พาณิชย์ เผย ส่งออกเดือน 22,308 ล้านดอลลาร์ลดลง 6% จากภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง รวม 11 เดือนส่งออกไทยยังขยายตัว 7.6 %
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกไทยเดือนพ.ย.มีมูลค่า 22,308 ล้านดอลลาร์ลดลง 6.0% โดยการส่งออกไทยติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 หลังจากเดือน ต.ค.ติดลบ 4.4% และหากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำและยุทธปัจจัย หดตัว 2.0% ส่วนการนำเข้าในเดือน พ.ย.2565 มีมูลค่า 23,650.3 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 5.6% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 1,342.3 ล้านดอลลาร์
ขณะที่ภาพรวม 11 เดือนแรกของปี 2565 (ม.ค. – พ.ย.) การส่งออก มีมูลค่า 265,349.1 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 7.6% ซึ่งถือว่า การขยายตัวเกินเป้าจากเดิมที่ตั้งไว้ปี 2565 ไว้ที่ 4.0% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 280,438.0 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 16.3% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 15,088.9 ล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ปัจจัยลบที่จากกระทบการส่งออกในเดือนพ.ย ที่อาจกระทบถึงช่วงปี 2566 ประกอบด้วย
1.ภาวะเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวปี 2564 ขยายตัว 6% ปีนี้แนวโน้มขยายตัว 3.2% และปีหน้าคาดการณ์เบื้องต้นจะขยายตัว 2.7% จะมีผลกระทบต่อการส่งออกของไทย
2.เงินเฟ้อที่ยังสูง และการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารต่างประเทศจะมีผลไปถึงปี 2566 ทำให้ความต้องการบริโภคอาจได้รับผลกระทบ
3.ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์สงครามรัสเซีย-ยูเครนและอื่นๆ ยังไม่มีแนวโน้มยุติ ซึ่งทำให้ต้นทุนการผลิตสูงจากพลังงาน อาหารสัตว์และความต้องการบริโภคลดลงไปด้วย
สำหรับปัจจัยสนับสนุนการส่งออกที่สำคัญ ประกอบด้วย 1.การดำเนินงานอย่างเข้มข้นของกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับเอกชน เช่น การลงนามขยายความร่วมมือด้านอีคอมเมิร์ซกับจีน ซึ่งเป็นช่องทางนวัตกรรมทางการตลาดที่มีผลให้ตัวเลขในจีนยังไปได้ และการเร่งรัดการเปิดด่านรอบประเทศจาก 97 ด่านเปิดแล้ว 72 ด่าน
2.ข้อมูลองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) คาดการณ์ว่าปี 2565 โลกจะนำเข้าอาหารมากขึ้นประมาณ 10% ส่งผลต่อการขยายตัวด้านอาหารและการส่งออกของไทยไปด้วยประการที่สามการเติบโตของ 5G
รวมทั้ง Digital Economy ช่วยให้ความต้องการสินค้าเทคโนโลยี เช่น สมาร์ทโฟนมีมากขึ้นและประการที่สี่ สถานการณ์การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์เริ่มคลี่คลาย ทำให้ยานพาหนะเ ครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์กลับมาดีขึ้น
“การส่งออก เดือนพ.ย.แม้จะติดลบ ถึง 6%มากกว่าเดือนตค. แต่เมื่อเทียบมูลค่า ส่งออก มีมูลค่ามากกว่าเดือนตค. อยู่ประมาณ 700 ล้านดอลลาร์ หรือ 45,000 ล้านบาทซึ่งการติดลบมาจากสาเหตุที่ฐานปีที่แล้วสูงนอกจากนี้ ในเดือนพ.ย.ที่ติดลบ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในเอเชีย ยังติดลบน้อยกว่า เช่น เกาหลีใต้ ติดลบ 14 % ไต้หวัน ติดลบ 13.1 % จีนติดลบ 9.2 % เวียดนาม ติดลบ 8.9% และสิงค์โปร์ ติดลบ 6.3% ”
ส่วนในเดือนธค. นี้คาดว่า แนวโน้มการส่งออก ของไทย มีโอกาสติดลบอีกเพราะฐาน การส่งออกเดือนธค.ปีก่อนสูงมาก โดยปีทีผ่านมามูลค่าการส่งออก อยู่ที่ 25,419 ล้านดอลลาร์ซึ่งถือว่า เป็นมูลค่าสูงสุดนับจากที่ไทยเคยมีการส่งออกมา ทำให้การติดลบมาจาก ฐานที่สูงประกอบกับ เศรษฐกิจโลก เริ่มชะลอตัวชัดเจนขึ้นต่อย่างไรก็ตาม ตัวเลขส่งออกไทย 11 เดือน ยังสามารถโตได้ถึง 7.6%ซึ่งทะลุเป้าที่กระทรวงวางไว้ที่ 4 % สำหรับเป้าหมายการส่งออกของไทยในปี 66 นั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอสรุปตัวเลขในเดือน ธ.ค.65 และต้องหารือกับภาคเอกชนผู้ส่งออกอีกครั้ง ก่อนที่จะกำหนดเป้าหมายการส่งออกของไทยในปีหน้าอย่างเป็นทางการต่อไป
ส่วนกรณีจีนจะเปิดประเทศ ตั้งแต่ 8 มค. ปีหน้านั้น จะส่งผลดีต่อการส่งออกของไทยไปจีน และ จะทำให้การส่งออกผลไม้ไทยไปจีนคล่องตัวขึ้น จากยกเลิกนโยบายzero covid
สำหรับตัวเลขการค้าชายแดนและผ่านแดนเดือนพ.ย.2565 การส่งออกมีมูลค่า 89,349 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.23% และ 11 เดือนของปี 2565 (ม.ค.-พ.ย.) มีมูลค่า 944,105 ล้านบาท ลดลง 0.51% และหากแยกเป็นการส่งออกชายแดนเดือน พ.ย.2565 มีมูลค่า 55,001 ล้านบาท เพิ่ม 7.04% รวม 11 เดือน มูลค่า 598,483 ล้านบาท เพิ่ม 16.32% และการค้าผ่านแดน มีมูลค่า 34,347 ล้านบาท ลดลง 4.64% รวม 11 เดือน มูลค่า 345,622 ล้านบาท ลดลง 20.44% เพราะหันไปส่งออกทางเรือและทางอากาศมากขึ้น









