“สุริยะ” รับลูกนโยบายฟรีวีซ่า เร่งประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และ ทอท.ดูแลความสะดวก พร้อมลดแออัด เตรียมลงพื้นที่เชียงใหม่ – ภูเก็ต เร่งผุดท่าอากาศยานแห่งใหม่
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (13 ก.ย.) โดยระบุว่า กระทรวงฯ ได้เสนอ ครม.เพื่อแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ประกอบด้วย 1.นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ 2.นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ขณะที่กรณีรัฐบาลมีนโยบายฟรีวีซ่า หรือเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไทยโดยไม่ต้องขอวีซ่า เบื้องต้นกระทรวงฯ ได้มีการประสานกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพื่อเพิ่มการอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวในการเดินทาง และลดความแออัดภายในท่าอากาศยาน ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานจาก ทอท.ได้ทุกท่าอากาศยานมีความพร้อม โดยเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานภูเก็ต
ในส่วนของการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น เบื้องต้นในวันที่ 28 ก.ย.นี้ ทอท.จะเปิดให้บริการแบบ Soft Opening อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) ซึ่งตนจะลงพื้นที่เพื่อดูความพร้อมอีกครั้งในวันที่ 29 ก.ย.นี้ หลังจากนั้นจะร่วมกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ลงพื้นที่ที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อเดินทางไปตรวจความพร้อมของท่าอากาศยานภูเก็ต สำรวจพื้นที่ก่อสร้างท่าอากาศยานภูเก็ตแห่งใหม่ รวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ โดยเฉพาะถนนทางหลวงที่พบว่ามีปัญหาการจราจรติดขัด
“ส่วนตัวผมมั่นใจว่าท่าอากาศยานทั้งหมดมีความพร้อมรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาหลังเปิดฟรีวีซ่า เพราะ ทอท.ได้เตรียมความพร้อมมานาน 2 อาทิตย์แล้ว ส่วนพื้นที่ในจังหวัดภูเก็ตก็จะลงไปตรวจความพร้อมอีกครั้ง ซึ่งจะมีการเรียกหารือร่วมกับกรมทางหลวง (ทล.) และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เพื่อสอบถามถึงโครงการคมนาคมทางถนนที่ค้างอยู่ให้เร่งรัด”
นายสุริยะ กล่าวด้วยว่า วันที่ 15 – 16 ก.ย.นี้ ตนจะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพื่อดูความพร้อมของท่าอากาศยานเชียงใหม่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างขยายขีดความสามารถของอาคารผู้โดยสาร รวมทั้งจะลงพื้นที่เพื่อดูความพร้อมถนนที่อยู่ในความดูและรับผิดชอบของกระทรวงฯ และสำรวจพื้นที่ที่จะมีการก่อสร้างท่าอากาศยานเชียงใหม่ แห่งที่ 2 เพื่อพิจารณาเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสาร









