คลังยันไม่ห่วงฐานะการคลังของรัฐบาล หลัง 5 เดือนแรกจัดเก็บรายได้เกินเป้ากว่า 4.6 หมื่นล้านบาท ชี้หากทั้งปีรายได้เกินเป้า สามารถนำรายได้ส่วนเกินมาลดภาษี และใช้ในมาตรการช่วยเหลือประชาชน
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผลจากการจัดเก็บรายได้รัฐบาลที่เกินกว่าเป้าหมายกว่า 4.6 หมื่นล้านบาทในระยะ 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2565 ทำให้กระทรวงการคลังประเมินว่า การจัดเก็บรายได้ทั้งปีงบประมาณน่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย
อย่างไรก็ตาม จะต้องติดตามการจัดเก็บรายได้ในช่วงเดือนเม.ย.- พ.ค.นี้ ซึ่งเป็นการจัดเก็บรายได้จากภาษีเงินได้นิติบุคคลว่า จะเป็นอย่างไร
“ยอดจัดเก็บรายได้ที่เกินเป้ามากว่า 4 หมื่นล้านบาท นี้ ถือว่าเป็นตัวช่วยในเรื่องของรายได้ทั้งปี แต่จะต้องติดตามรายได้ในเดือนเม.ย.- พ.ค.นี้ก่อนว่า เป็นอย่างไร แต่เบื้องต้น ยอดจัดเก็บทั้งปีก็คิดว่า น่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย คิดว่า ไม่กังวล ถ้าดูฐานะการคลังตอนนี้ ถือว่า อยู่ได้”
เขากล่าวด้วยว่า หากรัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้เกินกว่าเป้าหมาย เราก็จะมีเม็ดเงินส่วนเกินที่จะมาช่วยเหลือประชาชนได้ แต่คงไม่ถึงขนาดต้องจัดทำเป็นงบกลางปี เพราะต้องออกกฎหมาย ซึ่งอาจจะใช้วิธีที่เข้าไปช่วยลดภาษีในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบก็ได้ ก็มีหลายวิธีที่ทำได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่กระทรวงการคลัง จะพิจารณาต่ออายุมาตรการลดภาษีน้ำมันดีเซลออกไปอีก เขากล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดในเดือนพ.ค.นี้ ซึ่งเราคงต้องไปดูในระยะใกล้ๆ อีกครั้ง โดยต้องดูราคาพลังงาน ภาพรวมเศรษฐกิจและผลกระทบที่จะมีต่อฐานะการคลังด้วย
สำหรับมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนจากสถานการณ์ราคาน้ำมันแพง ที่กระทรวงพลังงานจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์หน้านั้น เขากล่าวว่า คาดว่า จะมีหลายมาตรการ หากเกี่ยวข้องกับการใช้เม็ดเงิน กระทรวงการคลังก็พร้อมสนับสนุน เท่าที่หารือ เรามีเม็ดเงินเพียงพอ
พิสูจน์อักษร โดย....สุรีย์ ศิลาวงษ์









