กลยุทธ์การลงทุนรายสัปดาห์ (20 ธันวาคม 2564)

กลยุทธ์การลงทุนรายสัปดาห์ (20 ธันวาคม 2564)

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (13-17 ธันวาคม) ดัชนี SET ฟื้นตัวขึ้นตามที่เราคาดไว้ในบทวิเคราะห์รายสัปดาห์โดยปัจจัยบวกที่สำคัญ ได้แก่ i) มีหลักฐานทางการแพทย์ และวิทยาศาสตร์มากขึ้นว่าถึงแม้ COVID-19 สายพันธุ์ Omicron จะแพร่กระจายได้เร็ว แต่ไม่ได้ทำให้มีอาการรุนแรง

ดังนั้นผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจจึงมีแนวโน้มจำกัด ii) FOMC ของสหรัฐประกาศแผนที่ชัดเจนมากในการลดขนาด QE และขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งทำให้ความไม่แน่นอนของประเด็นนี้ในตลาดการเงินหมดไป ปัจจัยดังกล่าวบวกกับการที่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงในช่วงหลายวันมานี้ทำให้กระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นแข็งแกร่งมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ดัชนี SET ยังไม่ผ่านแนวต้านหลักทางจิตวิทยาที่ 1,650 จุด สำหรับปัจจัยในประเทศ จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยยังมีรายงานการพบผู้ติดเชื้อ Omicron เพียงสองสามรายเท่านั้น ในขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ในสัปดาห์นี้ (20-24 ธันวาคม) เราคาดว่าตลาดหุ้นไทยจะเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงแคบ ถึงแม้ว่า FOMC จะส่งสัญญาณชัดเจนเกี่ยวกับกรอบเวลาในการลดขนาด QE และการเริ่มขึ้นดอกเบี้ยในปี 2565 แต่ตลาดการเงินโลกยังคงเผชิญกับความท้าทายจาก i) ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์ Omicron โดยเฉพาะในระดับโลก ii) ความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับลดการประเมินมูลค่าหุ้นทั่วโลกจากแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยที่ชัดเจนในปีหน้า ในขณะเดียวกัน นักลงทุนสถาบันในประเทศอาจจะเพิ่มระดับการถือครองเงินสด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการไถ่ถอนกองทุนหุ้นระยะยาว (LTFs) ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2565

 

 

ปัจจัยในประเทศที่ต้องจับตาได้แก่ การพิจารณาออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคของครม. และการ
ตัดสินนโยบายการเงินของ กนง.

(0) ในวันที่ 21 ธันวาคม 2564 คณะรัฐมนตรีจะพิจารณาออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคเพิ่มเติมสำหรับ 1Q65 ตามรายงานข่าวจากสื่อในประเทศส่วนใหญ่ ครม. มาตรการหลักสำหรับผู้บริโภคที่มีรายได้ปานกลางถึงต่ำอย่างเช่น คนละครึ่งเฟสที่ 4 น่าจะผ่านการอนุมัติของ ครม. แต่ยังไม่แน่ว่า ครม.จะออกมาตรการช้อปช่วยชาติซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นหลักสำหรับผู้บริโภคที่มีรายได้ปานกลางถึงสูง

(0) ในวันที่ 22 ธันวาคม 2564 กนง. จะประชุมนโยบายการเงินรอบสุดท้ายของปีนี้ เราคาดว่า กนง.น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเอาไว้ที่ 0.5% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยแสดงสัญญาณว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีหน้ามีแนวโน้มจะเร่งตัวขึ้นจากปีนี้อย่างชัดเจน ในขณะเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์ของเราคาดว่า กนง. จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเอาไว้ที่ 0.5% ตลอดปี 2565

 

ยังคงเน้นหุ้น defensive โดยเราชอบหุ้นกลุ่ม ICT, ที่อยู่อาศัย และหุ้นบางตัวในกลุ่มการบริโภคนอกจากนี้ เรายังแนะนำให้ซื้อสะสมหุ้นขนาดใหญ่ด้วย

เนื่องจากเรามองว่าตลาดมีแนวโน้มจะพักฐาน และอาจจะผันผวนมากในช่วงสัปดาห์ท้าย ๆ ของปีนี้ เราจึงแนะนำให้นักลงทุนคงท่าที defensive เอาไว้ก่อน ในขณะเดียวกัน เรามองว่ายังมีความเป็นไปได้ที่ตลาดจะย่อลงมาในช่วงต้นปีหน้าจากการไถ่ถอนหน่วยลงทุนของกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) ดังนั้น เราจึงยังคงเน้นหุ้น defensive ในกลุ่มโทรคมนาคม, ที่อยู่อาศัย และการบริโภค อย่างเช่น ADVANC*,LH*, PSH* และ HMPRO* สำหรับหุ้นขนาดใหญ่ เรายังคงชอบธนาคารใหญ่ที่มีประเด็นเชื่อมโยงกับธีม digitalization อย่างเช่น SCB* และ KBANK*