วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม 2569

Login
Login

CG Capitalทุ่ม 3,000 ล้าน ปั้น ‘ภูริตา’บุกตลาดบ้านหรูบางเทาภูเก็ตชิงดีมานด์กลาง-บน

CG Capital ในเครือเซ็นทรัล รุกตลาด Premium Residences ส่ง ภูริตา แบรนด์ที่อยู่อาศัยของตัวเองครั้งแรก มูลค่า 3,000 ล้าน บนแลนด์แบงก์ผืนสำคัญย่านบางเทา–เชิงทะเล ปักหมุดตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงบน ราคาเริ่มต้น 7.29 ล้าน

KEY POINTS

  • ซีจี แคปปิตอล (CG Capital) ในเครือเซ็นทรัล ทุ่มงบ 3,000 ล้านบาท เปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยแบรนด์แรก "ภูริตา ภูเก็ต บางเทา"
  • โครงการมุ่งเจาะตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงบน (Premium Residences) ในทำเลยุทธศาสตร์ย่านบางเทา-เชิงทะเล จังหวัดภูเก็ต
  • ชูจุดเด่นเป็นโครงการแบบ Low Density จำนวน 258 ยูนิต บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ ราคาเริ่มต้น 7.29 ล้านเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการอยู่อาศัยจริง

สมรภูมิอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตกำลังขยายตัวไปไกลกว่าตลาดบ้านพักตากอากาศระดับลักซ์ชัวรี เมื่อผู้พัฒนาโครงการเริ่มมองเห็นโอกาสจากกลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการคุณภาพการอยู่อาศัยระดับสูง แต่ยังคำนึงถึงความคุ้มค่าของราคาเป็นสำคัญ

หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาคือ บริษัท ซีจี แคปปิตอล แอดไวซอรี่ จำกัด หรือ CG Capital ในเครือเซ็นทรัล เปิดตัว “ภูริตา ภูเก็ต บางเทา” (PURITA Phuket Bangtao) แบรนด์ที่อยู่อาศัยของบริษัทเป็นครั้งแรก ด้วยมูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท ถือเป็นการต่อยอดประสบการณ์จากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีและธุรกิจ Hospitality สู่ตลาด Premium Residences อย่างเต็มตัว

 

กลยุทธ์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มโครงการใหม่เข้าสู่พอร์ต แต่เป็นการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มระดับกลางถึงบน ซึ่งต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพดี มีการออกแบบที่โดดเด่น ทำเลตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ในระดับราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าโครงการอัลตราลักซ์ชัวรี

โจทย์สำคัญของ CG Capital จึงอยู่ที่การรักษามาตรฐานการพัฒนาโครงการ พร้อมสร้างสมดุลระหว่างคุณภาพ ประสบการณ์การอยู่อาศัย และระดับราคาที่เหมาะสม โดยมีภูเก็ตเป็นตลาดเป้าหมายที่บริษัทมองเห็นศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

 ปักหมุดบางเทา–เชิงทะเล ใช้แลนด์แบงก์สร้าง Lifestyle Community

นายภูมิ จิราธิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหาร CG Capital กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของภูเก็ตมาอย่างต่อเนื่อง โดยลงทุนในพื้นที่มานานกว่า 20 ปี ครอบคลุมธุรกิจค้าปลีก โรงแรม ที่อยู่อาศัย และธุรกิจบริการ ปัจจุบันมีการลงทุนมากกว่า 140 โครงการ อาทิ Central Phuket, Porto de Phuket และ POP Phuket ทำให้ภูเก็ตเป็นฐานการลงทุนที่ใหญ่เป็นอันดับสองของกลุ่ม รองจากกรุงเทพฯ

จากการประเมินศักยภาพของตลาดและการเติบโตของย่านบางเทา–เชิงทะเล CG Capital ได้ลงทุนพัฒนาพื้นที่ใจกลางย่านดังกล่าวรวมเกือบ 40 ไร่ โดยมุ่งสร้าง Lifestyle Community ที่เชื่อมโยงการอยู่อาศัย การพักผ่อน โรงแรม และกิจกรรมไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน

การพัฒนาเริ่มต้นจาก The Standard Residences, Phuket Bang Tao โครงการ Branded Residence ระดับลักชัวรี ก่อนต่อยอดด้วยโรงแรมระดับนานาชาติอีก 2 แห่ง ซึ่งมีจำนวนห้องพักรวมกว่า 550 ห้อง และล่าสุดคือ ภูริตา ภูเก็ต บางเทา ที่จะเข้ามาเติมเต็มพอร์ตที่อยู่อาศัยในคอมมูนิตี้เดียวกัน

