ว่าด้วยเรื่องของ "ผังเมือง EEC" : ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่

ว่าด้วยเรื่องของ "ผังเมือง EEC" :   ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของการใช้พื้นที่ EEC คือ ประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง การจัดทำแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค EEC

ที่ลงนามโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันที่ 20 พ.ค.2562 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 9 ธ.ค. 2562 ที่มีการระบุแผนผังของการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งมีรายละเอียดค่อนข้างชัดเจน

สิ่งที่ต้องน่าติดตามตอนนี้ก็คือ แผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน ที่มีการจัดการแบบใหม่ที่ต่างจากเดิม เป็นไปตาม พ.ร.บ. เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ในมาตราที่ 30 และเมื่อจัดทำแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินภาพรวมเสร็จแล้ว ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองดำเนินการจัดทำผังเมืองขึ้นใหม่ให้สอดคล้องกับแผนผังดังกล่าว ตามมาตรา 32 ซึ่งพูดง่ายๆ ก็คือ ตอนนี้แผนผังการใช้ประโยชน์พื้นที่ภาพรวมของ 3 จังหวัดเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว ในปลายปี 2562 ซึ่งต่อไปเป็นหน้าที่ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ต้องเร่งดำเนินการทำผังเมืองรวมระดับอำเภอทั้ง 30 อำเภอใน 3 จังหวัดนี้ให้แล้วเสร็จ (ชลบุรี 11 อำเภอ ฉะเชิงเทรา 11 อำเภอ และ ระยอง 8 อำเภอ) เพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่ EEC ตามยุทธศาสตร์จนถึงปี 2580

ผมดูแล้ว การจัดแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินภาพรวมที่เสร็จไปแล้วนั้นเป็นมิติใหม่การจัดทำผังเมืองที่โยงการใช้ประโยชน์ที่ดินทั้งพื้นที่ให้สอดคล้องกันอย่างไม่เคยมีมาก่อน เป็นการมองภาพในเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งจะทำให้พื้นที่ EEC เป็นพื้นที่พัฒนาที่มองอนาคตอย่างแท้จริงตามยุทธศาสตร์ 20 ปี ของ EEC แต่ความท้าทายของการทำเมืองในพื้นที่นี้ที่แท้จริงอยู่ที่กรมโยธาธิการ และผังเมืองจะนำแนวทางดังกล่าวลงไปเป็นผังเมืองในระดับอำเภออย่างไร

วันนี้ผังเมืองรวมระดับอำเภอนี้ ได้ข่าวว่ากรมโยธาธิการกำลังเริ่มดำเนินอยู่ในขณะนี้แล้วเสร็จหลายอำเภอและอยู่ในระหว่างหารือ และทยอยทำที่เหลือ น่าจะทำเสร็จทั้งหมดในปลายปี 2567 ผมขออนุญาตฝากไว้สองประเด็น จากข้อกังวลที่ได้รับทราบมา คือ

หนึ่ง การจัดทำผังเมืองรวมระดับอำเภอของกรมโยธาธิการให้ครบทั้ง 30 อำเภอ ที่กำหนดเป้าให้แล้วเสร็จจนถึงปี 2567 นั้น ถือว่าช้ามากในเชิงยุทธศาสตร์ เพราะวันนี้พื้นที่ EEC ต้องเร่งสร้างภาพที่ชัดเจนของการใช้ประโยชน์พื้นที่ เพื่อให้ผู้สนใจที่จะลงทุน และการจัดตั้งธุรกิจของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศในพื้นที่ เนื่องจากวันนี้ประเทศคู่แข่งรอบๆ บ้านเราวันนี้ได้ออกแบบการชักชวนการลงทุนในบ้านของเขาตามรูปแบบที่ EEC กำลังทำ แต่เขาชัดเจนกว่าเรา และทำรวดเร็วกว่าเราในทุกมิติ โดยเฉพาะเรื่องพื้นที่ ที่ชัดเจนของการจัดตั้งสถานประกอบการและสิทธิประโยชน์ จึงไม่แปลกใจที่เราจะเห็นการลงทุนของนักลงทุนไทยที่ขนเงินไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นทุกปี

สอง การจัดทำผังเมืองรวมระดับอำเภอทั้ง 30 แห่งนั้น ต้องสอดคล้องกับแผนการใช้ที่ดินรวมที่จัดทำไปแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นมีการกำหนดเป็นกฎหมายไว้แล้ว ผมไม่อยากจะเห็นปัญหาที่รูปแบบการจัดทำแบบเดิมๆ ที่กรมโยธาธิการให้ที่ปรึกษาไประบายสีตามการใช้พื้นที่ในสถานะปัจจุบัน แล้วนำเข้าให้คณะทำงาน คณะกรรมการระดับพื้นที่มาให้ข้อคิดเห็น                                                                                                                                                                                                                      ซึ่งผมพอเห็นว่าถ้าทำแบบนี้จะเกิดอะไรขึ้น มีทั้งที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และพยายามจะหาทางออกโดยการกำหนดข้อยกเว้นแนบท้ายแบบ Positive list ถ้าเป็นแบบนี้ผมว่าเสร็จแน่ๆ ครับ แม้ว่าจะบอกว่าก็อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนรวมก็ตาม แต่สิ่งที่ได้หากดูให้ดีแล้ว จะแคบและจำกัดสำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ และความยืดหยุ่นน้อย และสิทธิด้อยกว่าแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินรวม

คนทำ คนพิจารณาผังเมืองรวมระดับอำเภอ ต้องมีวิสัยทัศน์และมองไกลๆ ไปข้างหน้า เพื่ออนาคตที่ดีของผู้คนในพื้นที่และประเทศในภาพรวม ไม่เช่นนั้น สิ่งนี้ก็จะกลายเป็นอุปสรรคที่สำคัญที่สุดในการเดินไปข้างหน้าของ EEC

 

 

พิสูจน์อักษร โดย....สุรีย์  ศิลาวงษ์