วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

‘ก้าวไกล’ หวั่นตั้งรัฐบาลช้าเสียโอกาสลงทุน

 ปัจจุบันยังมีความเป็นไปได้หลายทางสำหรับ “หน้าตาของรัฐบาล” ชุดใหม่ ว่าจะเกิดมาจากพรรคการเมืองใดบ้าง ซึ่งปัญหาที่ตามมาจากความไม่แน่นอนข้างต้น คือเมื่อรัฐบาลชุดใหม่จัดตั้งได้ช้า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ก็จะเข้าสภาล่าช้า

 ปัจจุบันยังมีความเป็นไปได้หลายทางสำหรับ “หน้าตาของรัฐบาล” ชุดใหม่ ว่าจะเกิดมาจากพรรคการเมืองใดบ้าง ซึ่งปัญหาที่ตามมาจากความไม่แน่นอนข้างต้น คือเมื่อรัฐบาลชุดใหม่จัดตั้งได้ช้า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ก็จะเข้าสภาล่าช้าจนทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ชะลอลงไปด้วย ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยในภาพรวม ทั้งการลงทุนจริงๆ ในประเทศ และความเป็นไปของตลาดทุน

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์กับกรุงเทพธุรกิจในประเด็นดังกล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 2567 ต้องเข้าสภาในเร็วๆ นี้แต่ยังไม่สามารถทำได้เพราะยังอยู่ในกระบวนการรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาล 

นั้นหมายความว่าตอนนี้รัฐบาลรักษาการต้องชะลอรายจ่ายเพื่อการลงทุนไปก่อน และใช้ได้เพียงงบประมาณประจำที่คงไว้เพื่อการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ เงินเดือนบุคลากร โครงการอบรมสัมมนา ต่างๆ ที่จะใช้เพื่อให้แต่ละหน่วยงานดำเนินต่อไปได้

“หากพิจารณากรอบเวลาในการจัดตั้งรัฐบาลและผ่านร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว พรรคก้าวไกลจะสามารถตั้งรัฐบาลได้ในเดือน ส.ค. จากนั้นอาจมีการรื้องบประมาณเล็กน้อย และเริ่มพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวช่วงเดือน ก.ย. ซึ่งรัฐธรรมนูญให้กรอบเวลาไว้ทั้งหมด 105 วัน แต่พรรคก้าวไกลอาจขอให้รัฐสภากระชับเวลาลงมาเพื่อประโยชน์ของเศรษฐกิจทั้งประเทศ จากนั้นจึงผ่านวาระ 1-2 ภายในต้น ม.ค. ปี 2567 แล้วให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) พิจารณาอีก 1-2 อาทิตย์ ทั้งหมดก็จะล่าช้าไป 1 ไตรมาสพอดี”

จากความล่าช้าทั้งหมด นางสาวศิริกัญญา ระบุว่า รัฐบาลจะเสียโอกาสในการใช้งบประมาณด้านการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อครุภัณฑ์ การก่อสร้างของภาครัฐ หรือโครงการอื่น ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2567 อย่างแน่นอน

ดังนั้น เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) จึงประกาศขอความร่วมมือกับรัฐวิสาหกิจ ซึ่งสามารถเบิกจ่ายงบประมาณด้านการลงทุนได้ก่อน เริ่มลงทุนไปก่อน ขณะที่ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ ยังอยู่ท่ามกลางการพิจารณา 

เมื่อถามถึงผลกระทบต่อตลาดทุน นางสาวศิริกัญญา ระบุว่า ความล่าช้าของการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ เป็นสิ่งที่ตลาดทุนและนักลงทุนสามารถคาดการณ์ได้อยู่แล้ว และราคาสินทรัพย์เสี่ยงจำนวนมากก็ได้นำความเสี่ยงที่กล่าวไปข้างต้นไว้ในราคา (Price In) เรียบร้อยแล้ว


“หากย้อนกลับไปช่วงปี 62 ก็เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน เดียวกัน รัฐบาลใหม่ ตอนนั้นดีเลย์การพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 63 ออกไปประมาณ 3-4 เดือน รวมกับเรื่องเสียบบัตรแทนอีก ทำให้สุดท้ายดีเลย์ไปมากกว่าคาดการณ์ ไปประกาศใช้จริงๆ เดือน ก.พ. ดังนั้นเรายืนยันว่า ปีนี้ไม่มีทางแย่ไปกว่าช่วงปี 2562 แน่นอน”

นอกจากนี้ แม้ว่าด้วยโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยที่แข็งแกร่งทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทว่า หากร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2567 ล่าช้า ก็อาจทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากต่างประเทศลดต่ำลง ดังนั้น นางสาวศิริกัญญา จึงระบุว่า หลังจากตั้งรัฐบาลเรียบร้อยจะเพิ่มแรงกระเพื่อมสำหรับ FDI จาก “เทคโนโลยีจากอุตสาหกรรมเป้าหมาย” มากขึ้น มากกว่าการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เท่านั้น

“อาจมีการเจรจาสิทธิประโยชน์ด้านอื่น เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีต่อเนื่อง และสร้างความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมภายในประเทศ อันนี้จำเป็นต้องทำอย่างประณีตเป็นรายอุตสาหกรรม ให้เราได้เข้าไปเป็นจุดยืนในห่วงโซ่อุปทานโลก ไม่ใช่เปิดอุตสาหกรรมกว้าง ๆให้ใครเข้ามาก็ได้เหมือนเดิม โดยอุตสาหกรรมเป้าหมายดังกล่าว ประกอบด้วย พลังงานทดแทน เซมิคอนดักเตอร์ และ อีวีบัส ”