สศค.-สภาพัฒน์-สำนักงบฯ-แบงก์ชาติ จ่อถกทบทวนกรอบเงินเฟ้อก่อนสงกรานต์ เร่งประเมินฉากทัศน์เศรษฐกิจใหม่รับมือวิกฤติ
KEY POINTS
- 4 หน่วยงานเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ สภาพัฒน์, สศค., ธปท. และสำนักงบประมาณ เตรียมประชุมเพื่อทบทวนกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อใหม่
- การประชุมมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินสถานการณ์และจัดทำฉากทัศน์ทางเศรษฐกิจ เพื่อรับมือกับวิกฤตที่คาดว่าจะยืดเยื้อ
- แม้เงินเฟ้อจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1-3% แต่เป็นผลจากปัจจัยภายนอก (สงคราม) ไม่ใช่การเติบโตของเศรษฐกิจตามกลไกปกติ
- ผลการหารือจะถูกจัดทำเป็นรายงานเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อรับทราบตามมติในทุกไตรมาส
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงการประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันว่า ขณะนี้ สศค. กำลังทำงานร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) อย่างใกล้ชิด รวมถึงหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อประเมินตัวเลข GDP ในไตรมาสแรกและจัดทำฉากทัศน์ (Scenario) ทางเศรษฐกิจใหม่
"สถานการณ์ในปัจจุบันคาดเดาได้ยากมาก จึงต้องเตรียมการและประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับแต่ละกลุ่มธุรกิจอย่างละเอียด โดยประเมินว่าสถานการณ์ผลกระทบในขณะนี้มีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อยาวนานกว่า 1 เดือน จึงต้องมาพิจารณาความร้ายแรงของแต่ละปัจจัยอย่างจริงจังร่วมกัน"
ในประเด็นด้านอัตราเงินเฟ้อ นายวินิจ ระบุว่าจะมีการเรียกประชุม 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สภาพัฒน์ สศค. ธปท. และสำนักงบประมาณ ในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์นี้ หลังจากรอตัวเลขเศรษฐกิจที่ชัดเจนของเดือนมีนาคม
โดยการประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือ ประเมินผล และทบทวนเรื่องกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ (Inflation Targeting) เพื่อจัดทำรายงานเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ ซึ่งเป็นไปตามมติ ครม. ที่ให้รายงานความคืบหน้าในทุกไตรมาส
ทั้งนี้ แม้ว่าปัจจุบันตัวเลขเงินเฟ้อจะปรับตัวพุ่งสูงขึ้นจนกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ 1-3% ได้ จากเดิมที่เคยหลุดกรอบและอยู่ในระดับต่ำกว่า 1% แต่สาเหตุหลักมาจากการผลกระทบของสงคราม ไม่ใช่การเติบโตตามกลไกปกติ
ซึ่ง สศค. ประเมินว่า หากเงินเฟ้อปรับสูงขึ้นในขณะที่ปัจจัยทางเศรษฐกิจอื่นๆ หายไป จนถึงจุดที่ส่งผลกระทบและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค (Consumption) ของประชาชน ย่อมไม่ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจ ดังนั้น ทุกหน่วยงานจึงต้องเร่งประเมินฉากทัศน์ว่าวิกฤตครั้งนี้จะยาวนานแค่ไหน และทิศทางผลกระทบจะเป็นอย่างไร
สำหรับการเตรียมพร้อมรับมือปัญหาเศรษฐกิจในระยะต่อไป แผนการคลังระยะปานกลาง (MTFF) จะต้องถูกนำมาพิจารณาควบคู่และอ้างอิงไปตามฉากทัศน์การประเมินเศรษฐกิจใหม่ด้วยเช่นกัน





