วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับตัวลงตามต่างประเทศ (29 กันยายน 64)

วันอังคารที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวบวกในช่วงเช้า แต่มีแรงขายเข้ามาในช่วงบ่าย ทำให้ดัชนีปรับตัวลงในแดนลบ จากแรงขายในหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังจากที่ปรับตัวขึ้นมามาก

ได้แก่หุ้น SCB, BAY, KBANK และยังมีปัจจัยลบจากการที่ World Bank ปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยเหลือโต 1% จากเดิม 2.2%ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,616.50 จุด -3.52 จุด -0.22% มูลค่าการซื้อขาย 98,947 ลบ. ต่างชาติ +3,335.64 ลบ. TFEX +19,181 สัญญา ตราสารหนี้ -1,835.95 ลบ.

 

ปัจจัยบวก  

+ บริษัทไฟเซอร์ อิงค์ประกาศว่าเริ่มฉีดวัคซีนให้คนไข้รายแรกในการทดลองวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่แล้ว โดยเป็นวัคซีนที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี mRNA เช่นเดียวกันกับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของไฟเซอร์ที่พัฒนาร่วมกับไบออนเทค
+ ประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) กล่าวว่า จีนมีทุนสำรองและเครื่องมือด้านนโยบายที่เพียงพอในการป้องกันไม่ให้การผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทไชน่า เอเวอร์แกรนด์ ส่งผลกระทบจนกลายเป็นวิกฤตการเงินโลก
+ นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด กล่าวต่อสภาคองเกรสว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังอยู่ห่างไกลจากการบรรลุเป้าหมายการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญก่อนที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
+ ธปท.เล็งออกมาตรการรวมหนี้ข้ามแบงก์คาดเริ่ม ต.ค.หวังลดภาระดอกเบี้ยลูกหนี้
+/- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 10,414 ราย มีผู้เสียชีวิต 122 ราย รักษาหาย 11,580 ราย

 

ปัจจัยลบ

- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 569.38 จุด -1.63 หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. และกังวลภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐ รวมทั้งความขัดแย้งในสภาคองเกรสเกี่ยวกับการอนุมัติร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวและการเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐ

 

- ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 16 เซนต์ -0.2% ปิดที่ 75.29 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นติดต่อกัน 5 วันทำการ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐในวันนี้ รวมทั้งการประชุมของกลุ่มโอเปคพลัสในวันที่ 4 ต.ค.
- โกลด์แมน แซคส์ ปรับลดคาดการณ์ GDP ของจีนในปี 2564 ลงสู่ระดับ 7.8% จากระดับ 8.2% โดยระบุว่า ปัญหาขาดแคลนพลังงานและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงอย่างมากมีแรงกดดันให้เศรษฐกิจจีนมีความเสี่ยงที่จะเผชิญภาวะขาลง
- วุฒิสมาชิกรัฐแมสซาชูเสตต์กล่าวโจมตีนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดว่าเป็นบุคคลอันตรายที่บ่อนทำลายระบบธนาคารสหรัฐ และตนจะขัดขวางมิให้นายพาวเวลได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานเฟดอีกสมัยหนึ่ง
-สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่จังหวัดในประเทศไทย

 

แนวโน้มตลาดวันนี้  

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวลงตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยมีแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. ประกอบกับนักลงทุนยังติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,600-1,622จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน

• เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3-ทัวร์เที่ยวไทย : AOT MINT ERW CENTEL ASAP
• ค่าการกลั่นปรับตัวขึ้นเป็นบวกต่อ : TOP SPRC PTTGC
• ศบค. ผ่อนคลายเปิดโรงหนัง-ปรับเวลาเคอร์ฟิว-เวลาเปิดร้านอาหาร : MAJOR AU ZEN M CPALL
 

หุ้นรายงานพิเศษ 

                     NCL – “มุมมองบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการปี 64”

•รายงานรายได้ใน 2Q64 ที่ 354 ลบ. +69%YoY, +4%QoQ จากค่าระวางเรือที่เพิ่มสูงขึ้น มี %GPM ที่ 17.6% เทียบกับ 13.9%ใน 2Q63 และ 19.3%ใน1Q64 โดย %GPM ที่ลดลง QoQ เป็นผลจากการปรับลดค่าบริการให้ลูกค้าหลังอัตราค่าระวางเรือเพิ่มขึ้นแรงขณะที่ %SG&A เท่ากับ 13% ดีขึ้นทั้ง QoQ, YoY เทียบกับ 13.9%ใน 1Q64 และ 28.6%

