สนค. ลงพื้นที่ตลาดมณีพิมาน พบสินค้าหลักยังเพียงพอ แต่ผู้ค้ากังวลต้นทุนสูง ทั้งค่าขนส่งและบรรจุภัณฑ์ ราคาผักและผลไม้ปรับตามฤดูกาล ขณะอาหารปรุงสำเร็จยังไม่ขึ้นราคา พร้อมชี้มาตรการรัฐช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดผลกระทบค่าครองชีพ
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ ณ ตลาดมณีพิมาน (ตลาดเตาปูน) เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการ โดยได้พบปะและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการโดยตรง เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการวิเคราะห์และกำหนดมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
จากการลงพื้นที่ พบว่าสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ขณะที่ผู้ค้าส่วนใหญ่เผชิญต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเสนอให้ภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ช่วยเพิ่มยอดขาย ปรับปรุงนโยบายภาษี และอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงโครงการสวัสดิการแห่งรัฐให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สำหรับการตรวจสอบราคาสินค้าและบริการที่ใช้ในการจัดทำดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เช่น ไข่ไก่ ผักสด และอาหารปรุงสำเร็จ พบว่าสินค้ากลุ่มอาหารสดเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดและฤดูกาล โดยผักบางชนิด เช่น ผักชีและมะนาว ปรับราคาสูงขึ้นจากสภาพอากาศร้อนจัดที่กระทบผลผลิต ขณะที่ราคาอาหารปรุงสำเร็จส่วนใหญ่ยังไม่ปรับราคา แม้ว่าต้นทุนบางส่วนจะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการมีความกังวลว่า หากราคาก๊าซหุงต้มปรับเพิ่มขึ้น อาจจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าในระยะต่อไป
นอกจากนี้ ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ เช่น ถุงพลาสติก ซึ่งเป็นสินค้าที่ใช้ในทุกร้านค้า พบว่ามีการปรับราคาสูงขึ้นประมาณ 20-40 % ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการประกอบการโดยตรง ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังมีความกังวลต่อภาวะยอดขายที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ที่ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการต้องปรับตัวและใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น
โดยคาดว่า อัตราเงินเฟ้อในเดือนมี.ค. 2569 อาจได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศช่วงครึ่งเดือนแรกยังถูกพยุงจากมาตรการภาครัฐ ประกอบกับสินค้าส่วนใหญ่ยังเป็นสต็อกเดิม ทำให้ราคาสินค้ายังไม่ปรับขึ้นในวงกว้าง และแรงกดดันเงินเฟ้อยังอยู่ในวงจำกัด โดยคาดว่าในเดือนเม.ย.ผลกระทบอาจชัดเจนขึ้น โดยในวันที่ 7 เม.ย.สนค.เตรียมแถลงเงินเฟ้อเดือน มี.ค. เวลา 10.30 น.
“การลงพื้นที่ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการรับฟังเสียงสะท้อนที่แท้จริงจากประชาชน เพื่อให้การกำหนดนโยบายและมาตรการช่วยเหลือของกระทรวงพาณิชย์ในอนาคต สามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที”นายนันทพงษ์ กล่าว





