ติดตามการประชุมเฟด (วันที่ 15 ธันวาคม 2564)

ติดตามการประชุมเฟด (วันที่ 15 ธันวาคม 2564)

วันอังคารที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลงในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ จากข่าวการเสียชีวิตของผู้ที่ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน รายแรกในอังกฤษ แต่ดัชนีสามารถพลิกบวกได้ในช่วงท้ายตลาด ปิดบวกราว 5 จุด จากแรงซื้อในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี และ พลังงาน

ส่วนหุ้นกลุ่มที่กดดันดัชนี ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก และธนาคาร นักลงทุนติดตามผลการประชุม FED ในวันที่ 14-15 ธค. ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,630.64 จุด +4.81 จุด +0.30% มูลค่าการซื้อขาย 69,163 ลบ.ต่างชาติ +3,742.65 ลบ. TFEX +3,145 สัญญา ตราสารหนี้ -1,654.45 ลบ.

 

ปัจจัยบวก

+ นักวิเคราะห์ UOB คาดการณ์ว่าการยุติโครงการ QE ของ FED ไม่มีแนวโน้มสร้างความผันผวนในตลาดเอเชีย
+ วุฒิสภาสหรัฐมีมติด้วยคะแนนเสียง 50 ต่อ 49 ผ่านร่างกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้ให้กับรัฐบาลกลางสหรัฐแล้ว โดยจะเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลกลางอีก 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ สู่ระดับราว 31.4 ล้านล้านดอลลาร์ จากปัจจุบันที่ระดับ 28.9 ล้านล้านดอลลาร์เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้
+ไฟเซอร์ยืนยันแพกซ์โลวิดรักษาโควิดได้ผลเกือบ 90% และรับมือโอมิครอนได้
+ กระทรวง ICT ของเกาหลีใต้เปิดเผยว่ายอดส่งออกสินค้า ICT ของเกาหลีใต้ทำระดับสูงสุดใหม่ในเดือนพ.ย. โดยได้แรงหนุนจากความต้องการชิปและจอแสดงผลที่แข็งแกร่งทั่วโลก
+เวิลด์แบงก์ประเมินเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวจากพิษโควิด-19 ได้ปลายปี 2565 คาดขยายตัว 3.9% จากอานิสงส์ส่งออก-มาตรการรัฐ และท่องเที่ยว
+ ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 3,370 ราย ATK 1,348 ราย เสียชีวิต 29 ราย รักษาหาย 4,557ราย
 

ปัจจัยลบ  

- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 106.77 จุด -0.30% นลท.กังวลว่าดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่พุ่งขึ้นทำนิวไฮในเดือนพ.ย.จะผลักดันให้ FED เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และความกังวลผลกระทบของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 56 เซนต์ -0.8% ปิดที่ 70.73 ดอลลาร์/บาร์เรลต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ หลัง IEA เตือนว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนจะส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน
 

 

- ADB ลดคาดการณ์ GDP ของกลุ่มประเทศกาลังพัฒนาของเอเชียในปีนี้และปีหน้า เพื่อสะท้อนถึงความเสี่ยงและความไม่แน่นอนจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน
- ผลสำรวจระบุว่าชาวอเมริกันไม่พอใจกับผลงานของปธน.โจ ไบเดนในการรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจ การแพร่ระบาดของโควิด-19 และความรุนแรงจากการใช้อาวุธปืน
- อังกฤษเปิดเผยว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ 59,610 รายสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2564 และสูงเป็นอันดับ 5 นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดในเดือนมี.ค.2563
- WHO เตือนนานาประเทศรับมือไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนกำลังแพร่ระบาดในอัตราเร็วกว่าไวรัสสายพันธุ์อื่น และมีแนวโน้มระบาดไปทุกประเทศทั่วโลก

 

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสอ่อนตัวลงตามทิศทางตลาดต่างประเทศ หลังตัวเลข PPI ของสหรัฐ ทำนิวไฮในเดือนพ.ย.จะมีโอกาสผลักดันให้เฟด เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับยังกังวลผลกระทบของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ โอมิครอน นักลงทุนยังคงติดตามการประชุมเฟดในวันที่ 14-15 ธ.ค. มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,620-1,640 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน    

