วันจันทร์ที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลงเล็กน้อย จากแรงขายในหุ้นขนาดใหญ่ ที่ปรับตัวขึ้นมาในช่วงที่ผ่านมา ทำให้วันนี้หน้าหุ้นส่วนใหญ่ที่ปรับตัวขึ้น เป็นหุ้นขนาดกลาง-เล็ก และหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวอย่างกลุ่มถ่านหิน
เช่น BANPU, LANNA ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,648.37 จุด -1.96 จุด -0.12% มูลค่าการซื้อขาย 78,325 ลบ. ต่างชาติ -991.03 ลบ. TFEX -2,670 สัญญา ตราสารหนี้ -3,381.05 ลบ.
ปัจจัยบวก
+/- ตลาดหุ้น ตลาดน้ำมัน ตลาดทองคำ และตลาดเงินของสหรัฐปิดทำการวันจันทร์ที่ 6 ก.ย. เนื่องในวันแรงงาน
+ ที่ปรึกษาทางการแพทย์แห่งทำเนียบขาว คาดการณ์ว่า สหรัฐจะเริ่มฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 หรือวัคซีนบูสเตอร์ ของบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทคในวันที่ 20 ก.ย.นี้
+ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า บริษัทด้านการลงทุนรายใหญ่ของโลกหลายรายยังเชื่อมั่นในตลาดจีน มองว่าการที่รัฐบาลจีนออกมาตรการคุมเข้มเป็นสิ่งที่จำเป็น
+ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างผลการวิจัยจากจีนว่า การฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 ด้วยซิโนแวคสามารถเพิ่มแอนติบอดีที่ค่อยๆ ลดลงให้ดันสูงขึ้นมาได้ ลดความวิตกกังวลเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันในระยะยาวต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา
+ FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ในเดือน ส.ค.64 พบว่า ดัชนีในอีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 144.37 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 124.3% จากเกณฑ์ซบเซาเดือนก่อนมาอยู่ในเกณฑ์ "ร้อนแรง" จากการฉีดวัคซีนเพื่อคลี่คลายสถานการณ์โควิด-19
+ ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 13,821ราย มีผู้เสียชีวิต 241 ราย รักษาหาย 16,737 ราย
ปัจจัยลบ
- โกลด์แมน แซคส์ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้ โดยคาดว่าชาวอเมริกันมีแนวโน้มใช้จ่ายน้อยลงในช่วงเวลาที่ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาแพร่ระบาดอย่างหนัก โดยรายงานคาดการณ์ล่าสุดว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวเพียง 5.7% ในปีนี้ ลดลงจากเดิมที่ 6%
- ดัชนี PMI ภาคการก่อสร้างของสหราชอาณาจักร ร่วงลงสู่ระดับ 55.2 ในเดือนส.ค. แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. และลดลงจากระดับของเดือนก.ค.ที่ 58.7 เหตุขาดแคลนวัสดุก่อสร้าง
- ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นเผยยอดขายในจีนเดือนส.ค.ร่วงหนัก จากปัญหาโควิด-19 และชิปขาดแคลน
- ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงที่เหลือของปี 64 ยังมีปัจจัยท้าทายและความเปราะบางสูง คาดดีมานด์ชะลอ
- กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยดัชนี CPI เดือนส.ค.64 ลดลง 0.02%YoY กลับมาหดตัวอีกครั้งในรอบ 5 เดือน โดยมีสาเหตุสำคัญจากมาตรการลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ การลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มอาหารสดบางชนิด และราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานเริ่มชะลอตัวลง เฉลี่ย 8M64 เพิ่มขึ้น 0.73%YoY เตรียมปรับกรอบเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้ใหม่จากปัจจุบัน 0.7-1.7% เบื้องต้น คาดว่าทั้งปี 64 อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ระดับ 0.7-0.8%
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสยังแกว่งตัวSideway ออกข้าง โดยขาดปัจจัยใหม่เข้าหนุนตลาด ประกอบกับนักลงทุนยังจับตาสถานการณ์ทางการเมืองที่เริ่มมีการนัดชุมนุมอย่างต่อเนื่อง มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,640-1,660 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• หุ้น Reopening Play : กลุ่มโรงแรม - MINT ERW CENTEL AWC SHR กลุ่มขนส่ง - BEM BTS
กลุ่มห้างสรรพสินค้า - CPN CRC MBK กลุ่มร้านอาหาร - AU M ZEN กลุ่มค้าปลีก - CPALL BJC MAKRO
• FTSE Rebalance Large Cap Index หุ้นเข้า BBL, KBANK หุ้นออก BBL-F,BBL-R ,KBANK-F , KBANK-R, AWC, BJC, DIF : Mid Cap Index หุ้นเข้า AWC, BJC, DIF หุ้นออก ไม่มี : Small Cap Index หุ้นเข้า : JMART, STARK หุ้นออก - FTREIT มีผล 17 ก.ย.
• ค่าการกลั่นปรับตัวขึ้น TOP SPRC PTTGC
• ราคาถ่านหินปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง BANPU AGE LANNA