การนำแลนด์แบงก์มาพัฒนาโครงการต่อเนื่องในพื้นที่เดียวกันสะท้อนแนวคิดการสร้างมูลค่าที่มากกว่าการขายอสังหาริมทรัพย์รายโครงการ เพราะเมื่อที่อยู่อาศัยเชื่อมโยงกับโรงแรม แหล่งชอปปิง ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบได้ ก็มีโอกาสสร้างแรงดึงดูดให้เกิดการใช้ชีวิตและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

สำหรับย่านบางเทา–เชิงทะเล ความได้เปรียบจึงไม่ได้อยู่ที่ชายหาดเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการเป็นแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ที่รองรับทั้งนักท่องเที่ยว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และกลุ่มที่ต้องการย้ายมาใช้ชีวิตในภูเก็ตระยะยาว

 ราคาเริ่ม 7.29 ล้าน ชู Low Density เจาะตลาดอยู่จริง

ภูริตา ภูเก็ต บางเทา พัฒนาบนพื้นที่กว่า 10 ไร่ ประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 4 อาคาร สูง 6 ชั้น และวิลล่า 1 หลัง รวมทั้งสิ้น 258 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 7.29 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด “Modernity Refined by Nature” ซึ่งนำความร่วมสมัยมาผสานกับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ

โครงการให้ความสำคัญกับการออกแบบที่ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย การใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ และการเชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ โดยวางจุดขายไว้ที่ความเป็นส่วนตัวและคุณภาพการอยู่อาศัย มากกว่าการแข่งขันด้วยความหรูหราเพียงอย่างเดียว

นายณัฐวัฒน์ คูวิจิตรสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ CG Capital กล่าวว่า จุดเด่นของ PURITA คือการนำแนวทางการพัฒนาโครงการของบริษัทมาต่อยอดสู่แบรนด์ใหม่ โดยให้ความสำคัญกับรูปแบบอาคารความหนาแน่นต่ำ (Low Density) เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัย

โครงการมีจำนวน 258 ยูนิต บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ หรือคิดเป็นความหนาแน่นประมาณ 25 ยูนิตต่อไร่ พร้อมพื้นที่สวนส่วนกลางกว่า 3 ไร่ สระว่ายน้ำขนาด 50 เมตร และฟิตเนสที่มีอุปกรณ์ครบครัน

ด้านการออกแบบห้องพัก กำหนดความสูงเพดาน 3 เมตร พร้อมกระจกแบบ Full Height เพื่อเปิดรับมุมมองและแสงธรรมชาติ รวมถึงจัดเตรียมเฟอร์นิเจอร์ครบชุด เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถเข้าอยู่อาศัยได้สะดวกยิ่งขึ้น

องค์ประกอบเหล่านี้สะท้อนความพยายามสร้างตำแหน่งทางการตลาดที่แตกต่าง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการบ้านพักตากอากาศหรือที่อยู่อาศัยสำหรับใช้ชีวิตจริง ซึ่งอาจให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัว ความสะดวกในการเข้าอยู่ และการใช้งานในระยะยาวไม่แพ้ภาพลักษณ์ของโครงการ

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาด Premium Residences ยังต้องอาศัยการกำหนดราคาให้เหมาะสมกับกำลังซื้อ และการส่งมอบคุณภาพตามที่นำเสนอ เพื่อเปลี่ยนความสนใจของตลาดให้กลายเป็นยอดขายที่เกิดขึ้นจริง

จากเมืองเที่ยวสู่จุดหมายปลายทางของการใช้ชีวิต

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ CG Capital ขยายการลงทุนในภูเก็ต คือการเปลี่ยนแปลงบทบาทของจังหวัดจากเมืองท่องเที่ยวระดับโลก สู่พื้นที่ที่มีศักยภาพรองรับการอยู่อาศัยระยะยาวของผู้คนจากหลากหลายประเทศ

ย่านบางเทา–เชิงทะเลมีองค์ประกอบที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตมากขึ้น ทั้งชายหาด ร้านอาหาร คาเฟ่ แหล่งชอปปิง โรงเรียนนานาชาติ และบริการด้านสุขภาพและ Wellness ทำให้พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักระยะสั้น แต่ยังดึงดูดผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง ชาวต่างชาติ และกลุ่มที่ต้องการย้ายถิ่นฐานเพื่อใช้ชีวิตในภูเก็ต

การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวส่งผลต่อรูปแบบความต้องการอสังหาริมทรัพย์ โดยผู้ซื้อบางส่วนไม่ได้มองหาที่พักเพื่อใช้ในช่วงวันหยุดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการที่อยู่อาศัยที่สามารถรองรับชีวิตประจำวันได้จริง ตั้งแต่การเดินทางไปทำงาน การเข้าถึงโรงเรียน ไปจนถึงกิจกรรมพักผ่อนและการดูแลสุขภาพ

