วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม 2569

Login
Login

กรมประมง เปิดบ้านฟังข้อเสนอประมงพื้นบ้าน พร้อม ลุยปฏิบัติกฎหมาย MMPA ของ USA

กรมประมง เปิดบ้านฟังข้อเสนอประมงพื้นบ้าน พร้อม ลุยปฏิบัติกฎหมาย MMPA ของ USA

กรมประมง เปิดประชุมสมัชชาชาวประมงพื้นบ้านประเทศไทย รับฟังข้อคิดเห็นพร้อมปรับปรุง พรก.การประมง 2558 ขณะ ลุยเดินเครื่องนำไทยปฏิบัติตามกฎหมาย MMPA ของ USA

นายสัตวแพทย์สมชวน  รัตนมังคลานนท์  ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมประมง   เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมสมัชชาประมงพื้นบ้านประเทศ ครั้งที่ 8  ซึ่งจัดให้มีขึ้นในระหว่างวันที่ 22 – 24 พ.ย. 2564 ณ กรมประมง   ว่า เป็นการรวมพลชาวประมงที่เป็นสมาชิกของสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านประเทศไทยจาก 19 จังหวัดชายฝั่งประเทศไทย จำนวนกว่า 70 ราย จาก 53 องค์กร

 

ซึ่งทางสมาคมสมาพันธ์ฯ ได้สรุปความคืบหน้าของข้อเสนอทางนโยบายและการแก้ไขปัญหาประเด็นต่างๆ เช่น การสนับสนุนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นเพื่อการจัดการทรัพยากรประมง  ข้อมูลสถิติการประมงไทย  การปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย พรก.การประมง 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ใน 3 ประเด็นของประมงพื้นบ้าน  การออกใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้านให้ชาวประมงขนาดเล็ก

 การจดทะเบียนเรือประมงพื้นบ้าน  การจัดตั้งกองทุนประมงพื้นบ้าน  การทบทวนแหล่งทำการเพาะเลี้ยงในทะเล  การให้ภาครัฐสนับสนุนผลผลิตสัตว์น้ำคุณภาพและระบบรับรองมาตรฐานสัตว์น้ำหลักการจับของชาวประมงพื้นบ้าน  การจัดตั้ง “โรงเรียนชาวประมงยั่งยืน” เป็นต้น

 ซึ่งทางกรมประมง ได้ส่งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องได้ให้ข้อมูลในข้อหารือต่างๆ เหล่านี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง  อีกทั้ง ยังมีจัดการอภิปรายในหัวข้อ “นโยบายประมงยั่งยืนจากอดีตสู่ปัจจุบัน

     นอกจากนี้ ในการประชุมสมัชชาชาวประมงพื้นบ้านประเทศไทย ครั้งที่ 8 ยังมีองค์กรที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมาคมรักษ์ทะเลไทย  มูลนิธิอันดามัน  มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน  องค์การออกแฟมประเทศไทยและสหภาพยุโรป    เข้าร่วมให้ข้อมูลความรู้อีกด้วย  

นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง  กล่าว ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติว่า  จากการที่สหรัฐอเมริกาได้ประกาศข้อกำหนดว่าด้วยการนำเข้าสินค้าประมงภายใต้กฎหมายว่าด้วยการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำเพื่อคุ้มครองสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม (MMPA)  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินกฎระเบียบข้อบังคับการทำประมง การทำประมงเชิงพาณิชย์ของประเทศที่ส่งสินค้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำไปยังสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบทำให้เกิดการตายหรือบาดเจ็บรุนแรงต่อสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม เช่น โลมา วาฬ พะยูน ฯลฯ

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้ประกาศเริ่มใช้กฎหมาย MMPA เมื่อวันที่  1 มกราคม พ.ศ. 2560 และกำหนดระยะเวลาผ่อนผัน 5 ปี เพื่อให้ประเทศคู่ค้าได้มีการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ MMPA และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นไป โดยในช่วงระหว่างการผ่อนผันนี้ ประเทศที่ส่งออกสินค้าประมงไปยังสหรัฐอเมริกา รวมทั้งประเทศไทยยังคงส่งสินค้าประมงได้

ที่ผ่านมา กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการขับเคลื่อนการดำเนินการผ่านคณะทำงาน

ชุดต่างๆ ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ จำนวน 3 คณะ ประกอบด้วย 1. คณะอนุกรรมการป้องกัน แก้ไขปัญหา และประสานงานการปฏิบัติเกี่ยวกับผลกระทบของการทำประมงต่อสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม  2. คณะอนุกรรมการวิชาการเพื่อจัดทำข้อมูลสนับสนุนการแก้ไขปัญหาผลกระทบของการทำประมงต่อสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม

