วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

จาก 'ซื้อใหม่ เป็น 'ซ่อมก่อน' เกมใหม่ของโฮมโปรที่ไม่ได้ขายแค่สินค้า

โฮมโปร กำลังพยายามชวนลูกค้าให้ "ซ่อม" เกมใหม่ที่ไม่ได้ขายแค่สินค้า รองรับแนวคิดเรื่องความยั่งยืน และเศรษฐกิจหมุนเวียน มากขึ้น

KEY POINTS

  • โฮมโปรปรับกลยุทธ์ใหม่จากการเน้นขายสินค้า มาเป็นการส่งเสริมให้ลูกค้า "ซ่อมก่อนซื้อ" เพื่อยืดอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • กลยุทธ์นี้มุ่งสร้าง "Service Ecosystem" ผ่านบริการช่างมืออาชีพ (CHANG HomePro) เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า แทนการแข่งขันด้านราคา
  • การเปลี่ยนแปลงนี้สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน  และช่วยลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ที่เกิดจากการเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนเวลาอันควร

หากเครื่องซักผ้าเริ่มมีเสียงดัง หรือพัดลมสั่นกว่าปกติ หลายคนอาจเลือก "ทนใช้ไปก่อน" จนวันที่มันเสียจริง จึงค่อยเปลี่ยนเครื่องใหม่คำถามคือ พฤติกรรมแบบนี้กำลังทำให้ผู้บริโภคเสียเงินมากกว่าที่ควรหรือไม่
และที่น่าสนใจกว่านั้น ทำไมธุรกิจค้าปลีกอย่างโฮมโปร ซึ่งมีรายได้จากการขายสินค้า กลับกำลังพยายามชวนลูกค้าให้ "ซ่อม" มากกว่า "ซื้อ"คำตอบอาจสะท้อนการเปลี่ยนเกมครั้งใหญ่ของธุรกิจรีเทลในยุคที่รายได้ไม่ได้มาจากการขายสินค้าเพียงอย่างเดียว

โลกกำลังเปลี่ยนจากซื้อใหม่เป็นใช้ให้นานที่สุด

หลายปีที่ผ่านมา แนวคิดของธุรกิจค้าปลีกคือ การกระตุ้นให้ผู้บริโภคเปลี่ยนสินค้าเร็วขึ้นแต่เมื่อแนวคิดเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ได้รับความสำคัญมากขึ้น วิธีคิดนี้ก็เริ่มเปลี่ยนไปวันนี้ คำถามของหลายองค์กรไม่ใช่ จะขายสินค้าได้มากขึ้นอย่างไร แต่คือจะทำให้สินค้าที่ขายไป มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นได้อย่างไรเพราะการยืดอายุสินค้า ไม่ได้เป็นประโยชน์แค่กับผู้บริโภค แต่ยังช่วยลดต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการผลิตและการกำจัดของเสีย
 

ปัญหาไม่ใช่ของเสีย แต่คือความเคยชิน

ลองสังเกตเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านพัดลมที่เริ่มสั่น ไมโครเวฟที่ต้องกดปุ่มซ้ำหลายครั้ง เครื่องดูดฝุ่นที่แรงดูดลดลง หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องขยับสายไฟทุกครั้งก่อนเปิดใช้งาน หลายคนเลือกอยู่กับความผิดปกติเหล่านี้ เพราะยังใช้งานได้ จนสุดท้าย ความเสียหายเล็ก ๆ กลายเป็นความเสียหายใหญ่ และจบลงด้วยการซื้อใหม่

คำถามคือ ถ้าซ่อมตั้งแต่วันแรก จะคุ้มกว่าหรือไม่  มีเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจเจ้าของรถจำนวนมากนำรถเข้าศูนย์ตามระยะ แม้รถจะยังวิ่งได้ปกติ แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำงานทุกวันกลับแทบไม่เคยได้รับการตรวจเช็กเชิงป้องกันทั้งที่เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น หรือไมโครเวฟ ต่างเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานหนักไม่ต่างจากรถยนต์ความแตกต่างนี้ทำให้หลายครัวเรือนต้องเผชิญค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่จากความเสียหายที่สะสมมาเป็นเวลานาน

