พอร์ตหุ้นเดือนกุมภาพันธ์ขยับขึ้นมา 5.2% และ outperform ตลาดหุ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ตลาดหุ้นไทยอยู่ในโหมด sideways up และขยับขึ้นได้ดีกว่าที่เราคาดเอาไว้
โดยในช่วงสามสัปดาห์แรก ดัชนี SET วิ่งแรงจากกระแสเงินทุนที่ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการเงินของสหรัฐ ในขณะที่ยังคงมีการกลับมาเปิดเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศจะเร่งตัวขึ้นก็ตาม ในขณะเดียวกันตลาดกลับมาอยู่ในโหมด risk-off ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนจากการปะทะกันด้วยกำลังทหารระหว่างรัสเซีย และยูเครน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันดิบขยับสูงขึ้น และทำให้หลายประเทศใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย ทั้งนี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยสุทธิ 6.30 หมื่นล้านบาท และเป็นกลุ่มหลักที่หนุนดัชนี SET
พอร์ตหุ้นเดือนกุมภาพันธ์ของเราขยับขึ้น 5.2% ดีกว่าดัชนี SET ที่ขึ้นเพียง 2.2% โดยหุ้น domestic หลัก ๆ ในกลุ่ม commerce และธนาคารขยับขึ้นได้ดีในเดือนที่แล้ว โดยหุ้นในพอร์ตของเราที่ขยับขึ้นมากที่สุดได้แก่ CRC*, KBANK* และ CPALL* ในขณะเที่ AOT* ขึ้นเพียง 0.4% ซึ่งถือเป็นหุ้นที่อ่อนแอที่สุดในพอร์ตหุ้นเดือนกุมภาพันธ์ของเรา โดย AOT ถูกกดดันจากยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน
มุมมองตลาดเดือนมีนาคม: ยังคงผันผวนอย่างหนัก แต่กระแสเงินทุนไหลเข้าจะยังแข็งแกร่งและหนุน
ดัชนี SET
เรามองว่าดัชนี SET จะแกว่งตัวในเดือนมีนาคม และจะผันผวนอย่างหนัก จากการที่นักลงทุนประเมินสถานการณ์ใหญ่อย่างวิกฤติรัสเซีย-ยูเครน และการตัดสินใจของ FOMC อย่างไรก็ตาม เรามองว่าตลาดการเงินคาดหวังผลลบจากกรณีดังกล่าวไปมากแล้ว ดังนั้น risk-reward ของการลงทุนในหุ้นจึงดูน่าเข้าลงทุน โดยนักลงทุนได้ตอบรับการที่ Putin เตรียมกองกำลังนิวเคลียร์ และมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนในกรณีของ Fed ตลาดได้สะท้อนความคาดหมายว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยหกครั้งในปีนี้รวม 150bps ไปแล้ว และท้ายที่สุด ตลาดหุ้น ASEAN และตลาดหุ้นไทย ดูเหมือนจะเป็น sweet spot ที่น่าเข้าลงทุนในขณะนี้ เพราะมีฐานการบริโภคที่ใหญ่, มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนน้อย และ GDP มีแนวโน้มจะเร่งตัวขึ้นในปีนี้ ดังนั้น เราจึงคาดว่าจะมีกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง
ธีมหุ้นเดือนมีนาคม: เน้นหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่ม domestic plays และหุ้น cyclical บางตัว
เนื่องจากเรามองว่าตลาดหุ้นในเดือนนี้จะผันผวนต่อ แต่กระแสเงินทุนไหลเข้าจะยังเป็นบวก เราจึงแนะนำให้ซื้อสะสมในภาวะที่ราคาหุ้นแกว่งตัวในระยะสั้น ทั้งนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยกำลังเคลื่อนไปข้างหน้าโดยมีการบริโภคภาคเอกชนเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนการขยายตัว เราจึงยังคงชอบหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มการบริโภค และท่องเที่ยว เรายังชอบหุ้นธนาคารใหญ่ ซึ่งจะได้อานิสงส์จากภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นในระยะต่อไป รวมถึงหุ้น cyclical บางตัวด้วย เราเลือก AOT*, CPALL*, LH*, HMPRO*, MAKRO, PTT*, BBL* และ KBANK* เป็นหุ้นเด่นสำหรับพอร์ตหุ้นเดือนมีนาคมของเรา







