เรายังชอบ BH จากแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อ บริษัทจะได้ประโยชน์จากการปลดล็อคอุปสงค์คงค้างจากผู้ป่วยต่างชาติ (ซึ่งโดยจะมารับการรักษาโรคซับซ้อน) และผู้ป่วยชาวไทย
ทั้งนี้ BH สามารถส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปให้ลูกค้าได้ถ้าหากเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นจากกรณีพิพาทระหว่างรัสเซีย-ยูเครน เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี FY22F-FY23F ขึ้น 2-8% และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 197 บาท คงคำแนะนำซื้อ
ผลการดำเนินงานไม่ได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อ
ผลการดำเนินงานของ BH จะได้รับผลกระทบน้อยมากจากกรณีพิพาทรัสเซีย-ยูเครน เพราะบริษัทไม่มีผู้ป่วยจากสองประเทศนี้ นอกจากนี้ BH ยังอาจจะได้ประโยชน์ทางอ้อมอีกด้วย เนื่องจากลูกค้าหลักของโรงพยาบาลมาจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง อาจจะมีฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้นจากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น สถานความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจะทำให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม BH จะสามารถส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปให้กับลูกค้าได้ บริษัทจะมีการปรับขึ้นราคาค่ารักษาพยาบาล 3.2% ในปีนี้
ผลการดำเนินงานฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องสนับสนุนจากการปลดล็อกอุปสงค์คงค้าง
ผลการดำเนินงานของ BH ดีขึ้นอย่างมากตั้งแต่เปิดประเทศเมื่อ 1 พ.ย. โดยจำนวนผู้ป่วยที่เดินทางเข้ามาใช้บริการมีจำนวน 217 รายในช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค. 2021 และต่อเนื่องในเดือนม.ค. (119 ราย) BH ยังอาจจะได้อานิสงส์จากการกลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและซาอุดิอาระเบีย หลัง จากตัดสัมพันธ์ไป 32 ปี รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ (ตามปกติจะมารักษาโรคซับซ้อน ซึ่งร.พ.จะมีรายได้/บิล และอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า) ฟื้นตัวมาอยู่ที่ 61% ของ 4Q19 (ก่อน COVID ระบาด) จากระดับต่ำสุดที่ 37% ใน 2Q20 ทั้งนี้ BH ประสบความสำเร็จในการปลูกถ่ายอวัยวะ 33 รายในปีที่แล้ว (รวมการปลูกถ่ายหัวใจ) และอีก 10 รายในม.ค.-ก.พ.ปีนี้ นอกจากนี้ รายได้จากผู้ป่วยชาวไทยยังทำสถิติสูงสุดใหม่ใน 4Q21 ที่ 2 พันล้านบาท สูงกว่ารายได้ใน 4Q19 ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นใน 4Q21 ปรับสูงขึ้นเป็น 41.9%, EBITDA margin ที่ 29.0% และ core profit margin ที่ 17.1% ซึ่งเกือบจะเท่ากับระดับก่อน COVID ระบาดแล้ว เราคาดว่าการฟื้นตัวจะต่อเนื่องทั้งปีนี้และปีหน้า
ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 197 บาท คงคำแนะนำซื้อ
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี FY22F ขึ้น 2% เป็น 2.4 พันล้านบาท และปี FY23F ขึ้น 8% เป็น 2.8 พันล้านบาท จากการปรับสมมติฐานรายได้เพิ่มขึ้น 1% และ 2% ในขณะที่ปรับเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นอีก 0.1% และ 0.4% ตามลำดับ เนื่องจากการสิ้นสุดโครงการ Loyalty programs (ให้ส่วนลดค่าห้อง, ค่ายา, ค่าตรวจวินิจฉัย) เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักจะโตก้าวกระโดด 86% ปีนี้ และเติบโตต่อเนื่อง 20% ปีหน้า เราปรับราคาเป้าหมาย (DCF) ขึ้น 16% เป็น 197 บาท ผลตอบแทนรวมน่าสนใจที่ 20%









