วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

“ภูมิธรรม”ชวนญี่ปุ่นลงทุนในแลนด์บริดจ์

“ภูมิธรรม” ถกผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่น ชวนลงทุนแลนด์บริดจ์ เน้นอุตสาหกรรมอนาคต ยานยนต์สมัยใหม่ พลังงานสะอาด พร้อมดึงนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเข้าไทยเพิ่ม

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับนายโคมูระ มาซาฮิโระ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ว่า ไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดและยาวนาน ปีนี้ครบรอบ 137 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและญี่ปุ่น และเมื่อปี 2565 ได้ยกระดับเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน” ซึ่งญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนอันดับ 1 ของไทย มีบริษัทญี่ปุ่นลงทุนในไทยเกือบ 6,000 ราย

โดยในการพบกันครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการลงทุน แก้ปัญหาร่วมกัน โดยได้เชิญชวนนักลงทุนญี่ปุ่นร่วมลงทุนในโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ของไทย ที่จะเป็นศูนย์กลางการค้าและการขนส่งที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลกในอนาคตที่จะเชื่อมโยงมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย รวมทั้งเชิญชวนนักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาขยายการลงทุนในไทยเพิ่มเติมในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งที่เป็นยานยนต์สันดาปและยานยนต์สมัยใหม่ และลงทุนในพื้นที่ EEC สำหรับอุตสาหกรรมชั้นนำอื่น ๆ ที่ญี่ปุ่นมีศักยภาพ อาทิ เครื่องมือแพทย์ หุ่นยนต์ และพลังงานสะอาด อีกด้วย

“สำหรับภาคอุตสาหกรรมช่วงเปลี่ยนผ่านต้องมีแผนรองรับอย่างเหมาะสมให้เข้ากับกติกาโลกใหม่  เชื่อว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ปรับตัวแล้ว ทั้งยานยนต์สันดาป และยานยนต์ไฟฟ้า ญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และไทยมีความได้เปรียบด้านโลจิสติกส์ จะสามารถใช้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตได้” นายภูมิธรรม กล่าว

“ภูมิธรรม”ชวนญี่ปุ่นลงทุนในแลนด์บริดจ์

นายภูมิธรรม กล่าวว่า  ทั้งสองฝ่ายได้หารือเรื่องการเดินทางระหว่างกัน ทั้งในด้านการท่องเที่ยวและในด้านธุรกิจ โดยตนได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นให้มาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น ล่าสุดรัฐบาลไทยอยู่ระหว่างการออกมาตราการอำนวยความสะดวกให้กับทั้งนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจจากหลายประเทศรวมถึงญี่ปุ่น โดยขยายเวลาให้สามารถพำนักในประเทศไทยได้จากเดิม 30 วัน เป็น 60 วัน ให้นักธุรกิจญี่ปุ่นมีเวลาในการเจรจาธุรกิจในประเทศไทยมากขึ้น มีเวลาเรียนรู้วัฒนธรรมร่วมกันมากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจไทยในการเดินทางไปยังญี่ปุ่นเช่นกัน

นอกจากนี้ ไทยได้แสดงความพร้อมในการจัดทำอาคารนิทรรศการไทย (Thailand Pavilion) ในงานเอ็กซ์โป 2025 ที่จะจัดขึ้นที่โอซากา (Expo 2025 Osaka Kansai)ในการนำศักยภาพของภูมิปัญญาของไทย ผสานกับศาสตร์ทางการแพทย์สมุนไพรไทยและนวัตกรรม รวมถึงอาหารแห่งอนาคต ซึ่งถือเป็น “ซอฟต์พาวเวอร์” ของไทยที่มีชื่อเสียงเข้าร่วมการจัดแสดงครั้งนี้ด้วย

ปัจจุบันญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของไทย โดยในช่วง 5 เดือนของปี 2567 (ม.ค. – พ.ค.) มีมูลค่าการค้ารวม 21,431.4 ล้านดอลลาร์ โดยเป็นการส่งออกมูลค่า 9,678.9 ล้านดอลลาร์และเป็นการนำเข้ามูลค่า 11,752.5 ล้านดอลลาร์ สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปยังญี่ปุ่น ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไก่แปรรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น และสินค้านำเข้าสำคัญของไทยจากญี่ปุ่น ได้แก่ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ และแผงวงจรไฟฟ้า เป็นต้น