“มาร์ส อินคอร์ปอเรท”(Mars, Incorporated) ยักษ์ธุรกิจระดับโลกกว่าร้อยปี ที่มีแบรนด์ดังในพอร์ตโฟลิโอมากมาย เช่น โรยัล คานิน วิสกัส เพ็ดดีกรี ขนม ลูกอมและของว่าง ขนมขบเคี้ยว เช่น สนีกเกอร์ ช็อกโกแลตเอ็มแอรด์เอ็ม ริกลี่ย์ มันฝรั่งพริงเกิลส์ ฯ เดินหน้าลงทุนในไทยกว่า 7,000 ล้านบาท เปิดโรงงาน “พริงเกิลส์” แห่งแรกในไทย
Mars เปิดโรงงานผลิตพริงเกิลส์(Pringles®) มูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท อย่างเป็นทางการในประเทศไทยตอกย้ำบทบาทเป็นศูนย์กลางการส่งออกระดับภูมิภาค
สำหรับโรงงานผลิตพริงเกิลส์โรงงาน Pringles® ตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี บนพื้นที่ 73,800 ตารางเมตร(ตร.ม.) ภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยความสำคัญของฐานผลิตแห่งนี้จะป้อนพริงเกิลส์ไปยังตลาดทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช่น ประเทศอินเดีย ฮ่องกง และไต้หวัน รวมถึงตะวันออกกลาง และแอฟริกา (AMEA) ในช่วงเริ่มต้นการผลิตมีการจ้างงานโดยตรงกว่า 170 ตำแหน่ง ขณะเดียวกันเกือบ 50% ของงบประมาณด้านการจัดซื้อจัดจ้างมาจากซัพพลายเออร์ภายในประเทศไทย
กาเบรียล เฟอร์นันเดซ ประธานบริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (AMEA), มาร์ส สแนกกิ้ง เปิดเผยว่า การเปิดโรงงานอย่างเป็นทางการในจังหวัดชลบุรีและการเริ่มดำเนินงานสายการผลิตที่ 2 เป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นในระยะยาวของมาร์สที่มีต่อประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตและส่งออกเชิงกลยุทธ์ ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง บุคลากรที่มีทักษะ และความสามารถในการเชื่อมโยงกับตลาดต่าง ๆ ในภูมิภาคของประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญต่อการขยายธุรกิจของ Pringles® ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (AMEA) และการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้แก่ผู้บริโภคทั่วทั้งภูมิภาค
ทั้งนี้ โรงงานดังกล่าว ได้รวบรวมบุคลากรที่มีความหลากหลายและมีความสามารถ โดยความมุ่งมั่น ความเชี่ยวชาญ และความทุ่มเทของพนักงานทุกคนมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาโรงงานให้เกิดขึ้นได้จริง
“เรามุ่งสร้างโอกาสในการทำงานที่มีคุณภาพ พัฒนาทักษะที่พร้อมรองรับความต้องการในอนาคต และเสริมสร้างศักยภาพด้านภาวะผู้นำ เพื่อร่วมกันสร้างระบบการผลิตที่แข็งแกร่ง และสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่พนักงาน ชุมชนท้องถิ่น และประเทศไทย”
นอกจากนี้ การขยายโรงงานในจังหวัดชลบุรี มาร์ส ยังคงเดินหน้าลงทุนในการพัฒนาบุคลากรในประเทศ เสริมขีดความสามารถด้านการผลิต และความร่วมมือกับซัพพลายเออร์รายย่อย โดยปัจจุบันเกือบ 50% ของการใช้จ่ายทั้งหมดของโรงงานเป็นการจัดซื้อจากซัพพลายเออร์ภายในประเทศ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมาร์สในการสนับสนุนสินค้าจากในประเทศ ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยในวงกว้าง
สำหรับโรงงานแห่งนี้จะผลิตและจัดส่งพริงเกิลส์ไปยังตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (AMEA) โดยสายการผลิตที่ 2 ที่ได้เริ่มดำเนินงานอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้โรงงานสามารถเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับการขยายตลาด นอกเหนือจากอินเดีย ฮ่องกง และไต้หวัน ซึ่งเป็นตลาดที่โรงงานให้บริการอยู่ในปัจจุบัน บริษัทยังมีแผนเปิดดำเนินงานสายการผลิตที่ 3 ในช่วงปลายปี 2570 เพื่อรองรับบทบาทของโรงงานในระยะยาวในฐานะศูนย์กลางการผลิตสำหรับตลาดทั้งในและนอกภูมิภาค
“ด้วยทำเลที่ตั้งที่เอื้อต่อการดำเนินงานและกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น โรงงานแห่งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการผลิตและการจัดหาในภูมิภาค พร้อมเพิ่มความคล่องตัวในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาด โรงงานแห่งนี้ยังรองรับการผลิต Pringles® ที่หลากหลายในด้านรสชาติ เพื่อตอบสนองความชื่นชอบของผู้บริโภคในแต่ละตลาด
โรงงานพริงเกิลส์ ในจังหวัดชลบุรี ถือเป็นโรงงานผลิตอัจฉริยะที่ใช้ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ มีการผสานเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงเข้ากับระบบความปลอดภัยด้านอาหารและมาตรฐานคุณภาพระดับโลก โดยแดชบอร์ดดิจิทัลช่วยติดตามการทำงานของสายการผลิตแบบเรียลไทม์ ขณะเดียวกันตลอดการดำเนินงานโรงงานจะติดตามประสิทธิภาพของอุปกรณ์อย่างต่อเนื่องและใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินเครื่อง เพิ่มผลิตภาพ และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน
อย่างไรก็ตาม โรงงานพริงเกิลส์แห่งนี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่ทั้งหมด 208,000 ตร.ม. มีศักยภาพด้านกำลังการผลิตและโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการเติบโตของมาร์สในระยะยาว รวมถึงมีความพร้อมในการตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (AMEA) ตอบโจทย์การก้าวเข้าสู่ระยะต่อไปของการเติบโต และจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในเครือข่ายการผลิต Pringles® ระดับภูมิภาค รวมถึงสนับสนุนการขยายธุรกิจของมาร์ส ทั้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (AMEA) และนอกภูมิภาค
ด้านอนิณ เมฆสุขใส ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า การลงทุนของมาร์ส ในจังหวัดชลบุรีสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งในการเป็นฐานรองรับการผลิตขั้นสูงที่มีคุณภาพและการลงทุนจากต่างประเทศในระยะยาว
“โดยโรงงานแห่งนี้จะมีส่วนช่วยสร้างงานที่มีคุณภาพ พัฒนาทักษะ และเสริมศักยภาพของห่วงโซ่อุปทานในประเทศ พร้อมทั้งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกระดับภูมิภาค”





