GLOBAL ประมาณการ 4Q64: กำไรจะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ

GLOBAL ประมาณการ 4Q64: กำไรจะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ

เราคาดว่ากำไรสุทธิของ GLOBAL ใน 4Q64 จะอยู่ที่ 670 ล้านบาท (+78% YoY, +2% QoQ) ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิในปี 2564 เป็นไปตามประมาณการของเราที่ 3.3 พันล้านบาท (+67% YoY)

โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ YoY จะมาจากฐานที่ต่ำเนื่องจากมีการปรับรายการทางการเงินซึ่งเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวใน 4Q63 ในขณะที่กำไรดีขึ้นเล็กน้อย QoQ เป็นเพราะ SSSG ยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

 

คาดว่า SSSG จะโตถึงสองหลักในไตรมาสที่สี่

เราคาดว่ายอดขายของ GLOBAL ใน 4Q64 จะอยู่ที่ 7.9 พันล้านบาท (+14% YoY, +2% QoQ) ซึ่งจะทำ
ให้ยอดขายในปี 2564 อยู่ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท (+24% YoY) โดยเราคาดว่า SSSG ใน 4Q64 จะอยู่ที่ 10%
(จาก -3% ใน 4Q63 และ 12.5% ใน 3Q64) จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งหลังอุทกภัย ซึ่งจะส่งผลให้ SSSG ใน
ปี 2564 อยู่ที่ 18% สูงกว่าสมมติฐานปีนี้ของเราที่ 13% ทั้งนี้ เราคาดว่า GLOBAL จะเปิดสาขาใหม่เพิ่ม
อีก 1 ร้านใน 4Q64 ทำให้จำนวนสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 75 ร้านตอนสิ้นปี 2564 จาก 71 ร้านตอนสิ้นปี 2563

 

คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นใน 4Q64 จะอยู่ที่ 23.5%
 

เนื่องจากราคาเหล็กมีเสถียรภาพมากขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นของ GLOBAL จึงมีแนวโน้มจะลดลงใน 4Q64
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับราคาขายสินค้าบางรายการไปแล้ว ดังนั้น เราจึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นใน
4Q64 จะอยู่ที่ 23.5% (+1.6ppts YoY แต่ -0.2ppts QoQ) ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในปี 2564 อยู่ที่
24.7% (+0.8ppts YoY) เทียบสมมติฐานปีนี้ของเราที่ 25.1%.

 

 

 

กำไรยังมีแนวโน้มเติบโตได้ตามคาด

ผลประกอบการของ GLOBAL ในปี 2565 เผชิญความท้าทายจากฐาน SSSG ที่สูงในปีนี้ และอัตรากำไรขั้นต้นที่มีแนวโน้มต่ำเกินคาดเล็กน้อย (เราใช้สมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นปี 2565 ที่ 25.1%) อย่างไรก็ตาม เรายังคงประมาณการกำไรปี 2565 เอาไว้เท่าเดิม โดยคาดว่ากำไรปีหน้าจะโต 10% YoY เนื่องจากความเสี่ยงที่อัตรากำไรขั้นต้นต่ำเกินคาดจะหักล้างไปกับแนวโน้มการเปิดสาขาใหม่ที่ดีเกินคาด (เราคาดว่าบริษัทจะเปิดสาขาใหม่อีก 6 ร้านในปี 2565 ในขณะที่ทางบริษัทตั้งเป้าจะเปิดเพิ่มอีก 7-8 ร้าน)

 

Valuation & action

เรายังคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2565 ที่ 27.00 บาท อิงจาก PER ที่ 36.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของ GLOBAL และ Home Product Center (HMPRO.BK/HMPRO TB)* +1.0 S.D) และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”

 

Risks

เศรษฐกิจชะลอตัวลง, ขยายสาขาได้น้อยกว่าที่วางแผนเอาไว้, ราคาพืชผลอ่อนแอ, ภัยธรรมชาติ, สินค้าค้างสต็อกเป็นจำนวนมาก