เราคาดว่ากำไรสุทธิของ SMPC ใน 3Q64 จะอยู่ที่ 163 ล้านบาท (-10% YoY, -6% QoQ) ส่งผลให้กำไรสุทธิในงวด 9M64 อยู่ที่ 452 ล้านบาท (-11% YoY) และคิดเป็น 80% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเรา
ทั้งนี้ กำไรที่ลดลง QoQ จะเป็นเพราะ SG&A ยังทรงตัวในระดับสูงเพราะต้นทุน logistic และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน COVID-19 ในขณะเดียวกัน กำไรที่ลดลง YoY จะเป็นเพราะอัตรากำไรขั้นต้นลดลงตามการประหยัดต่อขนาดที่ลดลง
ยอดขายลดลง QoQ
เราคาดว่ายอดขายใน 3Q64 ของ SMPC จะอยู่ที่ 1.1 พันล้านบาท (+15% YoY, -3% QoQ) ส่งผลให้ยอดขายในงวด 9M64 อยู่ที่ 3.1 พันล้านบาท (+5% YoY) และคิดเป็น 73% ของประมาณการยอดขายปีนี้เราคาดว่าปริมาณยอดขายจะลดลง 8% QoQ เหลือ 1.8 ล้านถัง เนื่องจาก COVID-19 ระบาด และ ลูกค้าบางราย (ที่อ่อนไหวกับต้นทุนเหล็กแผ่นรีดร้อน และต้นทุน logistic) อาจจะเลื่อนคำสั่งซื้อออกไปก่อนราคา HRC เฉลี่ยอยู่ที่ US$1,870/ton (+275% YoY, +23% QoQ) ดังแสดงใน Figure 5 ในขณะที่ดัชนี BDI ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 5,200 จุดในเดือนกันยายน 2564 ดังแสดงใน Figure 6 ทั้งนี้ ข้อมูลศุลกากรรายงานว่าการส่งออกถังก๊าซที่ผลิตจากเหล็กหรือเหล็กกล้าในเดือนสิงหาคม 2564 อยู่ที่ 506 ล้านบาทในขณะที่มูลค่าการส่งออก 3QTD อยู่ที่ 946 ล้านบาท (-4% YoY) ดังแสดงใน Figure 2 (รายได้ของ SMPC มีสหสัมพันธ์กับมูลค่าการส่งออก 0.88)
อัตรากำไรจะได้อานิสงส์จากเงินบาทที่อ่อนค่าลง และสัดส่วนยอดขาย
เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นใน 3Q64 อยู่ที่ 26.7% (-1.1ppts YoY, +0.3ppts QoQ) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นงวด 9M64 อยู่ที่ 25.1% (-0.4ppts YoY) เทียบสมมติฐานของเราทั้งปีที่ 24.0% เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง YoY เป็นเพราะได้อานิสงส์จากการประหยัดต่อขนาดน้อยลง ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น YoY จะเป็นเพราะเงินบาทอ่อนค่าลง และสัดส่วนยอดขายดีขึ้น (ส่วนใหญ่เป็นถังสามส่วน) ทั้งนี้ อัตราแลกเปลี่ยนใน 3Q64 เฉลี่ยอยู่ที่ 32.90 บาท/ดอลลาร์ จาก 31.30 บาท/ดอลลาร์ใน 3Q63 และ31.30 บาท/ดอลลาร์ ใน 2Q64 ในขณะที่สัดส่วน SG&A ต่อยอดขายจะอยู่เพิ่มขึ้นเป็น 14.0% ใน 3Q64(จาก 10.5% ใน 3Q63 และ 13.4% ใน 2Q64) เนื่องจากต้นทุนค่าขนส่ง, ค่าใช้จ่ายด้านการตลาด และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการป้องกัน COVID-19 เพิ่มขึ้น
Valuation & action
เรามองว่าประมาณการกำไรปี 2564 ของเรายังมี upside อีก ~10% จากอัตรากำไรขั้นต้น เช่นเดียวกับราคาเป้าหมายของเรา (จาก 12.70 บาทเป็น 14.00 บาท) ซึ่งใกล้เคียงกับราคาปิดล่าสุด ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ โดยอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่คำนวณจากราคาปิดล่าสุดอยู่ที่5-6% น่าจะเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงราคาหุ้นเอาไว้ เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” SMPC โดยประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2565 ที่ 12.70 บาท อิงจาก PER เท่าเดิมที่ 10.5x (ค่าเฉลี่ยในอดีต)
Risks
เงินบาทแข็งค่าขึ้น, ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ของทางการ, ราคาวัตถุดิบผันผวน, นโยบายการค้า, ความเสี่ยงด้านเครดิต, ความเสี่ยงจากสินค้าแทนกัน









