วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เอกนิติ‘ ชงตั้ง KPI ร่วมอาเซียน เชื่อมนโยบายไร้รอยต่อ เสริมการค้า-ลงทุน

"เอกนิติ" เสนอชาติสมาชิกอาเซียนทำ Joint KPIs เพิ่มสัดส่วนการค้าและการลงทุนภายในภูมิภาค ผลักดันการจัดทำแผนงานต่อเนื่อง ร่วมกับประธานอาเซียนในอนาคตอย่างสิงคโปร์ เพื่อให้นโยบายต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม มุ่งขับเคลื่อนกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัล DEFA และด้านพลังงานผ่าน ASEAN Power Grid

ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก หรือ IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ในงานสัมนาหัวข้อ “Bangkok Dialogue Notes” นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แสดงทรรศนะและสรุปผลการหารือเชิงยุทธศาสตร์

โดยเน้นย้ำการนำแนวคิดจาก "การหารือระดับสากล" ไปสู่การ "ลงมือปฏิบัติจริง" อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความพร้อมรับมือและความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจจากภายใน

ทั้งนี้ นายเอกนิติ กล่าวว่า IMF ได้ให้ข้อเสนอแนะอาเซียนว่า ปัจจุบันสัดส่วนการค้าภายในภูมิภาคอาเซียน อยู่ในระดับต่ำเพียงประมาณ 22% เมื่อเทียบกับสหภาพยุโรป (EU) ที่สูงกว่า 60% ดังนั้น รัฐบาลไทยจึงมีแนวคิดเดินหน้าแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ผ่านการเข้าหารือกับนางอินดรานี ราชาห์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของสิงคโปร์ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมรัฐมนตรีการคลังอาเซียนในปีถัดไป

โดยจะผลักดันให้ประเทศในอาเซียนร่วมกันกำหนดตัวชี้วัดผลงานร่วมกัน หรือ Joint KPIs ในระดับภูมิภาค ทั้งด้านการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมวางแผนงานต่อเนื่อง (Multi-year Programs) ร่วมกันกับสิงคโปร์และไทย ซึ่งจะเป็นประธานอาเซียนในปี 2570 และ 2571 ตามลำดับ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทำงานที่ขาดความต่อเนื่องแบบปีต่อปี 

“ผมได้คุยกับรมช.คลังสิงค์โปร์ว่า เราจะทำแผนงานต่อเนื่อง เพราะหากทำแค่ปีต่อปี สิงคโปร์ก็ทำตามวาระของสิงคโปร์ ไทยก็ทำตามวาระของไทย สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีแต่การพูดโดยไม่ลงมือทำ ดังนั้น เราจึงต้องทำงานร่วมกัน ทำแผนงานหลายปีที่มี KPI ชัดเจน เป็น KPI ร่วมกันของอาเซียน เพื่อให้ผลลัพธ์ดีขึ้น”

นอกจากนี้ จะร่วมกันขับเคลื่อนกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) โดยส่งเสริมวิศวกรและผู้พัฒนาในท้องถิ่นให้สร้างโมเดล และแอปพลิเคชันดิจิทัลสำหรับอาเซียน พร้อมผลักดันการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสาธารณะ (DPI) เช่น การเชื่อมต่อระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล (National ID) ระหว่างไทยและอินโดนีเซีย เพื่อรองรับการค้าและบริการดิจิทัลข้ามพรมแดน

ขณะเดียวกัน ผลักดันให้ภาคเอกชนในอาเซียนขยายการลงทุนระหว่างกันมากขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค

‘เอกนิติ‘ ชงตั้ง KPI ร่วมอาเซียน เชื่อมนโยบายไร้รอยต่อ เสริมการค้า-ลงทุน

สำหรับประเด็นด้านการปรับตัวและการเปลี่ยนผ่านของระบบเศรษฐกิจ เพื่อรับมือและลดความเสี่ยงจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นายเอกนิติระบุว่า วิกฤตราคาพลังงาน ทำให้การสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด กลายเป็นเรื่องเดียวกัน 

ในการนี้ ประเทศไทยจะร่วมผลักดันโครงการ ASEAN Power Grid เพื่อเปลี่ยนความหลากหลายทางทรัพยากรในภูมิภาคให้เป็นความเข้มแข็ง โดยจะส่งผ่านไฟฟ้าพลังงานน้ำ จาก สปป. ลาว ผ่านไทย ไปยังมาเลเซีย สิงคโปร์ และขยายต่อไปยังอินโดนีเซีย เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทดแทนร่วมกัน

สำหรับก้าวต่อไป นายเอกนิติ เตรียมนำคณะผู้แทนรัฐบาลร่วมกับภาคเอกชนไทย เดินทางไปร่วมการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปค ครั้งที่ 33 ที่ฮ่องกง และต่อจากนั้น จะเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ เดือน ก.พ. ปี 2570 ในนาม "Thailand Group" เพื่อปักหมุดและขับเคลื่อนประเทศไทยให้อยู่ในสปอตไลท์ของเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง

โดยได้เน้นย้ำว่า การปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมโลกที่เปลี่ยนไป และการเตรียมความพร้อมให้เศรษฐกิจไทยทะยานเติบโตระลอกใหม่ จำเป็นต้องเร่งลงทุนใน 2 ด้านหลัก ได้แก่

  1. การลงทุนในทุนมนุษย์ (Human Capital) ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการยกระดับศักยภาพของประเทศ โดยเน้นย้ำหลักการเพิ่มพลังแก่ประชาชน โดยการกลับไปสู่ระดับฐานราก ทั้งประชาชน ชุมชน และท้องถิ่น เข้าใจบริบทในพื้นที่ และเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเพื่อพร้อมรับโอกาสในอนาคต
     
  2. การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อรองรับการยกระดับประสิทธิภาพและบริการทางการเงินดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพื่อลดความเปราะบาง และความเสี่ยงจากวิกฤตราคาพลังงานผันผวน

“การลงทุนนั้นสำคัญมาก เราจึงต้องตั้งเป้าหมายสัดส่วนการลงทุนต่อจีดีพีไว้ที่ 30% จากปัจจุบันที่ 22% ทำไมการลงทุนถึงสำคัญมาก? เพราะถ้าคุณกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการบริโภค เมื่อคุณกิน ของมันก็หมดไป แต่ถ้าคุณลงทุน การลงทุนคือการสร้างศักยภาพในอนาคต ทั้งการลงทุนในทุนมนุษย์ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อทำให้ประเทศไทยพร้อมสำหรับการเติบโตระลอกใหม่"

‘เอกนิติ‘ ชงตั้ง KPI ร่วมอาเซียน เชื่อมนโยบายไร้รอยต่อ เสริมการค้า-ลงทุน