วันพุธ ที่ 9 กันยายน 2569

Login
Login

CPF เร่งสร้างความยืดหยุ่นตลอดห่วงโซ่คุณค่า หนุน SME-เกษตรกรเติบโตคู่ธุรกิจอย่างยั่งยืน

CPF ชูแนวคิด “Sustain the Chain, Share the Gain” รับมือโลกผันผวน เดินหน้าสร้างความยืดหยุ่นตลอดห่วงโซ่คุณค่า หนุน SME-เกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ควบคู่ขับเคลื่อนนวัตกรรมและ Net Zero เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

ในงาน GCNT Expo 2026 : From Shock to Shift จากวิกฤติโลกสู่ธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน “ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ” ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF แสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ "Sustain the Chain, Share the Gain ต่อยอดทศวรรษแห่งการลงมือทำ เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน" เพื่อแบ่งปันมุมมองการรับมือความผันผวนระดับโลก พร้อมนำเสนอทิศทางการยืดหยุ่นห่วงโซ่อุปทานและการแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกับพันธมิตรทุกระดับ เพื่อขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหารและการเติบโตอย่างมั่นคงร่วมกันในระยะยาว

ความผันผวน “Shocks” ที่ไม่เหมือนเดิม

“ประสิทธิ์” ฉายภาพให้เห็นถึงวิกฤตการณ์และความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในปัจจุบันว่า จะยังคงอยู่และไม่กลับไปเป็นภาพที่เคยคุ้นเคยในอดีตอีกต่อไป ปัจจัยที่สร้างผลกระทบประกอบด้วยความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้กระแสโลกาภิวัตน์แตกแยก ความผันผวนทางการเมืองระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา และการเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรีของอังกฤษที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลต่อนโยบายการค้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สำหรับผู้ส่งออกนโยบายกำแพงภาษีนำเข้าที่สูงกว่า 10% ของสหรัฐฯ ได้สร้างความท้าทายอย่างมากต่อการวางแผนงานและการเจรจากับคู่ค้า นอกเหนือจากปัจจัยทางการเมืองและการค้าแล้ว วิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในช่วง 3 ปีหลัง โดยเกิดปรากฏการณ์คลื่นความร้อนในยุโรปและอังกฤษ ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานเดิมไม่รองรับสภาพอากาศร้อนจัด ประกอบกับผลกระทบสะสมจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่ยังคงหลงเหลืออยู่

CPF เร่งสร้างความยืดหยุ่นตลอดห่วงโซ่คุณค่า หนุน SME-เกษตรกรเติบโตคู่ธุรกิจอย่างยั่งยืน

รวมพลังตลอดห่วงโซ่คุณค่า

เพื่อรับมือกับความผันผวน CPF ได้ปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจที่มุ่งเน้นพัฒนาการดำเนินงานและประสิทธิภาพคู่ค้า และสร้างความยืดหยุ่นตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดย CPF ได้ถอดบทเรียนข้ามอุตสาหกรรม จากแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดของบริษัทโตโยต้า ประเทศญี่ปุ่น ที่เน้นการขับเคลื่อนและช่วยเหลือพันธมิตรใน Value Chain ไปพร้อมกันทั้งหมด

“ประสิทธิ์” ระบุว่า ห่วงโซ่คุณค่าเฉพาะในส่วนของ CPF ในประเทศไทยมีผู้เกี่ยวข้อง ทั้งคู่ค้า เกษตรกร และครอบครัว รวมกันกว่า 1 ล้านคน หากดำเนินธุรกิจในรูปแบบเดิมคือซื้อมาขายไปโดยไม่คำนึงถึงความอยู่รอดของคู่ค้า ธุรกิจขนาดใหญ่อย่าง CPF ก็อาจจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในระยะยาว CPF จึงหันมาเน้นแนวคิด "การสร้างความยืดหยุ่นและความมั่นคงร่วมกัน" แทนการบริหารจัดการแบบทันเวลาพอดี แบบดั้งเดิม

