ภาวะตลาดที่ไม่ดีไม่น่าจะกระทบกับ AEONTS มากนัก - เรามองว่าภาวะตลาดและสถานการณ์ในช่วงไตรมาสที่สองของ AEONTS (มิถุนายน-สิงหาคม)
เช่น 1.) สถานการณ์ COVID-19 รุนแรงยิ่งกว่าเดิม 2.) ยอมให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 พักชำระหนี้สามเดือน/ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง (จากกลางเดือนกรกฎาคม-กลางเดือนตุลาคม) แต่เราคาดว่าผลการดำเนินงานของ AEONTS อาจจะไม่แย่นัก เนื่องจากผลการดำเนินงานในตลาด CLMV ดีขึ้น โดยเฉพาะในกัมพูชา และมีการขาย NPL ก้อนใหญ่ออกไปโดยได้ราคาดี ซึ่งจะช่วยชดเชยยอดกันสำรอง
ที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจในประเทศ
คาดว่ากำไรสุทธิจะอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาทใน 2Q64/65 (+4% QoQ, +24% YoY), +57% ใน 1H64/65 เราคาดว่าผลประกอบการจะดีขึ้นอีกใน 2Q64/65 (สิ้นสุดเดือนสิงหาคม) แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ที่รุนแรงขึ้นตลอดไตรมาส เราคาดว่ากำไรสุทธิใน 2Q64/65 จะอยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท โดยใช้สมมติฐานดังนี้ 1.) ลูกค้าประมาณ 5% ของฐานลูกค้าทั้งหมดยื่นขอพักชำระหนี้ชั่วคราวกระทบกับการเก็บรายได้ดอกเบี้ย 2.) สินเชื่อทรงตัว QoQ แต่ -1% YoY (เราใช้สมมติฐานว่าโมเมนตั้มสินเชื่อในประเทศยังเป็นบวกในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม แต่พลิกเป็นลบในเดือนสิงหาคม) 3.) ผลการดำเนินงานในตลาด CLMV ดีขึ้น โดยเฉพาะในกัมพูชาซึ่งสถานการณ์ COVID-19 ดีขึ้น ในขณะที่กิจการในเมียนมาร์ยังคงขาดทุนอยู่ 4.) มีกำไรจากการขาย NPLเพิ่มขึ้นเป็น 400 ล้านบาท 5.) ตั้งสำรองเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง ทั้งนี้ เมื่ออิงตามประมาณการ 2Q64/65 ของเรา กำไรสุทธิในงวด 1H64/65 จะคิดเป็นประมาณ 52% ของประมาณการทั้งปีของเรา
ขาย NPL ออกไป 3 พันล้านบาทในเดือนที่แล้ว
AEONTS ขาย NPL ออกไปประมาณ 3 พันล้านบาทใน 2Q64/65 โดยได้ราคาดีมาก ทำให้เราคาดว่าบริษัทจะมีกำไรจากการขาย NPL รอบนี้ประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งจะบันทึกเป็นรายได้พิเศษในไตรมาสนี้ และจะช่วยชดเชยยอดกันสำรองที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอ
Valuation
เราประเมินมูลค่าหุ้น AEONTS โดยอิงจาก P/E ที่ 12.5x ซึ่งสะท้อน PEG ที่ 0.8.x จากกำไรเฉลี่ยสองปีข้างหน้า โดยกำหนด discount จากหุ้นอื่นในกลุ่ม 45% เรายังคงคำแนะนำซื้อ โดยประเมินราคาเป้าหมายที่ 230 บาท
Risks
อุปสงค์สินเชื่อชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ, ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ของทางการกดดัน yield สินเชื่อ,NPL เพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้าระดับล่าง.








