ลุ้นใกล้ฟื้นตัวจากจุดเปลี่ยนทางจิตวิทยาช่วงกลางสัปดาห์

ลุ้นใกล้ฟื้นตัวจากจุดเปลี่ยนทางจิตวิทยาช่วงกลางสัปดาห์

ประชุม FOMC ไม่น่ามีข้อมูลใหม่ แต่ลุ้นเป็นจุดเปลี่ยนทางจิตวิทยา การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ (FOMC) วันที่ 25-26 ม.ค.ตลาดรับรู้โอกาสขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรก มี.ค.65 ไปพอสมควรแล้ว

ทำให้หากไม่มีข้อมูลใหม่ หรือมีการให้ข้อมูลที่ช่วยลดความกังวลของนักลงทุน จะมีโอกาสที่จะเกิดจุดเปลี่ยนทางจิตวิทยาระยะสั้นหลังการประชุมที่ทำให้เริ่มฟื้นตัวได้ อย่างไรก็ตามในเชิงบริหารความเสี่ยงเรายังใช้ 1,640 จุด เป็นจุดตัดสินใจเพิ่มการถือเงินสด หาก SET Index ไม่สามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้
 

ตัวเลขส่งออกธ.ค.64 +24.2% โมเมนตัมยังบวกต่ออาหารและสินค้าเกษตร ตัวเลขส่งออกไทย ธ.ค.64 เติบโต 24.2% ดีกว่าตลาดคาดที่ 16.4% โดยเติบโตดีทั้ง สินค้าเกษตร (+22.4%), อุตสาหกรรม (+24%) และแร่และเชื้อเพลิง (+37.5%) โดยสัดส่วนสินค้าทั้ง 3 ต่อการส่งออกรวมอยู่ที่ 15.8%, 80.6% และ 3.6% //สินค้าเกษตร - ข้าวและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังยังโตดี ขณะที่ยางพาราชะลอลง ผลิตภัณฑ์อาหารโตดี ทั้ง เนื้อสัตว ไก่ (+17.6% vs ทั้งปี -2.4%), อาหารสัตว์เลี้ยง (+35.4% vs ทั้งปี +23.2%), น้ำตาลทราย (+123.9% vs ทั้งปี -14.4%) ซึ่งเป็นภาพรวมของการเร่งตัวดีขึ้น //สินค้าอุตสาหกรรม - ยานพาหนะและส่วนประกอบ (+38.4%), อิเล็กทรอนิกส์ภาพรวมดี (+20.2%) อย่างไรก็ตาม แผงวงจรไฟฟ้า ชะลอลง (+11.5% vs ทั้งปี +18.7%), เม็ดพลาสติก (+20.2% vs ทั้งปี 31.3%) / ยางยานพาหนะกลับมาโตดี (+28.3% vs ทั้งปี +20.3%) ขณะที่ถุงมือยาง ยังหดตัว (-46.7% vs ทั้งปี +33.1%) // ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ตัวเลขส่งออกปี 2565 เติบโตชะลอเหลือเพียง 3.0-4.0% เมื่อเที่ยบกับปีนี้ทั้งปีที่ 17.1% ดังนั้น การลงทุนหุ้นส่งออกในปี 2565 อาจต้อง selective buy มากขึ้น และเน้นในกลุ่มที่เห็นโมเมนตัมการส่งออกที่กำลังดีขึ้น โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ น้ำตาลทราย (ผลผลิตเพิ่ม) มันสำปะหลัง (ยังส่งออกได้ไม่เต็มที่เพราะแย่งตู้คอนเทนเนอร์ ทำให้ปีนี้ยังฟื้นตัวต่อ) ซึ่งเรามองแนวโน้มจะเป็นบวกต่อ CPF, GFPT, TFG, TU, KSL, KTIS, TWPC เป็นต้น
 

