ผู้จัดการ ธ.ก.ส. คนใหม่ ฉัตรชัย ศิริไล วางกลยุทธ์แก้หนี้ ยกระดับเกษตรกรไทย หนุนเข้าถึงแหล่งเงินทุน พัฒนาต่อยอดเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจใหม่ๆ ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ฉัตรชัย ศิริไล ระบุ นโยบายเร่งด่วนที่ต้องเร่งทำคือการบริหารจัดการหนี้ ซึ่งแยกออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกแก้ปัญหาหนี้เสีย ส่วนที่สองคือการป้องกัน ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าของธนาคารเป็นกลุ่มเกษตรกรเป็นกลุ่มเปราะบางและได้รับผลกระทบจากโควิด รวมถึงจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และผลกระทบดอกเบี้ยที่เป็นขาขึ้นซึ่งส่งผลกับเศรษฐกิจและราคาพืชผลทางการเกษตร ต้องเร่งฟื้นฟูความแข็งแรงของความสามารถในการหารายได้ของเกษตรกรที่เป็นลูกค้า
ขณะเดียวกันต้องใช้เทคโนโลยีมาช่วยใช้ในการทำงาน เพราะกลุ่มลูกค้าครอบคลุมทุกจังหวัดมากกว่า 1,200 สาขา การนำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับการทำงานทำให้สามารถให้บริการได้สะดวกรวดเร็ว มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ จะนำนวัตกรรมเข้าไปผสมผสานในการทำการเกษตรกรมีช่องทางการหารายได้เพิ่มนอกเหนือจากการพึงพิงการทำเกษตรทั้ง 100%
รวมถึงการพัฒนาและต่อยอดเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชน ทั้งในเรื่องของนวัตกรรม การออกแบบ และการทำธุรกิจการเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
ส่วนนโยบายการพักหนี้ที่พรรคการเมืองใช้หาเสียงต้องดูรายละเอียดว่ารัฐบาลจะสามารถช่วยเหลือได้มากน้อยแค่ไหน เงื่อนไขเกษตรกรที่จะเข้าโครงการมีรายละเอียดอย่างไร จึงจะบอกได้ว่าธนาคารแต่ละแห่งจะสามารถดำเนินการอย่างไร ซึ่งส่วนตัวมองว่าการพักหนี้สามารถทำได้ โดยเฉพาะลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง ที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้จริง ๆ แต่ลูกหนี้ที่ยังมีความสามารถชำระหนี้ ควรให้การช่วยเหลือในรูปแบบอื่น เช่น มีน้อยจ่ายน้อยมีมากจ่ายมาก เพราะการพักหนี้ ดอกเบี้ยยังเดิน และจะทำให้ปัญหาหนี้ไม่จบ









