วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม 2569

Login
Login

เวลเนสไม่ใช่แฟชั่น'ล้ำฤทธิ์'ปักหมุดฮับสุขภาพชิงแชร์เศรษฐกิจสุขภาพ1.4ล้านล้าน

โลกกำลังเปลี่ยนจากการรักษาโรค ไปสู่การ "ลงทุนเพื่อไม่ให้ป่วย" ปัจจัยจากสังคมผู้สูงวัย พฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ และการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กำลังผลักดันให้ Wellness Economy กลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของหลายประเทศประเทศไทยเองก็อยู่ในจังหวะสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน จากการเป็นจุดหมายด้านการรักษาพยาบาล สู่การพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพที่ครอบคลุมการป้องกัน ฟื้นฟู และการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Healthy Longevity)

เดิมพัน 200 ล้าน สร้างมากกว่าศูนย์กีฬา

นพ.มานพ ศิลาเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ล้ำฤทธิ์ จำกัด และผู้ร่วมก่อตั้ง THE O2 BANGKOK เผยว่าบริษัทเลือกตอบโจทย์เมกะเทรนด์ดังกล่าว ด้วยการลงทุนกว่า 200 ล้านบาท พัฒนา "THE O2 BANGKOK Powered by Lamrit Co., Ltd." บนพื้นที่กว่า 9,000 ตารางเมตร โครงการไม่ได้ถูกวางบทบาทเป็นเพียงศูนย์ออกกำลังกาย แต่เป็น "Sports Rehabilitation & Wellness Complex "ที่เชื่อมโยงการประเมินสุขภาพ การรักษา เวชศาสตร์ฟื้นฟู วิทยาศาสตร์การกีฬา การออกกำลังกาย โภชนาการ และไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพไว้ในสถานที่เดียวโมเดลนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจสุขภาพ จากการให้บริการแบบแยกส่วน สู่การดูแลสุขภาพตลอดวงจรชีวิต
 

จากรักษาสู่การป้องกันและยกระดับศักยภาพชีวิต

นพ.มานพ  มองว่า อนาคตของระบบสุขภาพจะไม่ได้วัดกันที่การรักษาเพียงอย่างเดียว แต่คือความสามารถในการป้องกันโรค ฟื้นฟูร่างกาย และเสริมสร้างศักยภาพของผู้คนทุกช่วงวัยแนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่านการผสานองค์ความรู้ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู กายภาพบำบัดทางกีฬา การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถดูแลสุขภาพได้ตั้งแต่ก่อนเจ็บป่วย ไปจนถึงการกลับมามีสมรรถนะที่ดีอีกครั้ง

กีฬากลายเป็นเครื่องมือสร้างสุขภาพระยะยาว

อีกหนึ่งไฮไลต์ของโครงการ คือการเปิดตัว Sapsiree Badminton Academy ภายใต้การนำของ "ปอป้อ" ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย นักแบดมินตันทีมชาติไทย การมีอะคาเดมีนักกีฬาระดับโลกอยู่ภายในศูนย์ ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างพื้นที่ฝึกซ้อม แต่สะท้อนแนวคิดใหม่ที่เชื่อมโยงการพัฒนานักกีฬาเข้ากับเวชศาสตร์การกีฬา การกายภาพบำบัด และการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างครบวงจรนี่คือภาพของอุตสาหกรรมกีฬายุคใหม่ ที่ไม่ได้ผลิตเพียงนักกีฬา แต่สร้างระบบสนับสนุนตั้งแต่การฝึกซ้อม การป้องกันการบาดเจ็บ ไปจนถึงการยืดอายุการเล่นกีฬา
 

สร้าง Ecosystem สุขภาพครบวงจรในที่เดียว

THE O2 BANGKOK รวบรวมทีมแพทย์ นักกายภาพบำบัด นักวิทยาศาสตร์การกีฬา และผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครอบคลุมตั้งแต่ Lamrit Clinic, ฟิตเนส Primalape, สนามกีฬาในร่มและกลางแจ้ง สระว่ายน้ำ พื้นที่จัดกิจกรรมสุขภาพ ตลอดจนร้านอาหารเพื่อสุขภาพ

การออกแบบดังกล่าวสะท้อนแนวคิด "One Stop Wellness Destination" ที่ผู้ใช้บริการสามารถดูแลสุขภาพได้ในทุกมิติ โดยไม่ต้องเดินทางไปใช้บริการจากหลายแห่ง

Wellness Economy โอกาสใหม่ของประเทศไทย

ข้อมูลจาก Global Wellness Institute ระบุว่า ในปี 2567 มูลค่าตลาด Wellness Economy ของไทยอยู่ที่ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท เติบโต 10.1% จากปีก่อน ขณะที่ตลาด Wellness Tourism มีมูลค่ากว่า472,000 ล้านบาทและขยายตัวถึง36.4%

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า สุขภาพไม่ได้เป็นเพียงต้นทุนของสังคม แต่กำลังกลายเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ทั้งด้านการแพทย์ การท่องเที่ยว เทคโนโลยีสุขภาพ โภชนาการ วิทยาศาสตร์การกีฬา และบริการไลฟ์สไตล์

จาก Medical Hub สู่ Wellness Hub

แม้ประเทศไทยจะได้รับการยอมรับด้านมาตรฐานการแพทย์มาอย่างต่อเนื่อง แต่โจทย์สำคัญในระยะต่อไป คือการยกระดับจาก "Medical Hub" ไปสู่ "Wellness Hub"นั่นหมายถึงการสร้างบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การฟื้นฟูสมรรถภาพ การออกกำลังกาย โภชนาการ เทคโนโลยีสุขภาพ และประสบการณ์การใช้ชีวิต มากกว่าการรักษาเมื่อเกิดโรคแล้ว

THE O2 BANGKOK จึงเป็นภาพสะท้อนของแนวคิดดังกล่าว ที่มองสุขภาพในฐานะระบบนิเวศ มากกว่าการให้บริการทางการแพทย์เพียงด้านเดียว

เดิมพันธุรกิจสุขภาพ มากกว่ารายได้

ล้ำฤทธิ์ตั้งเป้าผู้ใช้บริการในปีแรกประมาณ3.5 ล้านสร้างรายได้ 50-100 ล้านบาทพร้อมขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยคาดว่าสัดส่วนผู้ใช้บริการจะเป็นคนไทย 80% และชาวต่างชาติ 20%

อย่างไรก็ตาม คุณค่าของการลงทุนครั้งนี้อาจไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขรายได้เพียงอย่างเดียว แต่คือการต่อยอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมสุขภาพ ตั้งแต่เทคโนโลยีการแพทย์ วิทยาศาสตร์การกีฬา โภชนาการ ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

หากประเทศไทยสามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านเวลเนสที่ครบวงจรได้มากขึ้น การแข่งขันในอนาคตอาจไม่ได้วัดกันที่จำนวนโรงพยาบาลหรือบุคลากรทางการแพทย์ แต่จะวัดกันที่ความสามารถในการสร้าง "คุณภาพชีวิต" ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ และยกระดับประเทศสู่ศูนย์กลาง Wellness Economy ของเอเชียอย่างยั่งยืน