กลุ่มธนาคาร งบออกมาดีกว่าคาด ติดตามงบ 4 หุ้นใหญ่ สัปดาห์นี้ กลุ่มธนาคาร รายงานกำไรไตรมาส 4/64 ทรงตัว QoQ + 34% YoY (เทียบกับที่ตลาดคาด -7% QoQ, +22% YoY) จากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย และการตั้งสำรองที่ลดลง สัปดาห์นี้ติดตามการรายงานผลประกอบการของหุ้นสำคัญ ได้แก่ SCGP (25 ม.ค.), SCC (26 ม.ค.), PTTEP (27 ม.ค.) และ DTAC (28 ม.ค.) ภาพรวมของผลประกอบการทั้ง 4 ตัวคาดฟื้นตัว QoQ โดยหุ้นที่คาดผลประกอบการแข็งแกร่งที่สุดโดยเปรียบเทียบคือ PTTEP

ประเด็นเก็งกำไรอื่น 1) กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง การเปิดประมูลโครงการขนาดใหญ่ บวกต่อ CK, STEC, ITD, UNIQ 2) กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ ตลาดเก็งกำไรการเข้าสู่ธุรกิจใหม่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิตอล และผลประกอบการปี 2564 ที่น่าจะเห็นการจ่ายปันผลในระดับที่ดี อย่างไรก็ตามยังมีความไม่ชัดเจนของภาพรายได้ปี 2565 อีกมาก การเก็งกำไรจึงควรกำหนจุดตัดขาดทุนทุกครั้ง KGI, ASP, CGH, FSS 3) กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เป็นกลุ่มที่มักจะเคลื่อนไหวได้ดีในภาวะเงินเฟ้อ อีกทั้ง valuation ต่ำ และปันผลสูง ทำให้มีโอกาสเห็นการฟื้นตัวของ LH, SPALI, AP, SC, ASW 4) กลุ่มบันเทิง ผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัวจากงบโฆษณาที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ บวกต่อ ONEE, BEC, WORK, MONO 5) หุ้นเก็งกำไรทางเทคนิค อาทิ SFT, WFX, CV, UBE, VPO, CPI, TOP, GJS, RAM, IND
 

 

 

ภาพรวมกลยุทธ์: ถอยลงมาสู่โซนเสี่ยงซื้อและมีโอกาสทำจุดต่ำสุดระยะสั้น แต่ยังคงใช้ 1,640 จุด เป็นจุดตัดสินใจชะลอเก็งกำไรหรือลดน้ำหนักการลงทุนหากหลุดระดับดังกล่าว ภาพรวมยังระวังหุ้นแรงขายทำกำไรกลุ่มผู้ชนะจากโควิด (อาทิ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์) และหมุนไปยังกลุ่มที่ปลอดภัยหรือ Valuation ต่ำมากขึ้น //หุ้นแนะนำ: PTTEP*, ASW*, KSL*, SFT*
แนวรับ: 1,640 / แนวต้าน : 1,660 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

 

ประเด็นการลงทุน

โกลด์แมนแซคส์คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้งปีนี้ – โกลด์แมนแซคส์คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นอาจกดดันให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึง 4 ครั้งในปีนี้

จีนจ่อเพิ่มความแข็งแกร่งด้านอุปทานพลังงาน – จีนจะเพิ่มความแข็งแกร่งด้านอุปทานถ่านหิน ไฟฟ้า น้ำมัน ก๊าซและบริการขนส่ง ตลอดจนเสบียงในตลาด โดยเฉพาะในช่วงใกล้ถึงเทศกาลตรุษจีน เพื่อให้สอดรับในการพัฒนาเศรษฐกิจ

ทย.ลุยพัฒนาสนามบินกระบี่ –สนามบินกระบี่เร่งก่อสร้างเทอร์มินอลหลังที่ 3 อัปเดตล่าสุดคืบหน้ากว่า 72% จ่อทดสอบระบบ 25 ม.ค.นี้ 

 

ประเด็นติดตาม: - 26 ม.ค. – Fed meeting

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)