วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Sideways (1 ก.ย.64)

เก็งกำไร OR DTAC PSL

คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้

คาดดัชนีฯ Sideways แนวรับ 1630 / 1625 จุด แนวต้าน 1645 / 1650 จุด แนะนำ เก็งกำไร OR DTAC PSL ทางเทคนิค ดัชนีฯ มีแนวโน้มแกว่งตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้าน แต่การปรับขึ้นเริ่มมีจำกัด เพราะการเลือกลงทุนหุ้นรายตัว เริ่มมีแนวโน้มที่จะทำ Sector Rotation จากหุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นแรงในวันทำการก่อนหน้าไปยังหุ้นที่ยัง Laggard จึงแนะนำกลยุทธ์ Selective Buy เพื่อเก็งกำไรระยะสั้น

+ปัจจัยบวก: 1) ค่าเงินบาทยังคงแข็งค่า สะท้อนถึง Fundflow ที่ยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นไทย (ต่างชาติวานนี้ยังซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 9 อีก 3.89 พันล้านบาท) ทำให้ดัชนีฯ มีแนวโน้มที่จะประคองตัวในแดนบวกได้อย่างต่อเนื่อง 2) ตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 ใหม่ ที่ลดลงมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 15,000 ราย ทำให้เกิดความคาดหวังถึงการคลาย Lockdown เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็น Sentiment เชิงบวกต่อทั้งเศรษฐกิจและการลงทุนในตลาดหุ้น

-ปัจจัยลบ: 1) ตลาดยังคงไม่มีปัจจัยใหม่ ๆ ที่จะเข้ามากระตุ้นให้ตลาดปรับขึ้นแรง ขณะที่การปรับขึ้นแรงที่ผ่านมา ต่างรับรู้ปัจจัยบวกต่าง ๆ ที่มาก่อนหน้านี้ไปมากแล้ว ทำให้ตลาดมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยลบสูงขึ้น 2) ราคาน้ำมันมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลดลง จากการคาดการณ์ว่าที่ประชุมโอเปคพลัสอาจตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิตตามที่สหรัฐฯ เรียกร้อง ก่อให้เกิด Sentiment เชิงลบต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน

ประเด็นอื่น ๆ ที่ต้องติดตามวันนี้

       - Opportunity Day ได้แก่ ACE BIZ SELIC BGRIM HARN K RAM

       - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในภาคการผลิตเดือน ส.ค. ที่จะประกาศออกมาในหลายประเทศ โดยเฉพาะของยูโรโซน และสหรัฐฯ (มีแนวโน้มลดลง MoM)

       - ตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะลดลง -2.8 ล้านบาร์เรล จากสัปดาห์ก่อนลดลง -2.9 ล้านบาร์เรล

       - การประชุม OPEC+ วันนี้ (อาจะมีการตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิต)

Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา

+ ตลาดหุ้นไทยปิดบวกต่อเนื่องเป็นวันที่ 8: ตลาดหุ้นไทยขึ้นไปสร้างจุดสูงสุดรอบ 2 ปี 11 เดือน ที่ 1643.76 จุด ก่อนจะมีการลดช่วงบวกลงมาปิดที่ 1638.75 จุด +4.98 จุด วอลุ่มซื้อขาย 1.17 แสนล้านบาท นำบวกโดยกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร +1.25% ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ +1.56% ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ +0.94% เงินทุนและหลักทรัพย์ +0.83% หุ้นบวก >4% GULF RPC B U IRCP TH COTTO OCEAN UEC SINGER SYNEX PJW GENCO หุ้นลบ >4% UV THE SOLAR AI THMUI CSP BYD AS AIT