สำหรับผู้พัฒนาโครงการ นี่คือโอกาสในการขยายตลาดจากกลุ่มนักท่องเที่ยวและผู้ซื้อบ้านพักตากอากาศ ไปสู่ฐานลูกค้าที่มีความต้องการอยู่อาศัยต่อเนื่อง ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนความต้องการในตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้หลากหลายขึ้น

ถึงกระนั้น การเติบโตของตลาดยังขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน ทั้งความต่อเนื่องของการเดินทางระหว่างประเทศ ความสามารถในการเข้าถึงบริการสาธารณะ ต้นทุนการอยู่อาศัย และความต้องการซื้อที่แท้จริงในแต่ละระดับราคา

 Rental Yield 8–12% ต่อปี

นอกเหนือจากกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง ตลาดเช่ายังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความพร้อมด้านไลฟ์สไตล์และสามารถรองรับผู้เช่าระยะยาวได้

นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า จากประสบการณ์บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต พบว่าอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดสามารถสร้าง Rental Yield ได้สูงถึง 8–12% ต่อปี ขณะที่สัญญาเช่าส่วนใหญ่มีระยะเวลาประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี สอดคล้องกับความต้องการของชาวต่างชาติ ผู้ย้ายถิ่นฐาน และผู้ทำงานทางไกล (Remote Workers) ที่ต้องการใช้ชีวิตในภูเก็ตระยะยาว

ข้อมูลจาก Plus Property ยังระบุว่า ย่านบางเทามีอัตราค่าเช่าอยู่ที่ประมาณ 1,000–1,500 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของภูเก็ตตามข้อมูลที่บริษัทนำเสนอ สะท้อนความต้องการเช่าที่อยู่อาศัยในทำเลที่มีองค์ประกอบด้านไลฟ์สไตล์ครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข Rental Yield ดังกล่าวควรพิจารณาในฐานะข้อมูลที่รายงานจากประสบการณ์การบริหารโครงการ ไม่ใช่ผลตอบแทนที่รับประกันสำหรับทุกยูนิตหรือทุกโครงการ เพราะผลตอบแทนจริงยังขึ้นอยู่กับราคาซื้อ อัตราการเข้าพัก ระยะเวลาที่ปล่อยเช่า ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ภาษี และค่าบำรุงรักษา

สำหรับ PURITA การวางตำแหน่งในตลาด Premium จึงต้องตอบโจทย์ทั้งผู้ซื้อที่ต้องการอยู่อาศัยเองและผู้ลงทุนที่ประเมินโอกาสจากตลาดเช่า โดยมีทำเลและความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นองค์ประกอบสำคัญ แต่การตัดสินใจลงทุนยังจำเป็นต้องพิจารณาตัวเลขรายได้และต้นทุนเป็นรายกรณี

 เดิมพันแบรนด์แรกของ CG Capital สร้างการเติบโตระยะยาว

การเปิดตัว ภูริตา ภูเก็ต บางเทาสะท้อนทิศทางของ CG Capital ในการต่อยอดประสบการณ์จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และ Hospitality ระดับลักชัวรี สู่การสร้างแบรนด์ที่อยู่อาศัยของตัวเองในตลาด Premium โดยใช้จุดแข็งด้านทำเล การออกแบบ และการพัฒนาคอมมูนิตี้เป็นองค์ประกอบหลัก

ในอีกด้านหนึ่ง โครงการยังเป็นบททดสอบความสามารถในการขยายฐานลูกค้าของบริษัท จากตลาดระดับบนที่เน้นความพิเศษเฉพาะตัว ไปสู่ตลาดที่มีขนาดกว้างขึ้น แต่ยังต้องรักษามาตรฐานคุณภาพและประสบการณ์การอยู่อาศัย

สำหรับภูเก็ต การลงทุนลักษณะนี้สะท้อนว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังพัฒนาไปพร้อมกับเศรษฐกิจท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ โดยมีโอกาสจากความต้องการที่อยู่อาศัยระยะยาวควบคู่กับตลาดบ้านพักตากอากาศ

 ความสำเร็จของ ภูริตา ภูเก็ต บางเทาจะไม่ได้วัดจากมูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท หรือการเป็นแบรนด์ที่อยู่อาศัยแห่งแรกของ CG Capital เท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเปลี่ยนทำเลที่มีศักยภาพให้กลายเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ผู้ซื้อได้จริง และสร้างมูลค่าได้อย่างยั่งยืน

เพราะในตลาดภูเก็ตที่การแข่งขันกำลังเข้มข้นขึ้น ผู้ชนะอาจไม่ใช่โครงการที่หรูหราที่สุด แต่เป็นโครงการที่เข้าใจว่าผู้คนต้องการใช้ชีวิตอย่างไร และสามารถส่งมอบคุณภาพนั้นได้ในราคาที่เหมาะสม