“กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ” ดันผู้ประกอบการไทยตื่นตัวรับเทรนด์การค้ายุคโลกร้อน หนุนต่อยอดธุรกิจด้วยโมเดล BCG หลังตลาดส่งออกหลักกว่า 60% ตรึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม
นายพรวิช ศิลาอ่อน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงยุทธศาสตร์รับมือมาตรการ Climate Change ภายในงานสัมมนา Road to Net Zero โอกาสและความท้าทายทางธุรกิจ โดยระบุว่า ขณะนี้ตลาดส่งออกหลักของไทยทั้งอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย เกาหลี และญี่ปุ่น คิดเป็น 60% ของตลาดสินค้าไทยที่ส่งออกไปในต่างประเทศมีความเข้มงวดด้านสิ่งแวดล้อม จึงถือเป็นนัยยะสำคัญต่อการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยต่อการค้าในเวทีโลก
อย่างไรก็ดี กรมฯ ในฐานะหน่วยงานส่งเสริมขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย จึงมีพันธกิจ 4 ด้านเพื่อสนับสนุนการปรับตัวต่อเทรนด์การค้าที่เกิดขึ้น ประกอบด้วย
1.สนับสนุนพัฒนาด้านศักยภาพผู้ประกอบการ
2.สร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าและบริการ
3.พัฒนาช่องทางการตลาด
4.บริการข้อมูลทางการค้า
โดยกรมฯ ได้เริ่มทำพันธกิจเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่อง และเริ่มเห็นโอกาสกับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม สามารถผลักดันให้สินค้าของไทยเป็นที่ต้องการในตลาดโลก
“ความเข้มแข็งของไทย คือ เรามีความพร้อมในการต่อยอดสินค้าให้มีศักยภาพ เพราะเรามีนักออกแบบที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีทรัพยากรธรรมชาติ มีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ทำให้เราไม่เหมือนใคร เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าทำไมสินค้าไทยถึงได้รับความนิยมเป็นเวลานาน ดังนั้นวันนี้จึงถึงเวลาของการปรับตัวต่อเทรนด์รักษ์โลก ซึ่งจะทำให้โอกาสของไทยได้เติบโตในเวทีการค้าโลกอย่างยั่งยืน”
นายพรวิช กล่าวด้วยว่า กรมฯ เห็นถึงโอกาสกับการส่งเสริมผู้ประกอบการต่อยอดสินค้ารักษ์โลก ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบกับนโยบายสำคัญของรัฐบาล และเทรนด์เรื่องความยั่งยืน ซึ่งเป็นเชิงบังคับจากกระแสโลก จึงเห็นได้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมากรมฯ ส่งเสริมผู้ประกอบการให้ปรับแนวคิดการดำเนินธุรกิจ การพัฒนาสินค้ามาใช้โมเดล BCG มากขึ้น เพราะจะสร้างโอกาสเข้าสู่ตลาดใหม่ และขยายตลาดใหม่ได้มากขึ้น
โดยในช่วงที่ผ่านมา กรมฯ ได้สนับสนุนผู้ประกอบการในโครงการ BCG Heroes ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการระดับ SME เข้าร่วม ซึ่งมีการปรับความคิดของผู้ประกอบการจากการปรับของเหลือใช้ให้เป็นสิ่งที่มีคุณค่า เกิดการปรับสิ่งเหลือใช้จากกระบวนการผลิต ต่อยอดออกมาเป็นสินค้าที่มีดีไซน์ ขายได้จริง และได้ราคาที่ควรจะเป็น ทั้งสินค้าจากไม้เหลือใช้ในโรงงานเฟอร์นิเจอร์ เศษจากการคั่วกาแฟ รวมไปถึงเศษเหล็ก ถูกนำมาต่อยอดเป็นสินค้าสร้างสรรค์ที่ได้รับรางวัลในตลาดโลกมากมาย
“BCG Heroes จะเป็นนักรบของไทยในการส่งออกสินค้าเทรนด์รักษ์โลกหล่านี้สู่เวทีการค้าโลก โดยกรมฯ จะผลักดันผู้ประกอบการไทยให้เติบโตเพิ่มขึ้น พัฒนาผู้ประกอบการจากทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคต่างๆ รวมทั้งพาไปพบกับดีมานด์ของโลก ผู้นำเข้าในต่างประเทศที่มีความต้องการสินค้าประเภทนี้อย่างชัดเจน และจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง”
นายพรวิช กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า โดยสรุปเทรนด์รักษ์โลกขณะนี้เป็นตลาดมาแรงที่มีความต้องการต่อเนื่อง การค้าในยุคโลกร้อนจะทวีความเข้มข้นต่อเนื่อง ซึ่งผู้ประกอบการไทยมีความพร้อมอยู่แล้ว มีความคิดสร้างสรรค์ และมีจุดแข็งของการต่อยอดสินค้า โดยกรมฯ จะใช้โอกาสนี้ผลักดันผู้ประกอบการให้ใช้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเกิดการต่อยอดสินค้าด้านสิ่งแวดล้อมส่งออกไปยังเวทีการค้าโลกอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด BCG