• หุ้นที่มีโอกาสเข้าคำนวณ SET50 : หุ้นเข้า BANPU TIDLOR หุ้นออก BJC DELTA STA , SET100 : หุ้นเข้า BLA BPP EPG RCL SIRI STARK TTA หุ้นออก AAV ICHI JAS NRF PRM PSL TKN
• ส่งออกเดือน ต.ค. ขยายตัว AH SAT NER KCE HANA TWPC JUBILE
• หุ้น Reopening Play : หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว MINT ERW CENTEL AWC SHR AOT AAV BA หุ้นกลุ่มขนส่ง BEM BTS หุ้นกลุ่มห้างสรรพสินค้า CPN CRC MBK
• FTSE Rebalance มีผล 17 ธ.ค. : FTSE All World Index : ไม่มีหุ้นเข้า-ออก ,FTSE All Cap : หุ้นเข้า TIDLOR หุ้นออก ไม่มี ,FTSE Micro Cap : หุ้นเข้า AMR ASW DMT GROREIT INETREIT NSL SNNP หุ้นออก ไม่มี

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

                                    PSTC (ซื้อ ราคาเหมาะสม 3.00 บาท)

•คว้างานก่อสร้างโครงการท่อเชื่อมต่อโรงแยกก๊าซธรรมชาติ หน่วยที่7ของ บมจ.ปตท (PTT) มูลค่ากว่า1.3พันล้านบาท ทำาห้มี Backlog รวม 4.7 พันลบ. นอกจากนี้ยังได้งานจำหน่าย LNG 2 โครงการใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 7 พันล้านบาท ป้อนลูกค้าอุตสาหกรรมทางการแพทย์เข้ามา

•โครงการท่อขนส่งน้ำมันไปยังภาคอีสานมีความคืบหน้าราว 95-98% โดยอยู่ระหว่างการขออนุญาตกับทางภาครัฐเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนเริ่มดำเนินการ โดยคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้อย่างช้าภายใน 1Q65 ซึ่งหากโครงการดังกล่าวเริ่มรับรู้รายได้จะเป็นปัจจัยหนุนต่อผลประกอบการตั้งแต่ปี 65 เป็นต้นไปให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

•ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อผลประกอบการปี 65 จากแรงหนุนของธุรกิจก่อสร้างที่มี Backlog เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและการรับรู้รายได้จากโครงการท่อขนส่งน้ำมันไปยังภาคอีสานที่จะมาช่วยหนุนให้ผลประกอบการปี 65 ให้เติบโต 180% สู่ 295 ลบ. เราจึงแนะนำาซื้อ

 

หุ้นมีข่าว

(+) AMR (Bloomberg Consensus 9.76 บาท)เผยเข้าคำนวณ FTSE SET Index ในกลุ่ม Micro Cap มีผลวันที่ 17 ธ.ค. 2564 ตอกย้ำพื้นฐานแกร่ง นักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ เตรียมเพิ่มน้ำหนักลงทุน ฟาก "มารุต ศิริโก" มั่นใจผลงาน Q4/2564 โต ชูธงปี 2565 รายได้พุ่ง 40% พร้อมลุยประมูลงานใหม่มูลค่ากว่า 5.2 หมื่นล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)

(+) SAT (Bloomberg Consensus 25.50 บาท) ลุ้นผลงานปี 2564 โตเกิน 30% รับอานิสงส์ยอดผลิตรถยนต์ เครื่องจักรการเกษตรฟื้นตัว คาดไตรมาส 4/2564 ทิศทางดีขึ้นจากดีมานด์รถยนต์ที่เพิ่มขึ้น มองปี 2565 โตต่อเนื่อง ระบุมีออเดอร์ล่วงหน้าแล้วกว่า 400-500 ล้านบาท แย้มอยู่ระหว่างศึกษาทำานส่วนยานยนต์ไฟฟ้าและร่วมทุนพันธมิตรรายใหม่ คาดสรุปได้เร็วๆ นี้ (ที่มา ทันหุ้น)

(+) BAM (Bloomberg Consensus 22.00 บาท)จับตา BAM กำไรไตรมาส 4/64 พุ่งต่อเนื่อง ส่งผลทั้งปีรับกว่า 2.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% โบรกฯ อัพราคาเป้าหมายขึ้นอีก 20% เป็น 24.20 บาทต่อหุ้น ส่วนราคาหุ้นปัจจุบันเทียบกับต้นปี 64 ลดลง 5% และยังแลกการ์ดหุ้นในกลุ่มบริหารหนี้ค่อนข้างมาก (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) VGI (Bloomberg Consensus 7.80 บาท) แย้มผลงานครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก หลังภาครัฐเปิดประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้าน หนุนรายได้ปี 64/65 เข้าเป้า 3,500-4,000 ล้านบาท ด้าน RCash จ่อเปิดบริการสินเชื่อในไตรมาส 4 ปี 64/65 ตั้งเป้ายอดปล่อยสินเชื่อ 2,000-3,000 ล้านบาท ภายในปี 65/66 (ที่มา ทันหุ้น)