วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทำไมตลาดหุ้นไม่กลัวมุมมองของประธานเฟด?

ทำไมเราไม่อยากให้นักลงทุนกลัวมุมมองประธานเฟดมากเกินไป? แม้วานนี้เจอโรม พาวเวล จะให้มุมมองเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยที่ค่อนข้างเร่งตัวกว่าที่ตลาดคาด

แต่เหตุใด เราถึงไม่อยากให้นักลงทุนกังวลมากเกินไปและยังมองตลาดในระยะสั้นดี หากสรุปอีกครั้ง มาจาก 1) ตลาดแรงงานสหรัฐฯ แข็งแกร่งมากๆ และกลับมามีตำแหน่งงานมากกว่าช่วงวิกฤติโควิดแล้ว (แต่ยังหาคนงานได้ไม่พอ) 2) เศรษฐกิจไม่เคยถดถอยในช่วงที่ขึ้นดอกเบี้ย แต่มักจะเห็นหลังจากวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยถึงจุดสูงสุดไปแล้วระยะหนึ่ง ขณะที่เฟดพูดถึงการประคองให้เศรษฐกิจชะลอ (soft landing) ทำให้เรามองจะไม่เกิดเศรษฐกิจถดถอยในเร็วๆนี้ 3) หุ้นไม่ได้กลัวเงินเฟ้อสูง แต่กลัวเศรษฐกิจแย่ หรือถดถอย และในภาวะเงินเฟ้อสูง สินทรัพย์ที่สามารถป้องกันเงินเฟ้อได้ มีจำกัด ขณะที่พันธบัตรมีความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่สูงกว่ามาก ทำให้เงินจากพันธบัตรบางส่วน อาจจำเป็นต้องโยกเข้าลงทุนในหุ้น อีกทั้งผลของความขัดแย้งยูเครนรัสเซีย ที่ทำให้เงินเฟ้อน่าจะอยู่ในระดับสูงไปตลอดทั้งปี 

ยังงคงมุมมองเชิงบวกกับตลาดระยะสั้นและคาดการณ์ว่าจะมี Window dressing ด้วยปัจจัยข้างต้น และการที่เศรษฐกิจไทยที่อยู่ในกลุ่มประเทศกระทบจากสถานการณ์โควิดมากที่สุด จะเริ่มดีขึ้นจากทั้งการเปิดเมืองและเปิดประเทศ ทำให้เราคงมุมมองเชิงบวกต่อตลาดในระยะ 2-4 สัปดาห์ ขณะที่อาจระวังกับแรงทำกำไรจากการปรับลดประมาณการที่อาจจะทำให้ตลาดหุ้นหลังผลประกอบการไตรมาส 1/65 (ปลายเม.ย.-พ.ค.) มีความผันผวนได้ หุ้นเด่นไตรมาส 2/65 ที่เราชอบได้แก่ BBL, TIDLOR, CPN, OSP, TRUE, ONEE, TOP และ IVL // ขณะที่หุ้นที่สามารถเลือกเก็งกำไรในช่วงนี้ ได้แก่ KCE, HANA, PJW, TTCL, THREL, BLA, IND, MAJOR, WORK, TH เป็นต้น
 

 

 

 

ประเด็นเก็งกำไรอื่น 1) กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU, TOP (เน้นโรงกลั่น) 2) กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เป็นกลุ่มที่มักจะเคลื่อนไหวได้ดีในภาวะเงินเฟ้อ อีกทั้ง valuation ต่ำ และปันผลสูง ทำให้มีโอกาสเห็นการฟื้นตัวของ LH, SPALI, AP, SC, ASW 3) กลุ่มบันเทิง งบโฆษณาที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ บวกต่อ ONEE, BEC, WORK, MONO 4) หุ้นเก็งกำไรทางเทคนิค อาทิ WFX, CV, UBE, RAM, IND, MAKRO, CPALL, JAS, BCP, AJ, PTL, PJW, III, TNP SAP5) กลุ่มอาหารและเกษตร CPF, TU, GFPT, KSL 6) ค่าระวางเรือ PSL, TTA 7) น้ำมันลง SCC, PTTGC, BGRIM, GPSC, TASCO, AAV, EPG, SCGP, SFT

ภาพรวมกลยุทธ์: บรรยากาศเก็งกำไรโดยรวมยังเป็นบวก จากการเปิดประเทศรับการท่องเที่ยวและมาตรการดูแลค่าใช้จ่าย เป็นปัจจัยหนุนกลุ่มที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ความเสี่ยงสำคัญจากการปรับประมาณการหลังงบไตรมาส 1/65 ในอีก 1-2 เดือน เป็นสิ่งที่ต้องจับตา //หุ้นแนะนำ: TOP*, ICHI*, TRUE*, PJW*

แนวรับ: 1,669-1,676 / แนวต้าน : 1,692-1,700 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

 

 

ประเด็นการลงทุน

โกลด์แมนแซคส์คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.5% เดือนพ.ค.-มิ.ย.  – โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.50% ในการประชุมเดือนพ.ค.และเดือนมิ.ย. เพื่อสกัดเงินเฟ้อ

ธปท. ยันระบบธนาคารพาณิชย์ไทยยังแข็งแกร่ง แม้ S&P ปรับลดเครดิต – ธปท. ยันระบบธนาคารพาณิชย์ไทยยังแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS ratio) อยู่ที่ 20% โดยระหว่างปี 2563-2564 และมีเงินสำรองของระบบธนาคารพาณิชย์ อยู่ที่ 8.9 แสนล้านบาท คิดเป็นกว่า 1.6 เท่าของสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL coverage ratio)

ครม.เห็นชอบมาตรการค้ำประกันสินเชื่อจาก พ.ร.ก. Soft Loan – ครม. เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ได้รับสินเชื่อภายใต้ พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563

AOT – เตรียมรับโอนสนามบินกระบี่-อุดร-บุรีรัมย์เพิ่ม Hub ภาคหนุนขึ้นศูนย์กลางอาเซียน

Opportunity day- 23 มี.ค. THANA, AIMIRT, WINMED, SCN, KK, GRAMMY / 24 มี.ค. SHR, ZEN, MOONG, PAP, SISB, SELIC, CPF / 25 มี.ค. STECH, TPIPL, NNCL, HPT, ASK, DEMCO, TKT

 

ประเด็นติดตาม: 23 มี.ค. - TH Trade Balance เดือน ก.พ., US New Home Sales เดือน ก.พ.

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)