 

ใน2Q63 จากการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ส่งผลให้มีกำไร 2Q64 ที่ 18.8 ลบ. พลิกจากขาดทุน 18.16 ใน2Q63 แต่ -8.9%QoQ โดยในช่วง 1H64 บริษัทมีกำไรที่ 38.9 ลบ +306%YoY

•คาดผลการดำเนินงานในปี 64 ทำระดับสูงสุดใหม่ และเติบโตต่อเนื่อง ในปี65 โดยมีปัจจัยเติบโตจาก ความต้องการขนส่งสินค้าที่อยู่ในระดับสูง และค่าระวางเรือที่ทรงตัวในระดับสูง นอกจากนี้บริษัทยังมี upside เพิ่มเติมจาก ธุรกิจกัญชง กัญชา โดยร่วมมือกับบริษัท UREKA และม.เกษตร ซึ่งสามารถทำผลิตภัณฑ์ได้ทั้ง ต้นน้ำ-กลางน้ำ และปลายน้ำ (คาดเฟสแรกจะดำเนินการปลูกราวประมาณ 1 พันไร่ ในปี 2565 และจะปลูกเต็มพื้นที่ 2 พันไร่ ภายใน 2-3 ปี ที่มา: ทันหุ้น)

•ความเห็น แม้เรามีมุมมองบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการปี 64 ที่คาดว่าจะทำ New High แต่ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้น 407% YTD ประกอบกับ P/E ที่ระดับ 53 เท่า สูงกว่ากลุ่มซึ่งอยู่ที่ระดับ 30 เท่า เราจึงแนะนำเพียงเก็งกำไร

 

หุ้นมีข่าว

(+) GLOCON ( Bloomberg Consensus - บาท) คงเป้ารายได้ปีนี้เติบโตที่ 2,080 ล้านบาท หรือเติบโต 35% ชูอาหารแปรรูปแช่แข็ง และอาหารกึ่งสำเร็จรูปพร้อมทาน และผลิตภัณฑ์อาหารจากโปรตีนพืช ที่มียอดขายโตต่อเนื่อง เตรียมขยายตลาดยุโรปและสหรัฐเพิ่ม ขณะที่คาดเริ่มรับรู้รายได้จากเครื่องดื่มกัญชงไตรมาส 4/2564 นี้ ส่วนปี 2565 วางเป้ารายได้ไว้ที่ 2,700 ล้านบาท
(ที่มา ทันหุ้น)

(+) JWD ( Bloomberg Consensus 19.30 บาท) JWD ผนึกสตาร์ทอัพไทย MyCloud Fulfillment รุกสู่ธุรกิจ "คลังสินค้า Fulfillment" รองรับผู้ค้าขายออนไลน์ เปิดบริการในย่าน มีนบุรี ให้บริการจัดเก็บ แพ็กสินค้าและจัดส่งครบในที่เดียว เชื่อมต่อทุกแพลตฟอร์มออนไลน์และการทำ Data Mining คาดปี 2566 มีผู้ใช้บริการเต็ม สามารถสร้างรายได้แตะ 100 ล้านบาท
(ที่มา ทันหุ้น)

(+) SA ( Bloomberg Consensus 15.00 บาท) “ไซมิส แอสเสท” จับมือกับ Bitkub รับแลกเงินสกุลดิจิทัล เพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าในการซื้อบ้าน-คอนโดฯ ให้กับลูกค้าทุกโครงการ เพื่อขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่ม New Gen มากขึ้น คาดเปิดให้บริการได้ภายใน 1 ต.ค.นี้ (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) FORTH ( Bloomberg Consensus 22.00 บาท) AOT ร่วมทุน FORTH ตั้งบริษัทร่วมทุน “FORTH MRO” ลุยโรงซ่อมเครื่องบินพื้นที่คลังสินค้า 3 สนามบินดอนเมือง ลุยก่อสร้างปลายปีนี้ คาดเปิดดำเนินการไตรมาส 3 ปีหน้า ฟาก “นิตินัย” ยันไม่ได้บีบ THAI ออกจากพื้นที่ศูนย์ซ่อมสนามบินดอนเมือง แต่จำเป็นต้องส่งหนังสือแจ้งเตือน เหตุ THAI ไม่ยอมต่อสัญญาและไม่ชำระค่าตอบแทนมาตั้งแต่ปี 55 กระทบ AOT ต้องจ่ายผลตอบแทน 3,800 ล้านบาทให้กรมธนารักษ์แทน (ที่มา ข่าวหุ้น)