background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

เช็คความพร้อม ก่อนบอกลา “ภาษีมูลค่าเพิ่ม”

เช็คความพร้อม ก่อนบอกลา “ภาษีมูลค่าเพิ่ม”

เช็คลิสต์ เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของการจด “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” หรือ “จด VAT“ พร้อมเปิดเงื่อนไขในการออกจากระบบ VAT มีอะไรบ้าง แล้วถ้าอยากออกจากระบบ VAT ต้องทำอย่างไร

“กิจการใดที่จดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หากต้องการออกจากระบบ จะต้องมีรายได้ต่ำกว่า 1.8 ล้านบาท ไม่น้อยกว่า 3 ปี จึงจะขอออกจากระบบ VAT ได้”

ตามหลักกฎหมายกำหนดว่า หากผู้ใดมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท 

โดยหลังจด VAT กิจการต้องจัดทำรายงานภาษีซื้อ ภาษีขาย รวมถึงทำแบบ ภ.พ.30 เพื่อนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแก่สรรพากรทุกเดือน แม้ว่าช่วงหนึ่งช่วงใดที่กิจการไม่มีรายได้หรือรายจ่ายเลยก็ตาม ก็จำเป็นต้องนำส่งแบบ ภ.พ.30 เปล่าแก่สรรพากร  

สำหรับคนที่รายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องจด VAT แต่มีแนวโน้มรายได้เกิน ควรพิจารณาให้รอบคอบว่าอยากจด VAT ในรูปแบบกิจการแบบใด เจ้าของคนเดียว หรือในรูปแบบนิติบุคคล เพราะเมื่อจดภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว หากต้องการออกจากระบบอาจไม่ใช่เรื่องง่าย 

อย่างไรก็ตาม หลังจด VAT แล้วหากรายได้ต่อปี ไม่ถึงเกณฑ์ 1.8 ล้านบาท แต่กิจการยังต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มทุกเดือน สำหรับกิจการที่ไม่สามารถผลักภาระภาษีมูลค่าเพิ่มให้ลูกค้าได้ จะทำให้กระทบต่อผลการดำเนินการอย่างมาก 

ดังนั้น หากรายได้ไม่ถึงเกณฑ์และต้องการออกจากระบบ VAT ลองมาตอบคำถามเหล่านี้เพื่อเช็กว่าคุณทั้งหลายพร้อมบอกลาภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือยัง 

ก่อนออกจากระบบ VAT คิดดีแล้วหรือยัง?

​ก่อนที่กิจการหรือผู้มีรายได้จะออกจากระบบ VAT ควรตรวจสอบข้อดีและข้อเสียก่อน เพื่อชั่งน้ำหนักความได้เปรียบเสียเปรียบที่อาจจะเกิดขึ้นได้ หากตัดสินใจออกจากระบบ VAT

  •   ข้อดีของการจด VAT  

- สามารถขอคืนภาษีซื้อได้ ไม่ว่าจะเป็นซื้อของใช้ในอุปกรณ์สำนักงาน ของที่ซื้อมาขายไปสามารถนำมาขอคืนภาษีซื้อได้หากสินค้านั้นมี VAT ก็จะทำให้ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องจ่ายลดลงจากการเคลมภาษีซื้อนั่นเอง

- มีความน่าเชื่อถือ การจด VAT จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าหรือคู่ค้าของเรา เพราะเป็นเหมือนเครื่องการันตีว่าธุรกิจมีตัวตนอยู่จริง ได้รับการตรวจสอบจากสรรพากรเรียบร้อยแล้ว

- เพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจ ในกรณีที่ลูกค้าหรือคู่ค้าที่เข้ามาติดต่อซื้อขายกับกิจการ หากมีการขอใบกำกับภาษี เพื่อนำไปใช้หักภาษีขายของลูกค้าเอง แต่กิจการกลับไม่ได้จด VAT ไว้ อาจจะทำให้พลาดโอกาสในการซื้อขายทำธุรกิจกันต่อก็ได้