“CPF จัดซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการในประเทศไทยประมาณ 5,000 บริษัท หากพวกเขาไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้ เราเองก็จะได้รับผลกระทบ เพราะไม่สามารถเข้าไปทำแทนได้ทั้งหมด ดังนั้น สิ่งสำคัญคือต้องร่วมมือและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเหล่านี้เติบโตและอยู่ร่วมกับเราได้ในระยะยาว”

ความมั่นคงทางอาหาร

โมเดลธุรกิจของ CPF ในปัจจุบันขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ ระบบบูรณาการตลอดห่วงโซ่คุณค่า เครือข่ายระดับโลก และนวัตกรรมอาหาร โภชนาการ และเทคโนโลยีชีวภาพ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการควบคุมต้นทุนตลอดห่วงโซ่ และรักษาความปลอดภัยของอาหารเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค

ปัจจุบัน CPF มีการลงทุนโดยตรงทั้งฟาร์มและโรงงานใน 17 ประเทศ และส่งออกสินค้าไปยังกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ตัวอย่างการทำหน้าที่สร้างความมั่นคงทางอาหารที่ชัดเจนเกิดขึ้นในช่วงโควิด-19 เมื่อการขนส่งอาหารระหว่างประเทศมีความยากลำยากมากกว่าในยามปกติ CPF มีบทบาทในการร่วมสร้างอาหารมั่นคง ในหลายประเทศ ตัวอย่างเช่น มีการส่งออก เนื้อไก่เพิ่มเติมอีกกว่า 900 ตัน ไปยังสิงคโปร์ นอกจากนี้ CPF ยังทำงานร่วมกับพันธมิตรค้าระดับโลกกว่า 200,000 จุดขาย โดยส่งออกเนื้อไก่ไทยให้กับแบรนด์ KFC ในกว่า 20 ประเทศ เช่น อังกฤษ สิงคโปร์ ฮ่องกง และไต้หวัน ยกเว้นสหรัฐอเมริกาเนื่องจากข้อจำกัดการนำเข้า รวมถึงแบรนด์ Wingstop ในยุโรปและอังกฤษที่เลือกใช้เนื้อไก่จาก CPF 100% ตลอดจนส่งมอบสินค้าให้กับห้างค้าปลีกชั้นนำอย่าง 7-Eleven, Costco, Walmart และ Tesco

ขณะเดียวกัน แคมเปญ "ไก่ไทยไปอวกาศ" ได้พิสูจน์มาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงของปศุสัตว์ไทยภายใต้การดูแลของกรมปศุสัตว์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากองค์การ NASA ถึง 4 ขั้นตอน ตั้งแต่โรงงานอาหารสัตว์ ฟาร์ม โรงชำแหละ จนถึงกระบวนการแปรรูป ซึ่งใช้เวลาทวนสอบยาวนานถึง 2 ปี ภายใต้เทคโนโลยีการคัดเลือกโปรไบโอติกเพื่อดูแลสุขภาพไก่ การตรวจรหัส DNA และการทดสอบสารตกค้างในห้องแล็บพิเศษ

CPF เร่งสร้างความยืดหยุ่นตลอดห่วงโซ่คุณค่า หนุน SME-เกษตรกรเติบโตคู่ธุรกิจอย่างยั่งยืน

นวัตกรรมสิ่งแวดล้อมมุ่งสู่ Net Zero

CPF เป็นบริษัทอาหารรายแรกของโลกที่ได้รับการรับรองจากองค์กร Science Based Targets initiative (SBTi) ภายใต้กรอบของสหประชาชาติ ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ ซึ่งรวมถึงมิติฟาร์ม โรงงาน เป้าหมายระยะสั้น (ปี 2030) เป้าหมายระยะยาว (ปี 2050) ที่ดำเนินการได้ยากที่สุด จนทำให้ UN นำฟาร์มของ CPF ไปเป็นต้นแบบเปรียบเทียบมาตรฐาน

