สงครามเข้าสู่เฟส 2 ที่จะรุนแรงมากขึ้นเพื่อแต้มต่อในการเจรจา สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของรัสเซียมีแนวโน้มเชิญความยากลำบากมากขึ้นหลังแรงกดดันจากนานาชาติในการคว่ำบาตรและตัดรัสเซียออกจากระบบชำระเงินกับกลุ่มธนาคารนานาชาติ
ขณะที่การระงับธุรกรรมในรัสเซียผ่าน Apple pay และ Google pay (มีผู้ใช้บริการ 29% และ 20%) ทำให้การชำระสินค้าและบริการ รวมถึงการใช้ระบบขนส่งมวลชน มีความยากลำบากขึ้น แม้การหารือระหว่างตัวแทนยูเครนและรัสเซียยังไม่มีข้อสรุป แต่สถานการณ์หลายๆอย่างบีบให้รัสเซียอาจต้องเจรจาสงบศึกกับทางยูเครน อย่างไรก็ตามเพื่อเพิ่มแต้มต่อและความได้เปรียบในการเจรจา (อาทิ สามารถรักษาดินแดน Donetsk และ Luhansk หรือจุดยุทธศาสตร์อื่นไว้โดยไม่ต้องคืนให้ยูเครน) รัสเซียจำเป็นจะต้องเร่งยึดครองเมืองขนาดใหญ่บางแห่ง ซึ่งจะทำให้ความรุนแรงของสงครามในเฟส 2 นี้เพิ่มขึ้นและสร้างแรงกดดันต่อตลาด รวมถึงสินทรัพย์เสี่ยง
ราคาพลังงานและถ่านหินปรับขึ้นต่อเนื่อง ผลของการแบนรัสเซีย ทำให้ชาติยุโรประงับการสั่งซื้อพลังงานจากรัสเซียที่เป็นผู้ผลิตพลังงานหมายเลข 2 ของโลก และทำให้ราคาโภคภัณฑ์ด้านพลังงานปรับขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังการรบทวีความรุนแรง โดยน้ำมันดิบ (WTI) ปิด 106 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล (+11%), ถ้านหิน Newcastle ปิด 313 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน (+14%), ก๊าซธรรมชาติ ปิด 4.57 ดอลลาร์สหรัฐฯ (+3.9%) แม้จะพ้นหน้าหนาว แต่ความไม่สงบในยูเครนและการเข้าสู่ฤดูขับขี่ในช่วงไตรมาส 2 จะหนุนราคาพลังงานและผลประกอบการไตรมาส 1/65 ของหุ้นในกลุ่ม ซึ่งเรามองเป็นบวกกับ PTTEP, TOP, BANPU // อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้ใช้พลังงานเป็นต้นทุน อาทิ PTTGC, SCC, TASCO รวมไปถึงโรงไฟฟ้าที่ขายไฟแบบผู้ผลิตขนาดเล็ก (SPP) จะยังคงโดนแรงกดดันจากราคาก๊าซธรรมชาติที่มีแนวโน้มจะสูงไปจนราวไตรมาส 3/65 ซึ่งจะกระทบกับ BGRIM, GPSC, WHAUP เป็นต้น
ประเด็นเก็งกำไรอื่น 1) กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง การเปิดประมูลโครงการขนาดใหญ่ บวกต่อ CK, STEC, ITD, UNIQ 2) กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เป็นกลุ่มที่มักจะเคลื่อนไหวได้ดีในภาวะเงินเฟ้อ อีกทั้ง valuation ต่ำ และปันผลสูง ทำให้มีโอกาสเห็นการฟื้นตัวของ LH, SPALI, AP, SC, ASW 3) กลุ่มบันเทิง ผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัวจากงบโฆษณาที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ บวกต่อ ONEE, BEC, WORK, MONO 4) หุ้นเก็งกำไรทางเทคนิค อาทิ SFT, WFX, CV, UBE, RAM, IND, MAKRO, CPALL, JAS, BCP, AJ, PTL, PJW, III, TNP 5) กลุ่มอาหารและเกษตร CPF, TU, GFPT, TWPC, KSL
ภาพรวมกลยุทธ์: ภาพรวมดัชนีอาจแกว่งลง แต่บรรยากาศเก็งกำไรโดยเฉพาะ ในกลุ่ม พลังงาน และโภคภัณฑ์ที่เกี่ยวกับพลังงานอย่างปาล์ม จะยังเป็นบวก ทำให้ยังมีโอกาสเลือกเก็งกำไรรายตัวโดยเลือกหุ้นที่ยังมีความน่าสนใจในเชิงของ valuation และมีทิศทางการเติบโตของกำไรเป็นบวก //หุ้นแนะนำ: BANPU*, TOP*, VPO*, TRUE*
แนวรับ: 1,680 / แนวต้าน : 1,700-1,720 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
ประเด็นการลงทุน
ORI – เตรียมส่งบริษัทย่อย “พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น และ วัน ออริจิ้น” เข้าตลาด ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ที่ 3.6 หมื่นล้านบาท รายได้รวมที่ 1.75 หมื่นล้านบาท
BEM ร่วม CK ชิงสายสีส้ม – BEM ผนึกกำลัง CK เตรียมเข้าประมูลสายสีส้มตะวันตก หากชนะมั่นใจสามารถเร่งงานวางระบบรถไฟฟ้าฝั่งตะวันออกได้ทันเปิดให้บริการปี 2568
ACE – มั่นใจแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 65 โตต่อเนื่อง เล็งปิดดีลโรงไฟฟ้าใหม่ทั้นในประเทศและต่างประเทศ พร้อมร่วมประมูลโรไฟฟ้าชุมชนเฟสสอง และโรงไฟฟ้าขยะชุมชน 400 เมกะวัตต์
PTT – มั่นใจรายได้ปี 65 สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน มองทั้งปีเฉลี่ย 84-86 ดอลลาร์ฯต่อบาร์เรล ส่วนค่าการกลั่นเฉลี่ย 5.4-6.4 ดอลลาร์ เดินหน้าลงทุน 5 ปี ทั้งกลุ่ม 9.4 แสนล้านบาท เฉพาะ PTT 1.02 แสนล้านบาท
Opportunity day – 2 มี.ค. TSMC, FPI, SAAM, BGC, FSMART, CHEWA, RS, SO, MEGA, BEC, INSET, TM, GULF, SPVI // 3 มี.ค. CPALL, BCPG, LEO, BRI, TFM, TU, AS, SNP, NOBLE, PR9, WICE, BCP, BEM, NRF // 4 มี.ค. BAM, JUBILE, WHAUP, WHA, FORTH, NSL, AGE, HFT, CENTEL, BA, SKN, PTT, SONIC, SUTHA
ประเด็นติดตาม: 3 มี.ค. – OPEC Meeting /4 มี.ค. – TH CPI เดือน ก.พ., US Employment Report
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