 และ 3. คณะกรรมการเฉพาะกิจเจรจาแก้ไขปัญหาผลกระทบของการทำประมงต่อสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม  เพื่อดำเนินการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามกฎหมาย MMPA  ให้ทันตามระยะเวลาที่กำหนด   ทั้งนี้ ในการขับเคลื่อนการดำเนินการ คณะอนุกรรมการป้องกันฯได้แต่งตั้งคณะทำงานจัดส่งข้อมูลสำหรับการรายงาน โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศวิทยา เป็นประธานคณะทำงาน และกรมประมงได้เปิดประชุม ป. ปลา

เป็นห้องปฏิบัติการเฉพาะกิจเพื่อการบันทึกข้อมูลในระบบอิเล็กทรอนิกส์ International Affairs Information Capture and Reporting System, IAICRS  คณะทำงานฯมีการปฏิบัติงานต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2564จนกว่าการจะบันทึกข้อมูลแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 โดยมีผู้บริหารกรมประมงกำกับและติดตามความก้าวหน้าในการทำงานอย่างใกล้ชิด

                โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2564  ซึ่งมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ ได้มีมติเห็นชอบในหลักการของแผนปฏิบัติการระดับชาติเพื่อการอนุรักษ์และบริหารจัดการสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม พ.ศ. 2566 – 2570  และโครงการเร่งด่วนเพื่อการอนุรักษ์และบริหารจัดการสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม พ.ศ. 2564-2565

ตามที่ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทำการผลักดัน เพื่อใช้โอกาสในช่วงระยะเวลาที่สหรัฐฯผ่อนผัน ในการติดตามประเมินสถานภาพสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม การวางระบบรวบรวมข้อมูลสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมจากการทำประมง การพัฒนากฎระเบียบ ข้อบังคับ หรือมาตรการที่เกี่ยวข้องในการลดการตายและการบาดเจ็บของ สัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมจากการทำประมง เพื่อให้สอดรับกับกฎหมาย MMPA ของสหรัฐฯ 

                สำหรับแผนปฏิบัติการระดับชาติเพื่อการอนุรักษ์และบริหารจัดการสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม พ.ศ. 2566– 2570  ประกอบด้วย 5 กลยุทธ์ 19 แผนงาน 51 โครงการ ดังนี้ กลยุทธ์ที่  1 การติดตามและประเมิน (Monitoring & Estimation)  ประกอบด้วย 2 แผนงาน 8 โครงการ  กลยุทธ์ที่ 2 การวิจัยและพัฒนา (Research & Development)  ประกอบด้วย 5  แผนงาน 11  โครงการ  กลยุทธ์ที่ 3 การอนุรักษ์และจัดการ (Conservation & Management)  ประกอบด้วย 6 แผนงาน  11  โครงการ  กลยุทธ์ที่ 4 การบังคับใช้ (Enforcement) ประกอบด้วย  3  แผนงาน 7 โครงการ กลยุทธ์ที่ 5  การสื่อสาร (Communication) ประกอบด้วย 3 แผนงาน  14  โครงการ

 

 โดยมีโครงการเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อการอนุรักษ์และบริหารจัดการสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม พ.ศ. 2564 – 2565 จำนวน 8 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการการใช้เทคโนโลยีสำรวจติดตามและประเมินจำนวนสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมกลุ่มประชากรใกล้ฝั่งและไกลฝั่ง  2. โครงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมงและวิธีการทำการประมงเพื่อป้องกันการติดโดยบังเอิญของสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม

 

 3. โครงการการประเมินผลกระทบด้านสังคม เศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหา การบรรเทาผลกระทบและการเยียวยาชาวประมง ผู้ประกอบการ และผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่ 4. โครงการ การแก้ไขปัญหาเครื่องมือประมงที่มีผลกระทบต่อพะยูน 5. โครงการการพัฒนาระบบการออกใบอนุญาตทำการประมง (e-License) เพื่อรองรับมาตรการเพื่อการอนุรักษ์และบริหารจัดการสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม

 

 6. โครงการการเพิ่มประสิทธิภาพระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าสัตว์น้ำเพื่อรองรับ Marine  Mammal Protection Act ของประเทศสหรัฐอเมริกา 7. โครงการการควบคุมเฝ้าระวังพื้นที่ทำการประมงในบริเวณพื้นที่เสี่ยงต่อสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม  8. โครงการการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลสัตว์ทะเลหายากผ่านระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพทางทะเล (Smart Marine Patrol)  มีวงเงินงบประมาณรวม  225.9 ล้านบาท  โดยมอบให้อนุกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย อ. 1 พิจารณารายละเอียดโครงการและงบประมาณต่อไป