การแข็งค่าของเงินเหรียญกดดันสินทรัพย์เสี่ยง - ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) นักลงทุนมีท่าทีระมัดระวังต่อความเสี่ยงก่อนการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 9 ก.ย.
สะท้อนผ่านการเพิ่มขึ้นของดัชนีความผันผวน (VIX Index), การแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐฯ และการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (ซึ่งนักลงทุนอาจมองเป็นดัชนีวัดเงินเฟ้อ) ในกรณีที่ทาง ECB ส่งสัญญาณลดการผ่อนคลาย อาจหนุนให้ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นและทำให้เงินเหรียญสหรัฐฯ อ่อนค่าลงในระยะสั้น อย่างไรก็ตามตลาดอาจแสดงความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ ก็อาจต้องเรงลดการผ่อนคลายเช่นกัน ซึ่งอาจดังให้ดัชนีค่าเงินสหรัฐฯ (Dollar Index) ปรับสูงขึ้น กดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงได้ ดังนั้นปัจจัยจับตาระยะสั้นจะยังคงอยู่ที่ทิศทางของค่าเงินสหรัฐฯ
ครม.มีมติให้ INTUCH กลับไปถือหุ้น THCOM 51% ตามสัญญาสัมปทานแรกสุด (11 ก.ย.34) มีการระบุให้ INTUCH (SHIN ในขณะนั้น) ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทาน ต้องตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาดำเนินการ และถือหุ้นไม่น้อยกว่า 51% ซึ่งต่อมาคือ THCOM (ชินวัตรแซทเทลไลท์ ซึ่งขณะนั้นยังไม่ได้เป็นบริษัทจดทะเบียน) และทาง INTUCH รักษาสัดส่วนดังกล่าวมาตลอดแม้จะมีการเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลท. 18 ม.ค.37 จนกระทั่งมีการพัฒนาโครงการ iPSTAR ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง และบริษัทเล็งเห็นว่าน่าจะต้องมีการเพิ่มทุน ทำให้ 24 ธ.ค.46 THCOM มีหนังสือถึงกระทรวงไอซีที ขออนุมัติลดสัดส่วนการถือหุ้นของ INTUCH ลงเหลือไม่ต่ำกว่า 40% มีการหารือระหว่างกระทรวงไอซีทีและอัยการสูงสุดหลายครั้ง จนได้รับการอนุมัติในวันที่ 27 ต.ค.47
การกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นในเบื้องต้นเป็นไปเพื่อให้แน่ใจว่าธุรกิจจะมีความมั่นคงในการดำเนินการและปฏิบัติตามสัญญากับรัฐได้ ดังนั้นการมีคำสั่งให้ INTUCH กลับไปถือหุ้น 51% (จาก 41.13%) จึงดูไม่มีความจำเป็น อีกทั้งเป็นการสั่งก่อนสัมปทานจะหมดอายุเพียง 3 วัน (10 ก.ย.64) ในกรณีที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามคำสั่งดังกล่าว เรามองความเป็นไปได้ดังนี้ 1) INTUCH แสดงความจำนงค์ทำคำเสนอซื้อบางส่วน (Partial tender offer) จากนักลงทุนทั่วไป และขอเว้นการทำคำเสนอซื้อทั้งหมด 2) INTUCH เข้าซื้อหุ้นในกระดาน 3) THCOM ออกหุ้นเพิ่มทุนแบบ PP ให้ INTUCH // เราคิดว่า INTUCH จะต่อสู้คดีคำสั่งดังกล่าวผ่านศาลปกครอง และในกรณีที่ต้องปฏิบัติตามมติครม. เราคาดบริษัทจะใช้แนวทางที่ 1 ในการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น
ธีมการลงทุนระยะสั้น กลุ่มสื่อสารและ REITs ยังเป็นแหล่งพักเงินที่ดี ในช่วงที่ตลาดกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงการปรับประมาณการผลประกอบการที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เรามองทยอยสะสม ADVANC, DTAC, FTREIT, WHART / ทยอยสะสมสาธารณูปโภค GULF, GPSC, EGCO, RATCH, EASTW, WHAUP, TTW / กลุ่มอาหารและเกษตร TVO, TU, CPF, GFPT, TWPC / เก็งกำไร กลุ่มเดินเรือ PSL, TTA, RCL / เก็งกำไรกลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP, BGC / เก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุนกลุ่มเปิดเมือง BBL, SCB, KBANK, CPN, CRC, MINT (มีร.ร.ในตปท.), SHR (มีร.ร.ในตปท.) / เก็งกำไรทางเทคนิค MDX, TH, VNG, SKN, WIIK, FSMART, MFEC, KTC, ACE, AQUA, GJS, SUPER
ภาพรวมกลยุทธ์: ทรงตัวและยังมีโอกาสแกว่งขึ้น 1,660-1,680 จากแรงเก็งกำไรหุ้นรายตัว ขณะที่ภาวะซื้อมากเกินของหุ้นขนาดใหญ่ในระยะสั้น หนุนแรงเก็งกำไรหุ้นเล็กขึ้นมาสลับ อย่างไรก็ตามควรกำหนดจุดตัดขาดทุนและแบ่งทำกำไรทุกครั้ง//หุ้นแนะนำ: ADVANC*, EASTW*, TEAMG*, ALT*
แนวรับ: 1,615/ แนวต้าน : 1,643-1,660 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
ประเด็นการลงทุน
BOE อาจขึ้นดอกเบี้ยปีหน้าหากเศรษฐกิจ-เงินเฟ้อโตต่อเนื่อง. หากเศรษฐกิจยังคงฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและอัตราเงินเฟ้อปรับตัวขึ้น
สรท.ชี้ค่าระวางเรือยังขึ้น. สรท.ชี้ค่าระวางเรือยังขึ้น มองการลดลงเป็นเพียงชั่วคราวหลังจีนเปิดท่าเรือมากขึ้น มั่นใจความต้องการใช้เรือขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นทุกเส้นทางจากการเข้าสู่ช่วงเทศกาลขนส่งรับปลายปี
พม่า - ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหาร ประกาศยกระดับการต่อสู้เป็นการลุกฮือทั่วประเทศ
ท่องเที่ยว – รัฐบาลเตรียมประกาศลดระดับการผ่อนคลายในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพ ประจวบ เชียงใหม่ เพชรบุรี ชลบุรี ขณะที่เตรียมเปิดตัวโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 3
Cash balance - ระดับ 1 ได้แก่ CHO, NBC, THCOM ขณะที่ขยายเวลา OTO / ระดับ 2 (ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขายและ Cash balance) SDC, SDC-W1 / ระดับ 3 (ห้าม net settlement, ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขายและ Cash balance) EFORL, T
ประเด็นติดตาม: - 9 ก.ย. – ประชุม ECB / 15 ก.ย. – ประกาศผู้ผ่านเทคนิคไฟฟ้าชุมชนเพิ่ม
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









