“คมนาคม” จี้ทางหลวง - ทางหลวงชนบท เปลี่ยนใช้ระบบตรวจจับแบบเรียลไทม์ หวังสกัดส่วยรถบรรทุก เล็งหารือปมทุจริตอีกครั้ง 20 มิ.ย.นี้
นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการติดสินบนเจ้าหน้าที่โดยการติดสติ๊กเกอร์บนรถบรรทุก ครั้งที่ 2/2566 โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่ไปดูกระบวนการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ซึ่งยอมรับว่าระบบที่ผ่านมามีช่องโหว่ที่ทำให้เกิดกระบวนการทุจริต เนื่องจากยังต้องใช้ระบบบุคลากรเข้าไปตรวจสอบและดำเนินการจับกุม
โดยผลการประชุมในครั้งนี้ จะมีการมุ่งเน้นให้ใช้ระบบทางด้านเทคนิคระบบไอทีมากขึ้น และลดจำนวนบุคลากรทำงาน เพื่อให้ลดการทุจริตให้ได้มากที่สุด สำหรับในระยะยาวจะนำระบบกล้องตรวจจับแบบติดตัว หรือ Body Camera เข้ามาช่วยในการบันทึกภาพการทำงานแบบเรียลไทม์ และส่งข้อมูลไปยังศูนย์ควบคุมใหญ่ เมื่อมีการตรวจจับ จะเห็นภาพเข้าสู่ส่วนกลางทันที และมีการบันทึกการจับกุม ซึ่งจะทำให้เห็นกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่และลดการทุจริต
“ตอนนี้ที่ประชุมได้สั่งการให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทไปพิจารณาการนำระบบ Body Camera มาปรับใช้ในการทำงาน เพื่อลดปัญหาการทุจริตจากบุคลากร ซึ่งจะมีการสรุปผลและนำกลับมาเสนอที่ประชุมอีกครั้งในวันที่ 20 มิ.ย.นี้”
ส่วนเรื่องบทลงโทษกรณีบุคลากรสังกัดกระทรวงคมนาคมเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต ขณะนี้คณะทำงานยังไม่มีรายชื่อบุคลากรดังกล่าว โดยได้มอบหมายให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ติดต่อไปยังสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยมาให้ข้อมูล และรายชื่อข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิด เพื่อนำมาตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป หากได้รับแจ้งเบาะแส จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน บทลงโทษตามวินัย เป็น พรบ.บริการราชการแผ่นดินร้ายแรงสุดถึงขั้นไล่ออก รองลงมาเป็นทัณฑ์บน และยังมีโทษทางอาญาและทางแพ่ง
ด้านนายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองอธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า ขณะนี้กรมฯ ได้ตั้งคณะทำงาน 2 ชุด โดยชุดแรกจะดูเรื่องคน หรือผู้กระทำผิด ซึ่งหลังจากนี้จะมีการเชิญสหพันธ์การขนส่งฯ เพื่อประสานขอข้อมูลผู้กระทำผิด ส่วนคณะทำงานชุดที่สองจะดูในเรื่องของด่านชั่งน้ำหนัก เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะมีการขอข้อมูล GPS รถบรรทุกของกรมขนส่งทางบก (ขบ.) เพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกัน
“กรมฯ จะประสานไปยังกรมขนส่ง เพื่อนำระบบติดตามระบบทุกมาใช้ในการตรวจจับรถบรรทุกที่หลบหนีการเข้าด่านชั่งน้ำหนัก เพราะที่ผ่านมายอมรับว่ามีรถที่หลีกหนีการเข้าด่าน และบางส่วนเมื่อมีการตรวจโดยบุคลากร ก็เป็นช่องโหว่ในการทำทุจริต หากได้ระบบ GPS รถบรรทุกมาใช้ ก็จะสามารถตรวจจับสถานะของรถ และชั่งน้ำหนักรถบรรทุกแบบเรียลไทม์มากขึ้น”
ส่วนกรณีการติดตั้งกล้อง Body Camera ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินแผนกำหนดเรื่องคุณสมบัติกล้องที่จะนำมาใช้ว่าจะกำหนดเป็นกล้องชนิดใด จำนวนกี่ตัว และต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ โดยจะดำเนินการให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะนำมาใช้ทั้ง 97 ด่านทั่วประเทศ ด่านละ 14 ตัว และคาดว่าจะใช้งบเหลือจ่ายในการดำเนินการปีนี้
“ปกติระบบ Spot Check หรือจุดตรวจย่อย ของกรมฯ มีเจ้าหน้าที่ประจำจุดอยู่แล้ว ซึ่งจะใช้วิธีสุ่มตรวจรถบรรทุกโดยใช้บุคลากรในการตรวจชั่งจากเครื่องมือชั่งทีละล้อรถ เก็บข้อมูลโดยใช้วิธีถ่ายเป็นคลิปวีดีโอ หากมีข้อท้วงติง ก็สามารถนำมาดำเนินการได้ แต่ไม่ได้เป็นแบบเรียลไทม์ เป็นช่องโหว่ที่อาจมีการทุจริตได้ ดังนั้นหากนำ Body Camera มาติดไว้ที่ตัวบุคลากรแต่ละคนในจุด Spot Check ก็จะทำให้ตรวจสอบความโปร่งใสได้มากขึ้น”