  •   ข้อดีของการไม่จด VAT  

​- ไม่ต้องยื่นรายงานภาษีซื้อและภาษีขายทุกเดือน เพราะเมื่อจด VAT แล้ว จะต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ของทุกเดือนถัดไปแม้ว่าเดือนนั้นๆ จะไม่มีรายการซื้อ-ขายสินค้าก็ตาม ซึ่งถ้าหากกิจการไม่ยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่มแก่สรรพากร หรือยื่นล่าช้า อาจถูกคิดค่าปรับได้

​- สินค้ามีราคาถูกลง ปกติเมื่อจด VATหากมีการขายสินค้าให้กับลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดา และบวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ไว้ด้วย ทำให้ราคาที่ลูกค้าซื้อสินค้าแพงขึ้น ดังนั้น หากไม่จด VAT ก็จะทำให้มีสภาพคล่องในการขายสินค้ามากกว่า เนื่องจากราคาถูกลงก็ขายสินค้าได้ง่ายขึ้นนั่นเอง  

  •   เงื่อนไขในการออกจากระบบ VAT ครบถ้วนหรือไม่?  

เมื่อกิจการตัดสินใจแล้วว่า ต้องการออกจากระบบ VAT ขั้นตอนต่อมา คือ ควรตรวจสอบเงื่อนไขทางกฎหมายก่อนว่า กิจการเข้าเงื่อนไขในการออกจากระบบ VAT ได้หรือไม่ ดังนี้

1.หากผู้ประกอบการต้องการ เลิก/ปิด กิจการ สามารถแจ้งยกเลิก VAT ได้โดยยื่นแบบ ภ.พ.09 เพื่อแจ้งเลิกประกอบกิจการแก่สรรพากร โดยกิจการสามารถยื่นแจ้งเลิกกิจการไปพร้อมกับแจ้งยกเลิก VAT ได้ ซึ่งต้องแจ้งภายใน 15 วัน นับจากวันที่เลิกประกอบกิจการ และต้องคืนบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีในนามกิจการที่เลิกภายใน 60 วัน 

2.ยังประกอบกิจการอยู่ และรายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาท สามารถออกจากระบบ VAT ได้ โดยยื่นแบบ ภ.พ.08 หากเป็นไปตามเงื่อนไขคือ 

- มีรายได้ตลอดทั้งปีไม่ถึง 1.8 ล้านบาทติดต่อกัน 3 ปี ถึงจะมีสิทธิขอให้อธิบดีสั่งถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้

- กิจการที่ได้รับยกเว้น VAT แต่ผู้ประกอบการเลือกที่จะขอจด VAT โดยได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี และมีมูลค่าของฐานภาษีต่ำกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปีมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน

  •  การยื่นขอออกจากระบบ VAT ทำอย่างไร? 

กิจการสามารถยื่นแบบเพื่อขอถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือผู้ประกอบการที่จดทะเบียนกับกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ยื่นกับกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่  

​นอกจากนี้สามารถยื่นออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร หรือยื่นผ่านระบบ Tax Single Sign On (Tax SSO) เว็บไซต์ของกระทรวงการคลัง

เมื่อยื่นคำขอถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว กิจการจะได้รับรหัสเพื่อยืนยันว่าได้ยื่นขอยกเลิก VAT เรียบร้อยแล้ว จากนั้นต้องรอให้อธิบดีพิจารณาและมีคำสั่งอนุมัติถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก่อน จึงจะถือว่าออกจากระบบ VAT เรียบร้อย

และระหว่างที่ยังไม่ได้หนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากทางกรมสรรพากร ว่าให้ออกจากระบบVAT ได้ กิจการยังจำเป็นต้องทำหน้าที่ยื่นแบบ ภ.พ.30 เปล่าส่งสรรพากรอยู่เหมือนเดิม

สุดท้ายแล้ว กิจการต้องมั่นใจว่าหากออกจากระบบ VAT แล้ว ในอนาคตจะมีความคล่องตัวในการดำเนินกิจการ และได้รับประโยชน์จากการออกจากระบบ VAT จริง รวมถึงรายได้จะไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เพราะเมื่อใดที่รายได้เกินเกณฑ์กำหนด หากไม่กลับไปจด VAT จะถือว่ามีความผิดทางกฎหมาย

Source: by Inflow Accounting