หุ้นไทยวันนี้ (20 ส.ค.) ปิดตลาดที่ 1,553.18 จุด เพิ่มขึ้น 8.90 จุด หรือเพิ่มขึ้น 0.58% ด้วยมูลค่าการซื้อขายราว 8.23 หมื่นล้านบาท โบรกชี้ตลาดหุ้นกลับมารีบาวด์ลุ้นผ่อนคลายล็อกดาวน์ แต่ยังต้องจับตาปัจจัยกดดันเเฟดลดคิวอีและฟันด์โฟลว์ยังไหลออกต่อเนื่อง
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ (20 ส.ค.) ดัชนี SET Index 1,553.18 จุด เพิ่มขึ้น 8.90 จุด หรือเพิ่มขึ้น 0.58% ด้วยมูลค่าการซื้อขายราว 82,371.05 ล้านบาท ระหว่างทางปรับขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 1,554.45 จุด และต่ำสุดที่ 1,545.92 จุด
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ และหัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดในประเทศยังน่ากังวล แต่เริ่มมีการเสนอแนวคิดผ่อนคลายบางธุรกิจและบางพื้นที่ อาจเป็นเพราะตัวเลขผู้ป่วยที่กลับบ้านสูงกว่าผู้ป่วยใหม่ การฉีดวัคซีนในกรุงเทพฯ ที่มีสัดส่วนต่อประชากรสูง และวัคซีน ที่จะมีการส่งมอบเข้ามากมากขึ้น ในงวดไตรมาส 4 ของปีนี้ กระแสดังกล่าวอาจหนุนให้หุ้นในกลุ่มเปิดเมืองกลับมาปรับตัวดีขึ้นกว่าตลาด ( Outperform) หนุนให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดตลาดวันนี้ ยังยืนบริเวณ 1,550 จุด
แต่อย่างไรก็ตามหากประเมินประเมินจากปัจจัยแวดล้อมในระยะถัดไปดูเหมือนว่า ยังมีโอกาสถูกกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ คือ การกลับมาทำ QE Tapering ของเฟดที่น่าจะมีน้ำหนัก โดยเฉพาะยามที่เข้าใกล้การประชุม Jackson Hole ในสัปดาห์หน้าระหว่าง วันที่ 26-28 ส.ค. ส่วนในประเทศยังต้องติดตามเศรษฐกิจ-การเมือง รวมถึงยังมีข้อจำกัดที่สำคัญยังเป็นเรื่องของฟันด์โฟลว์ จากนักลงทุนต่างชาติ ที่ยังไหลออกต่อเนื่อง ขณะที่แรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันในประเทศมีข้อจำกัดเช่นกัน
ดังนั้นคาดการณ์ว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้า ยังอยู่ในภาวะที่ผันผวนได้
บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า หุ้นไทยปรับตัวขึ้นได้จากสัปดาห์ก่อนแม้จะมีแรงกดดันจากสถานการณ์โควิดในประเทศที่ยังไม่คลี่คลาย โดยการดีดตัวขึ้นของหุ้นไทยในช่วงต้นถึงกลางสัปดาห์ หลักๆ เป็นผลจากแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนสถาบัน โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคารที่ขานรับการผ่อนปรนให้กลับมาเปิดบริการในห้างได้ และกลุ่มการเงินซึ่งได้รับอานิสงส์จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถของนอนแบงก์บางราย
อย่างไรก็ดี หุ้นไทยย่อตัวลงช่วงสั้นๆ ระหว่างสัปดาห์หลังบันทึกการประชุมเฟดทำให้ตลาดตีความว่ามีความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับลดวงเงิน QE ภายในปีนี้
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (23-27 ส.ค.) มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,535 และ 1,525 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,565 และ 1,580 จุด ตามลำดับ
-โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์โควิดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงประเด็น ดังนี้
-การเมืองภายในประเทศ ตลอดจนการประชุมประจำปีของเฟดที่ Jackson Hole ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิต/ภาค
-บริการเดือนส.ค. (เบื้องต้น) ยอดขายบ้านใหม่และบ้านมือสอง ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รายได้/รายจ่ายส่วนบุคคล ดัชนีราคา PCE/Core PCE Price Index
-เดือนก.ค. ตลอดจนจีดีพีไตรมาส 2/64 ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ ดัชนี PMI เดือนส.ค. (เบื้องต้น) ของญี่ปุ่นและยูโรโซน









