น ไบโอดีเซล LNG หรือแม้แต่การจัดการรถ NGV ที่จอดทิ้งไว้ให้กลับมาเป็นประโยชน์ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5 ไปพร้อมกับการรอให้เทคโนโลยี EV มีความพร้อม และราคาจับต้องได้มากกว่านี้

การเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานของประเทศไทยนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ไทยต้องปรับตัวตามกระแสโลก เช่น มาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (CBAM)

สำหรับทางออกเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านนี้ประสบความสำเร็จและยั่งยืน โดยการเปลี่ยนผ่านต้องกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน ทั้งระยะเบื้องต้น ระยะกลาง และระยะปลาย โดยต้องคิดให้ครบทั้งระบบ 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์