ปัจจุบัน สถานประกอบการของ CPF ในประเทศไทยมีการเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนแล้วถึง 35% ของพลังงานทั้งหมด ผ่านการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา และการนำมูลสัตว์ปีกและมูลสุกรมาหมักเป็นก๊าซชีวภาพ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้งานภายในฟาร์ม

หนุน SME และเกษตรกรเติบโตเคียงคู่กัน

เพื่อสร้างความมั่นคงให้คู่ค้ารายย่อย CPF ได้เริ่มโครงการบริหารจัดการสภาพคล่องในช่วงโควิด-19 ภายใต้การริเริ่มของประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ ธนินท์ เจียรวนนท์ ร่วมกับคณะผู้บริหาร โดยปรับลดระยะเวลาจ่ายเงินค่าสินค้าให้แก่คู่ค้า SME จาก 30 วัน เหลือ 15 วัน เพื่อช่วยต่อลมหายใจให้ธุรกิจขนาดเล็ก พร้อมทั้งร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพในการทำโครงการ CPF x BBL เสริมสภาพคล่อง...เคียงข้างคู่ค้า ให้คู่ค้านำใบแจ้งหนี้ของ CPF ไปใช้เป็นหลักประกันยื่นกู้เงินจากธนาคารด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษเทียบเท่ากับอันดับความน่าเชื่อถือของ CPF

หลังผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 CPF ได้สานต่อความช่วยเหลือผ่านโครงการ "SMEx ต้นทุนต่ำ นำรักษ์โลก" เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันอย่างยั่งยืน โดยจัดหลักสูตรอบรมฟรีด้านเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูง เช่น Lean และ Six Sigma ให้แก่คู่ค้า พร้อมส่งทีมวิศวกรตรงจากส่วนกลางของ CPF เข้าไปช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงาน ณ สถานประกอบการของคู่ค้าเป็นเวลา 6 เดือน โดยมีเงื่อนไขร่วมมือแบบเกื้อกูลคือ เมื่อคู่ค้าสามารถลดต้นทุนจากการปรับปรุงประสิทธิภาพได้แล้ว ขอให้นำผลประหยัดเหล่านั้นไปลงทุนปรับปรุงระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมของตนเองต่อ เช่น การจัดการน้ำหรือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ตัวอย่างความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมคือการร่วมมือพัฒนาการผลิตกับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกใบกะเพรา ซึ่งแต่เดิมมาตรฐาน QA/QC ของบริษัทจะรับซื้อเฉพาะใบกะเพราเกรด A ที่สวยงาม CPF จึงร่วมมือกับเกษตรกรนำใบกะเพราเกรด B ตลอดจนกิ่งและก้านกะเพราที่ไม่ได้ใช้ เข้าสู่ห้องแล็บวิจัย R&D ของ CPF เพื่อสกัดเป็นน้ำมันหอมกลิ่นใบกะเพรา ทำให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ครบทุกส่วนและเพิ่มรายได้เป็นกอบเป็นกำ ขณะเดียวกันวิศวกร CPF ได้เข้าไปช่วยปรับปรุงระบบล้างทำความสะอาดผลผลิตที่ต้นทาง ทำให้คู่ค้าส่งวัตถุดิบเข้าโรงงานแปรรูปได้ทันที ช่วยลดปริมาณสต็อกสินค้าและเพิ่มปริมาณธุรกิจร่วมกัน

นอกจากนี้ CPF ยังขยายความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่งนิสิตนักศึกษาลงพื้นที่หน้างานปฏิบัติจริงร่วมกับวิศวกร CPF เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาขีดความสามารถให้แก่คู่ค้า SME รวมถึงจัดงาน Partner Day เพื่อมอบรางวัลและให้คะแนนพิเศษแก่คู่ค้าที่โดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อมและการเข้าร่วมโครงการ SME Excellent ซึ่งคะแนนพิเศษนี้จะเป็นแต้มต่อให้ CPF จัดซื้อสินค้าจากคู่ค้ารายนั้นมากขึ้นและร่วมงานกันยาวนานยิ่งขึ้น

