วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลุ่มพลังงานอาจผลักดันให้ SET Index เคลื่อนไหวดีกว่าภูมิภาค

สินค้าโภคภัณฑ์กลุ่มพลังงานปรับขึ้นโดดเด่น หุ้นยุโรปปรับลดลง ขณะหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นนำโดยกลุ่มพลังงาน เนื่องจาก

1) การอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐฯ หลังตัวเลขเงินเฟ้อชะลอ 2) ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์กรายงาน ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ก.ย.พุ่งขึ้นสู่ระดับ 34.3 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 18.0 (จากส.ค.ที่ระดับ 18.3) และ 3) สต็อคน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงมากกว่าที่คาด ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในกลุ่มพลังงานตัวอื่น อาทิ ก๊าซธรรมชาติแลถถ่านหินยังคงปรับตัวขึ้นโดดเด่น เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและจิตวิทยาการลงทุนในภาพรวมของหุ้นไทย โดยมีหุ้นพลังงานที่เราชอบ คือ TOP, BANPU, PTTEP

        TOP - ยังประเมินได้ผลบวกจากทิศทางค่าการกลั่น (GRM) ที่ดีขึ้น และการฟื้นตัวตามธีมเปิดเมือง ที่ช่วยเพิ่มความต้องการใช้น้ำมันสำหรับรถยนต์รวมถึงเครื่องบิน

        BANPU - แนวโน้มผลการดำเนินงานยังได้ผลบวกจากทั้งราคาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ ขณะที่ราคาอาจมีการเคลื่อนไหวเชิงบวกก่อนการเข้าซื้อขายของ Warrant ในช่วงต้นต.ค.
        PTTEP - ผลการดำเนินงานปกติมีแนวโน้มดีขึ้น และน่าจะดีสุดของปีในช่วงไตรมาส 4/64 แต่เนื่องจากนโยบายประกัยความเสี่ยงอาจทำให้มี hedging loss ราคาหุ้นจึงมีแนวโน้มอาจพีคก่อนผลประกอบการ

กรุงเทพแซนด์บ็อกซ์ รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 15 ต.ค. จากเดิมแผนนำร่อง 5 จังหวัด (กทม. ชลบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เชียงใหม่) จะเริ่ม 1 ต.ค. มีแนวโน้มที่กทม.จะเลื่อนเป็น 15 ต.ค. เพื่อรองรับการฉีดวัคซีนให้เกิน 70% (อัตราฉีดเข็มสอง กทม. อยู่ที่ 37%) ซึ่งเรามองความล่าช้า 2 สัปดาห์ไม่มีผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการเปิดเมือง ขณะที่จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดการระบาดระลอกใหม่ลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนหุ้นในกลุ่มธีมเปิดเมือง
 

 

ธีมการลงทุนระยะสั้น ยังเป็นธีมเปิดเมือง สลับกับหุ้นอื่นๆแบบเก็งกำไรรายตัว เรามองทยอยสะสม ADVANC, DTAC, FTREIT, WHART / ทยอยสะสมสาธารณูปโภค GULF, GPSC, EGCO, RATCH, EASTW, WHAUP, TTW / กลุ่มอาหารและเกษตร TVO, TU, CPF, GFPT, TWPC / เก็งกำไร กลุ่มเดินเรือ PSL, TTA, RCL / เก็งกำไรกลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP, BGC / เก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุนกลุ่มเปิดเมือง BBL, SCB, KBANK, CPN, CRC, MINT (มีร.ร.ในตปท.), SHR (มีร.ร.ในตปท.) / เก็งกำไรทางเทคนิค MDX, TH, VNG, SKN, WIIK, FSMART, MFEC, KTC, ACE, AQUA, GJS, SUPER, ESTAR, NUSA, EVER, ORI, AMANAH, ACAP / เครื่องมือการแพทย์ SMD, WINMED, TM, BIZ

ภาพรวมกลยุทธ์: เคลื่อนไหวในกรอบจำกัด 1,625-1,640 ขณะที่บรรยากาศเก็งกำไรหุ้นรายตัวจะยังเป็นบวก โดยเฉพาะธีมเปิดเมือง สลับกับหุ้นอื่นๆ ทั้งนี้ควรกำหนดจุดตัดขาดทุนและแบ่งทำกำไรทุกครั้ง//หุ้นแนะนำ: BANPU*, CENTEL*, VPO*, WHA*  

แนวรับ: 1,615-1,625/ แนวต้าน : 1,643 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

 

ประเด็นการลงทุน

เงินเฟ้ออังกฤษพุ่งมากสุดเป็นประวัติการณ์. เพิ่มขึ้น 3.2% yoy มากที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เริ่มจัดทำเมื่อปี 2540 อย่างไรก็ตาม ONS เชื่อว่าการพุ่งขึ้นของดัชนี CPI เป็นเพียงสภาวะชั่วคราว

จำนำทะเบียนรถ ร้องขอคืนค่าทวงหนี้. สมาคมธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ จ่อยื่นหนังสือ “มหาดไทย” วันที่ 22 ก.ย. นี้ เพื่อขอปรับเกณฑ์ค่าทวงถามหนี้ให้ครอบคลุมการจำนำทะเบียนรถหลังเกณฑ์ใหม่เก็บค่าปรับไม่ได้ 
 

 

ค่าระวาง - ดัชนี Baltic dry index (BDI) เพิ่มขึ้นแตะ 4,233 จุด +0.28% โดย ดัชนีค่าระวางเรือใหญ่มาก (Capesize) -0.58%, ดัชนีค่าระวางเรือใหญ่ (Panamax) +1.23%, ขณะที่ค่าระวางเรือกลาง (Supramax) +1.14%

Opportunity day – 16 ก.ย. IP, PPS, THANI, TMILL, MC, ASEFA, EKH / 17 ก.ย. TAKUNI, ZIGA, GCAP, FVC, PRM, TM, WINMED / 20 ก.ย. JR, ASIMAR, RT, SIMAT, TQR, UBIS / 21 ก.ย. OCEAN, THRE, TEAM, SO, NOK, DHOUSE, TOG

กลุ่มเครื่องมือการแพทย์ – มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นจากการเปิดให้นำเข้าชุดทดสอบโควิด (ATK) ซึ่งจะมีส่วนช่วยต่อกำไรในช่วงไตรมาส 3-4 ของปี ขณะที่ผู้ประกอบการที่มียอดสั่งซื้อค้างอยู่ ยังอาจมีแนวโน้มรายงานกำไรไตรมาส 3/64 ที่ดีขึ้นจากไตรมาส 2/64 ขณะที่มีบริษัทมาให้ข้อมูลใน Opportunity day 17 ก.ย. เป็นปัจจัยบวกต่อการเก็งกำไรหุ้น SMD, WINMED, BIZ, TM

BBIK - เข้าทำการซื้อขายเป็นวันแรก บริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับ Digital transformation 

KCE - หุ้นเพิ่มทุน อัตราการใช้สิทธิ์ 1:1 ที่ราคา 26.48 บาท เริ่มซื้อขาย 17 ก.ย. 64

ประเด็นติดตาม: -  14 ก.ย.: US Inflation Figure เดือน ส.ค., 15 ก.ย.: Chinese Retail Sales เดือน ส.ค., 16 ก.ย.: US Initial Jobless Claims

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)