วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BPP - ขาย (18 ส.ค.64)

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาคือโอกาสการเติบในสหรัฐ

Event

ประชุมนักวิเคราะห์

Impact

โรงไฟฟ้าแห่งแรกในสหรัฐเป็นโอกาสสร้างการเติบโต

BPP ประกาศว่าจะเข้าลงทุน ในกำลังการผลิต 384MWe ของโครงการ Temple I ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง กำลังการผลิต 768MW ในรัฐ Texas ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจะเป็นการลงทุนในส่วนของ BPP 215 ล้านดอลลาร์ฯ (7,074 ล้านบาท) Temple I จะขายไฟฟ้าให้กับตลาดค้าส่งไฟฟ้า
ERCOT North ซึ่งจะมีแนวโน้มจะสนับสนุนโรงไฟฟ้าประเภท conventional มากขึ้นจากวิกฤติพลังงานใน Texas ที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2564 จากพายุฤดูหนาวที่รุนแรงจนทำให้โรงไฟฟ้าพลังงานลม และ solar ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ ทั้งนี้ มีโรงไฟฟ้า conventional หลายโรงที่ถูกเลิกใช้งานไป
ในช่วงปี 2561-63 คิดเป็นกำลังการผลิตรวมถึง 7.4GW และมีโรงไฟฟ้าที่มีกำหนดจะยกเลิกการใช้งานภายในปี 2569 อีกประมาณ 6.3GW ซึ่งถือเป็นโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับการเข้าไปขยายกิจการไฟฟ้าในสหรัฐ อีกทั้ง BPP กำลังมองหา synergy ร่วมกันระหว่าง Temple I กับ Barnett shale gas asset (BKV) ของ BANPU ซึ่งทั้ง 2 แห่งตั้งอยู่ไม่ห่างกันมากนัก ทำให้สามารถส่งก๊าซจาก BKV ไปยังโรงไฟฟ้า Temple I ได้โดยตรง ซึ่งจะทำให้เกิด synergy ระหว่างกันขึ้น

ความคืบหน้าของโรงไฟฟ้าถ่านหินในจีน, Solar ในญี่ปุ่น และ พลังงานลมในเวียดนาม

โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน Shanxi Lu Guang (SLG) ขนาด 396MWe ผ่านขั้นตอนของการทดลองดำเนินการไปแล้วทั้ง Unit 1 (เมษายน 2021) และ Unit 2 (มิถุนายน 2021) รวมถึง heating piping ไปยังเมือง Changzhi, สายส่งไฟฟ้า และสถานีย่อยด้วย ทั้งนี้ SLG เริ่มส่งกระแสไฟฟ้าเข้าระบบสายส่งแล้วครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิตใน 3Q64 เนื่องจากยังรอหนังสืออย่างเป็นทางการจากรัฐบาลให้จ่ายไฟเข้าระบบเต็มที่ก่อน ซึ่งบริษัทคาดว่าจะได้รับหนังสือดังกล่าวภายใน 3Q64 สำหรับโครงการ solar ใน Kesennuma (10MWe) และ Shirakawa (5MWe) ของประเทศญี่ปุ่น มีความคืบหน้าไปแล้ว 85% และ
64% ตามลำดับ ในขณะเดียวกัน โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนามเฟสที่ 1 (15MWe) ใน Vin Chau มีความคืบหน้าไปแล้ว 68% โดยทั้งสองโครงการตั้งเป้า COD ใน 4Q64 ทั้งคู่

Valuation & Action

เรายังคงคำแนะนำ ขาย BPP โดยปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย DCF เป็น 15.00 บาท จากเดิม 14.00 บาท โดยเราใช้สมมติฐานว่าบริษัทจะรับรู้ผลการดำเนินงานของ Temple I ใน 1Q65 ซึ่งรวมสินเชื่อสำหรับโครงการ Temple I ประมาณ 2,100 ล้านบาทด้วย ซึ่งตามสมมติฐานของเรา Temple I จะช่วยเพิ่มมูลค่า
ให้กับ BPP อีก 1.0 บาท/หุ้น โดยผลประกอบการจากธุรกิจหลักในปี 2564F จะยังคงเท่าเดิม แต่ของปี 2565F จะเพิ่มขึ้น 3.7% เป็น 3,681 ล้านบาท จากเดิม 3,551 ล้านบาท

Risks

ความล่าช้าในการจัดสรรกำลังการผลิตใหม่, การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ของทางการ, โรงไฟฟ้าหยุดผลิตไฟฟ้า, และความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการใหม่