วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ศุภจี’ ถกทัพธุรกิจยักษ์ใหญ่สวิส ดัน FTA ไทย–EFTA เชื่อม SMEs สู่ห่วงโซ่โลก

“ศุภจี” เปิดกระทรวงพาณิชย์หารือปลัดกระทรวงเศรษฐกิจสวิส นำทัพบริษัทชั้นนำทั้ง Nestlé, Novartis, Roche และ Kühne+Nagel ขยายความร่วมมือการค้าและการลงทุน เตรียมใช้ประโยชน์ FTA ไทย–EFTA ตั้งเป้ามีผลบังคับใช้ 1 ม.ค. 2570 มุ่งดึงลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง ถ่ายทอดนวัตกรรม และเชื่อม SMEs ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

KEY POINTS

  • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ หารือกับคณะผู้บริหารบริษัทชั้นนำของสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย–EFTA ซึ่งตั้งเป้าให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มี.ค. 2570
  • การเจรจามุ่งเน้นการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs สามารถเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของบริษัทระดับโลก ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีและพัฒนาสินค้าให้ได้มาตรฐาน
  • บริษัทชั้นนำของสวิส เช่น Nestlé, Kühne+Nagel, Novartis และ Roche แสดงความสนใจและมีแผนขยายการลงทุนในไทยในอุตสาหกรรมอาหาร โลจิสติกส์ ยา และเทคโนโลยีขั้นสูง

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ให้การต้อนรับและหารือกับนางเฮเลเนอ บุดลีเกอร์ อาร์ทิเอดา ปลัดกระทรวงกิจการเศรษฐกิจสมาพันธรัฐสวิส (SECO) พร้อมคณะผู้บริหารบริษัทชั้นนำและองค์กรธุรกิจสำคัญของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2569 ณ กระทรวงพาณิชย์เพื่อขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน

รวมถึงเตรียมความพร้อมใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีไทย–สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ซึ่งทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าให้มีผลใช้บังคับวันที่ 1 มี.ค. 2570

โดยมุ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจ ถ่ายทอดเทคโนโลยี และเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของบริษัทระดับโลก

การหารือครั้งนี้มีผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำของสวิตเซอร์แลนด์ในอุตสาหกรรมสำคัญเข้าร่วม อาทิ Nestlé ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่มีแผนลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่องทั้งโรงงานกาแฟแห่งใหม่และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ขณะที่ Kühne+Nagel ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับโลกมองเห็นศักยภาพของไทยในห่วงโซ่อุปทานด้านคลาวด์และศูนย์ข้อมูล รวมถึงมีแผนลงทุนด้านคลังสินค้าและการขนส่งทางอากาศ

นอกจากนี้ ยังมี Novartis และ Roche ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านยาและเทคโนโลยีการแพทย์ โดยมีโอกาสต่อยอดความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ ตลอดจน Oerlikon บริษัทเทคโนโลยีวัสดุขั้นสูงที่สนใจขยายการลงทุนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมการบินและเซมิคอนดักเตอร์ในไทย

‘ศุภจี’ ถกทัพธุรกิจยักษ์ใหญ่สวิส ดัน FTA ไทย–EFTA เชื่อม SMEs สู่ห่วงโซ่โลก

นอกจากนี้ยังมีผู้แทนจากองค์กรธุรกิจและหน่วยงานสนับสนุนเศรษฐกิจของสวิตเซอร์แลนด์เข้าร่วม ได้แก่ economiesuisse, Swissmem, Swissrail, SIFEM, SERV, Switzerland Global Enterprise (S-GE) และ DKSH

สะท้อนโอกาสในการขยายความร่วมมือให้ครอบคลุมทั้งภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยี ระบบขนส่ง การเงิน ตลอดจนการส่งเสริมการค้าและการลงทุน

นางศุภจี กล่าวว่า ความสำเร็จของ FTA ไม่ได้อยู่ที่การเจรจาจนได้ข้อสรุปเท่านั้น แต่อยู่ที่การทำให้ภาคธุรกิจใช้ประโยชน์จากความตกลงได้จริง

กระทรวงพาณิชย์ จึงมุ่งเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ SMEs ให้พัฒนาสินค้าและบริการตามมาตรฐานสากลพร้อมเชื่อมโยงกับบริษัทชั้นนำที่มีเครือข่ายทั่วโลก เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ

ควบคู่กับการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงรวมถึงพลังงานหมุนเวียน โดยเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนาทักษะแรงงาน และการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ทั้งสองฝ่าย เน้นผลประโยชน์ร่วม (Mutual Benefit)

ทั้งการค้าและการลงทุน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย การขยายโอกาสทางธุรกิจของบริษัทสวิส และการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างยั่งยืน

‘ศุภจี’ ถกทัพธุรกิจยักษ์ใหญ่สวิส ดัน FTA ไทย–EFTA เชื่อม SMEs สู่ห่วงโซ่โลก

ทั้งสองฝ่ายยังหารือแนวทางสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุน โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การลดอุปสรรคด้านศุลกากร การนำระบบดิจิทัลมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ และการจัดให้มีช่องทางประสานงานที่ชัดเจน เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถสอบถามข้อมูลและแก้ไขปัญหาการดำเนินธุรกิจระหว่างกันได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

สำหรับการค้าไทย–สวิตเซอร์แลนด์ ในปี 2568 มีมูลค่ารวม 14,236.28 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 31.12% จากปีก่อน ขณะที่ช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 มีมูลค่าการค้ารวม 9,557 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 26% สะท้อนศักยภาพในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

โดยขณะนี้ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างเตรียมกระบวนการภายในประเทศ เพื่อให้ความตกลงการค้าเสรีไทย–EFTA มีผลใช้บังคับตามเป้าหมายวันที่ 1 มี.ค. 2570