ฝนตกหนัก น้ำท่วมนาข้าว ผู้ส่งออกหวั่นพลาดเป้าส่งออกข้าวไทย7ล้านตัน ลุยชงตั้งไรซ์บอร์ดจัดการแก้ปัญหาข้าวทั้งระบบ ฟังมุมมอง นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เจริญ เหล่าธรรมทัศน์
ฝนตกหนัก น้ำท่วมนาข้าว ผู้ส่งออกหวั่นพลาดเป้าส่งออกข้าวไทย7ล้านตัน ลุยชงตั้งไรซ์บอร์ดจัดการแก้ปัญหาข้าวทั้งระบบ ฟังมุมมอง นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เจริญ เหล่าธรรมทัศน์
เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่าอยู่ในอุตสาหกรรมข้าวมา40ปี ได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของวงการข้าวไทยมาโดยตลาด ปัญหาสำคัญของอุตสาหกรรมข้าวไทยคือการไม่มีพันธุ์ข้าวใหม่ๆออกมาสู่ตลาด ถึงเวลาแล้วที่ไทยต้องยอมรับว่าไทยสู้คู่แข่งไม่ได้ ไม่ได้มีการพัฒนามาเกือบ30ปี ผมอยู่ในวงการข้าวมา40ปี ขายข้าวแค่3ชนิดเท่านั้น พันธุ์ข้าวก็พันธุ์เดิมๆที่ไทยมีอยู่ เรื่องเดียวที่ไทยทำได้คือ ราคาที่จะแข่งได้ ส่วนเรื่องคุณภาพเริ่มไม่เป็นที่ต้องการของตลาด อินเดีย และเวียดนามแซงหน้าไทยไปไกลมากในเรื่องของพันธุ์ข้าว
“ เราจะเห็นนโยบายของรัฐบาลทุกรัฐบาลจะเน้นดูแลแต่เรื่องราคาข้าวเปลือกของชาวนา แต่แทนที่จะพัฒนาให้คุณภาพข้าวกับไปสนับสนุนราคาข้าวเปลือกในประเทศให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆซึ่งเป็นอุปสรรคในการส่งออก คุณภาพข้าวไม่ดีแต่อยากขายแพง ซึ่งในตลาดเสรีไม่ใช่เรื่องที่ควรทำทำให้เห็นตัวเลขส่งออกข้าวลดน้อยลงเรื่อยๆสิ่งที่เอกชนต้องการในวันนี้คือ การพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ๆออกมาให้ตรงกับตลาด อย่าไปคิดว่าข้าวของไทยดีแล้วหยุดอยู่กับที และเร่งแก้กฎหมายกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการรับรองพันธุ์ข้าวต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง รัฐบาลต้องเอาเรื่องนี้มาคุยอย่างจริงจัง พันธุ์ข้าวไทยมีทำจำนวนมาก ทั้งจากมหาวิทยาลัย มูลนิธิต่างพร้อมที่จะเอาพันธุ์ข้าวมาพัฒนา”
ทั้งนี้สิ่งที่ภาคเอกชน ผู้ส่งออกข้าว อยากเห็นมากที่สุดอยากให้ให้มีการตั้งคณะกรรมการอุตสาหกรรมข้าว หรือไรท์บอร์ด เป็นการรวบรวมผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมมาช่วยกำหนดนโยบายต่างๆให้เป็นทิศทางเดียวกันไม่ว่าจะเป็นสมาคมผู้ส่งออก สมาคมข้าวถุง สมาคมโรงสี สมาคมชาวนา สมาคมการค้าเมล็ดข้าวไทย มาเป็นคณะกรรมการและช่วยกันคิดร่างนโยบาย จะสามารถทำประโยชนร่วมกีนไดเมากที่สุดและทำเป็นระยะสั้น กลาง ยาว ซึ่งถ้าเป็นไปได้ ถ้ารัฐบาลไหนขึ้นมาอย่าพึ่งเปลี่ยนนโยบาย เพราะนโยบายที่เราทำมาต้องใช้ระยะเวลา เช่นการพัฒนาพันธุ์ข้าวใช้เวลา3ปีถ้าเราไม่มีนโยบายที่แน่นอน ก็จะมีการปรับลี่ยนนโยบายพันธุ์ข้าวไปเรื่อยๆอยากให้รัฐบาลไหนที่มาทำตามนโยบายของไรท์บอรด์ที่วางไว้ ต่อเนื่องและทำได้ในระยะยาว มีตัวอย่างในหลายๆประเทศที่พัฒนาและก้าวหน้าไปได้เพราะนโยบายที่มั่นคง แต่ถ้าไทยเปลี่ยนโยบายทุกๆ2 ปี สิ่งที่ที่พูดออกมาก็ได้แต่พูด เหมือนแผ่นเสียงตกร่องซึ่งไม่สามารถเอาไปใช้ได้ ก็อยากจะฝากถึงผู้ส่งออกรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาในอุตสาหกรรมข้าว สุดท้ายแล้วจะมีการเลือกตั้งใหม่ มีโอกาสเลือกรัฐบาลใหม่ก็อยากให้เลือกรัฐบาลที่ถูก เข้ามาดูแลประเทศมาดูแลอุตสาหกรรมของเราใหม่มีความมั่นคงและยั่งยืนต่อไปและผู้บริหารที่จะเข้ามาบริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงพาณิชย์ก็อยากได้คนที่เข้าใจถึงปัญหาจริงๆเข้ามาแก้ไขจริงๆจัง ไม่ใช่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปทิ้งไว้ในคนอื่นแก้ไข
“ไม่อยากจะโทษว่าเป็นการเมือง ถ้าการเมืองไม่ดูแลก็ไม่มีใครดูแล เลือกตั้งครั้งใหม่ต้องเลือกให้ดี เลือกคนที่มาดูแลเราจริงๆในระยะยาว จะทำอะไรให้ผู้ส่งออกได้บ้าง คสามมั่นคงของอุตสาหกรรมมันขึ้นอยู่กับการเมืองจริงๆ ถ้าการเมืองไม่เดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง เราก็จะออกอ่าวไป การแข่งขันอะไรต่างๆก็จะหมดไป ข้าวหอมมะลิก็จะเป็นแค่ตำนาน ไม่สามารถแข่งขันกับใครได้ในโลกนี้ กับราคาเท่านี้ เราต้องมีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงและพร้อมที่จะทำ”