- ตลาดหุ้นโลกกลับมาปิดลบ: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ DJIA -0.11% (-39.11 จุด) S&P500 -0.13% และ NASDAQ -0.04% โดยซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวนก่อนปิดลบเล็กน้อย นักลงทุนรอข้อมูลสำคัญที่จะบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานกำลังได้รับผลกระทบหนักหน่วงแค่ไหน จากการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตา ส่วนตลาดหุ้นยุโรปกลับมาปิดลบ CAC40 -0.11% DAX -0.33% FTSE -0.40% หลังจากสมาชิก ECB Governing Council กล่าวว่า ECB ควรลดวงเงิน QE และหันมาให้ความสำคัญกับการเร่งเงินเฟ้อพื้นฐานให้ถึงเป้าที่ 2% และ EU แนะนำให้หยุดการเดินทางที่ไม่จำเป็นทั้งหมดจากสหรัฐฯ ท่ามกลางการระบาดของ COVID-19

+/- น้ำมันปิดลบ แต่ทองปิดบวก: WTI -71 เซนต์ ปิดที่ USD68.50/บาร์เรล Brent -60 เซนต์ ปิดที่ USD71.63/บาร์เรล จากคาดการณ์ว่ากลุ่มโอเปคพลัสจะตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมวันนี้ ส่วนราคาทองคำปิด +USD5.90 ปิดที่ USD1,818.10/ออนซ์ จากการที่นักลงทุนถือครองสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ หลังความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ แตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน

ประเด็นสำคัญ

- MAKRO: แจ้งตลาดว่ามีการรับโอนหุ้นกิจการ Lotus เข้ามาจากกลุ่มซีพี แลกกับหุ้นเพิ่มทุนของ MAKRO ส่งผลสัดส่วนผู้ถือหุ้นใหม่ของ MAKRO จะเป็น CPALL 65.97%, CPM 10.21% และ CPH 20.43% ส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย จะมีสัดส่วนถือหุ้น MAKRO ลดลงจาก 6.92% เหลือ 3.39%

+ THAI BAHT: ค่าเงินบาทช่วงเย็นวานนี้อยู่ที่ระดับ 32.26 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าจากช่วงเช้าที่ ระดับ32.43/45 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีการคาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหววันนี้ไว้ที่ 32.20-32.40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นผลจากการแข็งค่าตามทิศทางของสกุลเงินในภูมิภาค หลังจากค่าเงิน USD ในตะกร้าสกุลหลัก (DXYO) อ่อนค่า -1.2% ในรอบ 9 วัน

- JAPAN: ญี่ปุ่นยืนยันพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์เดลตาชนิดใหม่เป็นรายแรก ซึ่งเป็นการกลายพันธุ์ตำแหน่ง L452R และตำแหน่ง N501S คล้ายกับกรณีของสายพันธุ์แอลฟ่า โดยคาดว่าจะเป็นกลายพันธุ์ในประเทศ เนื่องจากผู้ติดเชื้อไม่มีประวัติการเดินทางออกนอกญี่ปุ่น ขณะเดียวกันมีผู้ติดเชื้อตัวเดียวกันนี้ 8 ราย นอกญี่ปุ่น

- China: เศรษฐกิจจีนมีสัญญาณชะลอตัว โดยรายงานภาคการผลิตและ ภาคบริการเดือน ส.ค. ของ NBS ปรับตัวลดลง MoM และแย่กว่าคาด

- Thailand: เศรษฐกิจไทย-BAY ปรับลดเป้าหมายเติบโตเศรษฐกิจไทยปีนี้ ลงเป็น +0.6% (จากเดิม +1.2%)เพราะผลกระทบจากการระบาด COVID-19 ที่ลุกลามไปยังโรงงาน ก่อให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน ในบางภาคอุตสาหกรรม

แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)

หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: KTC AMATA ILM

หุ้นแนะนำเก็งกำไร: OR DTAC PSL

Derivatives: แนะหาจังหวะปิด Long S50U21 ทำกำไรเป้าถัดไปที่ 995 จุด (ติดตามรายละเอียดเพิ่มใน KTZ-D Report)