วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปัญหารุมเร้า! เช็กลิสต์ ทางการจีนออกมาตรการ ‘กระตุ้น ศก.’ อะไรแล้วบ้าง 

เปิดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจีน และธนาคารกลาง ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางปัญหาจำนวนมากกัดกินเศรษฐกิจ ทั้งหนี้ภาครัฐ หนี้ท้องถิ่น และวิกฤติฟองสบู่อสังหาฯ รวมไปถึงปัญหาการว่างงานของกลุ่มเยาวชนที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

ท่ามกลางเศรษฐกิจจีนที่โตแบบชะลอตัว ล่าสุดรัฐบาลกลางปักกิ่งได้เริ่มออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนหนึ่ง พร้อมให้คำมั่นว่าจะปรับปรุง“สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ” ให้ดียิ่งขึ้น หลังจากที่ปราบปรามกลุ่มบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่างร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมาจากแนวคิด “ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” หรือ Common Prosperity

โดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวครอบคลุมถึงการกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภค อย่างสินค้าในครัวเรือนและยานยนต์ รวมไปถึงการส่งเสริมบรรดาบริษัทเอกชน ทว่าบรรดานักลงทุนส่วนหนึ่งก็ยัง “ไม่มั่นใจ” ในคำมั่นดังกล่าว

จากข้อเท็จจริงข้างต้น บรรดานักลงทุนจึงพยายามหาข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น รวมถึงรอดูนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรงจากรัฐบาลไม่ใช่เพียงธนาคารกลางจีน (PBOC) ซึ่งเหล่าผู้เชี่ยวชาญมองว่าน่าจะมีความคืบหน้าในการประชุมของโปลิตบูโรของพรรคคอมมิวนิสต์ในอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้

ทั้งนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล่าสุดของทางการจีนที่ประกาศออกมาแล้ว ประกอบด้วย

  • วันที่ 13 มิ.ย. PBOC ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุนเล็กน้อย โดย PBOC ย้ำว่าท่าทีดังกล่าวเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลาย ที่สำคัญมาตรการดังกล่าวออกมาเพียงไม่กี่วันก่อนที่ทางการจะประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของจีนในไตรมาส 2 ที่บ่งชี้ถึงความตกต่ำของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนภาคเอกชนที่ลดลงอย่างน่าเป็นห่วง และการว่างงานของคนหนุ่มสาวที่สูงเป็นประวัติการณ์ที่กว่า 21%
  • วันที่ 10 ก.ค. หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินขยายการผ่อนปรนเงินกู้สำหรับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชาวจีน เพื่อให้แน่ใจว่ามีการส่งมอบบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ขณะที่ PBOC ยังบอกเป็นนัยว่า ผู้ปล่อยสินเชื่อสามารถเจรจาสัญญาจำนองใหม่หรือขยายสินเชื่อใหม่เพื่อลดต้นทุนทางการเงินสำหรับสินเชื่อบ้านได้ นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลกำลังพิจารณาผ่อนปรนข้อจำกัดการซื้อบ้านในเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งอาจทำให้อุปสงค์ที่อยู่อาศัยในกรุงปักกิ่ง และเซี่ยงไฮ้ปรับตัวดีขึ้น
  • วันที่ 18 ก.ค. รัฐบาลจีนออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในครัวเรือน โดยหน่วยงานรัฐบาล 13 แห่งสรุปแผนการที่จะกระตุ้นการใช้จ่ายของครัวเรือนตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ และรัฐบาลกลางกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นช่วยประชาชน-ผู้อยู่อาศัยปรับปรุงบ้านเรือน และชี้ว่าชาวจีนควรเข้าถึงสินเชื่อเพื่อซื้อสินค้าในครัวเรือนให้ทั่วถึงมากขึ้น 
  • วันที่ 19 ก.ค. พรรคคอมมิวนิสต์และรัฐบาล ประกาศผ่อนคลายการกำกับดูแลภาคเอกชน โดยปรับปรุงเงื่อนไขสำหรับการดำเนินธุรกิจของภาคส่วนดังกล่าว ทั้งหมด 31 รายการ หนึ่งในนั้นคือ “คำปฏิญาณ” ที่จะปฏิบัติต่อบริษัทเอกชนเช่นเดียวกับรัฐวิสาหกิจ ทั้งยังปรึกษาหารือกับผู้ประกอบการเพิ่มเติมเกี่ยวกับการร่างนโยบายและลดอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดสำหรับบริษัทต่างๆ
  • วันที่ 20 ก.ค. PBOC ปรับกฎเพื่ออนุญาตให้บริษัทเอกชนสามารถกู้ยืมเงินจากต่างประเทศได้มากขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านั้นบรรดานักลงทุนต่างมองว่าจีนเข้มงวดกับประเด็นเปิดเสรีเงินทุนต่างชาติอย่างมาก นอกจากนี้ PBOC ยังเพิ่มอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนรายวันแบบคงที่ (Reference Rate) ให้แข็งขึ้นกว่าคาดการณ์ของบลูมเบิร์ก (Bloomberg) เพื่อพยุงสถานการณ์เงินหยวนอ่อนค่าด้วย
  • วันที่ 21 ก.ค. ทางการจีนออกมาตรการกระตุ้นการซื้อขายรถยนต์ โดยคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักด้านการวางแผนเศรษฐกิจ ประกาศขั้นตอนเพื่อเพิ่มการซื้อรถยนต์ 10 ประการ โดยเฉพาะรถยนต์พลังงานใหม่ รวมถึงมาตรการลดต้นทุนสำหรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าลง และการขยายเวลาการลดหย่อนภาษี  โดยในเดือนมิ.ย. กระทรวงพาณิชย์เปิดตัวแคมเปญส่งเสริมการซื้อรถยนต์และผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในพื้นที่ชนบท ซึ่งครอบคลุมระยะเวลาทั้งหมด 6 เดือน

จากมาตรการทั้งหมดที่รัฐบาล และธนาคารจีนออกมา เห็นได้อย่างชัดเจนว่าบรรดาผู้บริหารระดับสูงตระหนักดีว่าเศรษฐกิจจีนจำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นอย่างระมัดระวังเป็นรายภาคส่วน …แต่ก็มีคำถามต่อว่า มาตรการที่ออกมาเพียงพอที่จะช่วยพยุงการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนได้มากน้อยแค่ไหน 

ดังนั้นก็ต้องติดตามต่อไปว่า หลังการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า จะมีมาตรการใดเพิ่มเติมออกมา และมาตรการเหล่านั้นจะสามารถทำให้จีนกลับไปเป็น “เดอะแบก” อย่างที่หลายฝ่ายมองไว้หรือไม่

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์