CPF เร่งสร้างความยืดหยุ่นตลอดห่วงโซ่คุณค่า หนุน SME-เกษตรกรเติบโตคู่ธุรกิจอย่างยั่งยืน

"วิธีคิดของเราคือ บริษัทพี่ต้องดูแลบริษัทน้องแล้วโตไปด้วยกันทั้ง Value Chain เพื่อสร้างระบบนิเวศการทำงานร่วมกัน สร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนร่วมกับห่วงโซ่อุปทานของเราทั้งหมด"ประสิทธิ์ กล่าวสรุป

พื้นที่นวัตกรรมตอกย้ำแนวคิดสร้างโอกาสให้คนตัวเล็กตลอดห่วงโซ่อาหาร

นอกเหนือจากการแบ่งปันวิสัยทัศน์บนเวทีสัมมนาแล้ว CPF ยังได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการนวัตกรรมอาหารอนาคตและการเกษตรอย่างยั่งยืนภายในงาน ภายใต้แนวคิดหลัก “GROW TOGETHER, NOURISH THE FUTURE อนาคตที่ไม่มีใครหิว อาจเริ่มจากการทำให้ 'คนตัวเล็ก' ได้เติบโต”

พื้นที่จัดแสดงของ CPF อธิบายความพยายามของบริษัทในการยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหารและยกระดับโภชนาการ และส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน โดนการนำเสนอ โครงการเลี้ยงไข่ไก่เพื่ออาหารกลางวันที่บริษัทได้ดำเนินมากว่า 3 ทศวรรษ เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงแหล่งโปรตีนคุณภาพให้กับเยาวชนในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ที่สามารถส่งมองไข่ไก่กว่า 27 ล้านฟอง สู่นักเรียนกว่า 200,000 คนทั่วประเทศ  

บนบอร์ดนิทรรศการขนาดใหญ่ของ CPF ได้นำเสนอสถิติและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการลงมือทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ตลอดห่วงโซ่คุณค่า อาทิ

  • การเกื้อกูลผู้คนในระบบอาหาร: ส่งต่อโอกาสให้เกษตรกรและคู่ค้ารายย่อยตลอดห่วงโซ่คุณค่าแล้วมากกว่า 60,000 ราย ผ่านการสนับสนุนด้านองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี การตลาด และโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
  • วัตถุดิบที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม: รับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ 100% ว่าปราศจากการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ โดยร่วมมือกับเกษตรกรและคู่ค้ากว่า 50,000 ราย ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกกว่า 1.5 ล้านไร่
  • หนุนเกษตรกรอัจฉริยะ: สนับสนุนเกษตรกรรายย่อยกว่า 5,000 ราย สู่การเป็นเจ้าของฟาร์ม พร้อมการจัดการฟาร์มแบบ Green & Smart) สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 7,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมส่งเสริมระบบก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์ ช่วยลดค่าไฟฟ้าฟาร์มได้ถึง 50-70%
  • โครงการความคิดริเริ่ม SMEx: โครงการพัฒนาศักยภาพคู่ค้า SME ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 60 ของคู่ค้าทั้งหมด ให้สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพและลดต้นทุนตามแนวทาง Lean Six Sigma ควบคู่กับการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อมุ่งสู่ Net Zero โดยปัจจุบันมีพันธมิตรร่วมดำเนินงานแล้ว 295 บริษัท ผ่าน 94 โครงการ สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 485,210 kgCO2e ต่อปี

CPF เร่งสร้างความยืดหยุ่นตลอดห่วงโซ่คุณค่า หนุน SME-เกษตรกรเติบโตคู่ธุรกิจอย่างยั่งยืน