กรมชลประทาน เล็งลดการระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 3,000 ลบ.ม. ต่อวินาที ใน 2-3 วันนี้ หากไม่มีฝนตก ขณะซ่อมจุดขาดคัน คลองมหาราช แล้ว
กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบัน (15 ตุลาคม 2565) เมื่อเวลา 19.00 น. ตรวจวัดปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C.2 จ.นครสวรรค์ อยู่ที่ 2,945 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที ซึ่งจะไหลลงมาสมทบกับแม่น้ำสะแกกรังอีก 154 ลบ.ม./วินาที ก่อนจะไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยาตามลำดับ
กรมชลประทาน รับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาอัตรา 537 ลบ.ม./วินาทีก่อนจะเร่งผลักดันน้ำให้ไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทยให้เร็วที่สุด ปัจจุบัน ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา อยู่ที่ +17.67 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง (ม.รทก) ระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตรา 3,088 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C.29A อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เฉลี่ยอยู่ที่ 2,983 ลบ.ม./วินาที
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม จะทยอยปรับลดการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 3,000 ลบ.ม./วินาที ภายใน 2-3 วันนี้ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม กรมชลประทาน ได้ดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำผ่านระบบชลประทานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องโดยการขุดลอกเสริมคันดินและแนวป้องกันร่วมกับประชาชนในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม เพื่อลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้มากที่สุด ที่สำคัญได้เน้นย้ำให้สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์แนวทางในการบริหารจัดการน้ำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ
ด้านนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าว่า ขณะนี้ (16 ต.ต.65) ได้ดำเนินการซ่อมแซมจุดที่ขาดของคันคลองชัยนาท-อยุธยา หรือคลองมหาราช ต.ตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เสร็จเรียบร้อยแล้วในช่วงสายที่ผ่านมา หลังระดมเครื่องจักรเครื่องมือและเจ้าหน้าที่ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซ่อมแซมคันคลอง ปิดจุดที่เสียหายกว้างประมาณ 100 เมตร ด้วยการลงเสาเข็มไม้ พร้อมวางกระสอบทราย (Bigbag) และกล่องลวดถักบรรจุหินใหญ่ (Gabion) เพื่อชะลอความแรงของน้ำและป้องกันความเสียหายไม่ให้ขยายวงกว้างขึ้นไปอีก