จากร้านขายของ...สู่ธุรกิจบริการ

หากมองให้ลึก สิ่งที่โฮมโปรกำลังทำอาจไม่ใช่เพียงการจัดกิจกรรม "ซ่อมฟรี" แต่คือการเปลี่ยนบทบาทของตัวเองจากธุรกิจที่ขายสินค้า ไปสู่ธุรกิจที่ดูแล "วงจรชีวิตของสินค้า"ผ่านบริการของ CHANG HomeProแนวคิดนี้สอดคล้องกับทิศทางของค้าปลีกระดับโลก ที่เริ่มสร้างรายได้จากบริการหลังการขาย การดูแลรักษา การติดตั้ง และการซ่อม มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว

ที่ผ่านมา โฮมโปรลงทุนสร้างเครือข่ายช่างมืออาชีพมากกว่า 3,000 ทีมทั่วประเทศ พร้อมมาตรฐานเดียวกัน ทั้งการประเมินราคาที่โปร่งใส การรับประกันงาน และการให้บริการผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล การลงทุนลักษณะนี้สะท้อนว่า บริษัทไม่ได้มองบริการเป็นเพียงกิจกรรมเสริมการขาย แต่กำลังสร้าง "Service Ecosystem" ที่ทำให้ลูกค้าอยู่กับแบรนด์ได้ยาวนานกว่าการซื้อสินค้าเพียงครั้งเดียว

อีกข้อมูลที่น่าสนใจคือ เทศกาล "ซ่อมฟรี" ของโฮมโปรในปีก่อน มีเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือช่างเข้ารับการตรวจเช็กและซ่อมกว่า 97,000 ชิ้นตัวเลขนี้สะท้อนว่า ผู้บริโภคไม่ได้ปฏิเสธการซ่อมแต่ที่ผ่านมา อุปสรรคคือการหาช่างที่ไว้ใจได้ ค่าใช้จ่ายที่ไม่แน่นอน และความไม่มั่นใจว่าซ่อมแล้วจะใช้งานได้จริงเมื่อข้อกังวลเหล่านี้ลดลง การซ่อมจึงกลายเป็นทางเลือกที่ผู้บริโภคพร้อมเปิดรับ

เรื่องเล็กในบ้าน...ผลกระทบใหญ่ต่อโลก

นอกจากช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย การซ่อมยังเชื่อมโยงกับปัญหา E-Waste ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกเปลี่ยนก่อนเวลาอันควร หมายถึงทรัพยากรที่ถูกใช้เพิ่มขึ้น พลังงานที่ต้องใช้ในการผลิตใหม่ และขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นทุกปีการยืดอายุสินค้าออกไปเพียงไม่กี่ปี จึงอาจสร้างผลกระทบเชิงบวกได้มากกว่าที่หลายคนคิด การชวนให้ผู้บริโภค "ซ่อมก่อนทิ้ง" อาจดูสวนทางกับภาพจำของธุรกิจค้าปลีกที่ต้องการขายสินค้าให้มากที่สุด แต่หากมองในมุมของการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว กลยุทธ์นี้กลับมีเหตุผล

เพราะเมื่อธุรกิจสามารถดูแลลูกค้าได้ตั้งแต่วันที่สินค้าเริ่มมีปัญหา จนถึงวันที่ต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ แบรนด์ก็จะไม่ได้เป็นเพียง "ร้านขายของ"แต่จะกลายเป็น "ผู้ดูแลบ้าน" ที่ลูกค้านึกถึงทุกครั้งเมื่อเกิดปัญหาในวันที่ธุรกิจค้าปลีกแข่งขันกันมากขึ้น

การขายสินค้าอาจไม่ใช่สิ่งที่สร้างความแตกต่างอีกต่อไป แต่การทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า "มีคนคอยดูแล" ต่างหาก ที่อาจกลายเป็นความได้เปรียบที่สำคัญกว่า และบางที สิ่งที่ควรซ่อมก่อนเครื่องใช้ไฟฟ้า อาจเป็น "พฤติกรรมของเรา" ที่เคยชินกับการใช้ของจนพัง แล้วค่อยเปลี่ยนใหม่ มากกว่าการดูแลตั้งแต่วันที่ยังซ่อมได้