วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บอนด์ยีลฟื้นแรง หนุนหุ้นกลุ่ม reflation ขึ้นเด่นกว่ากลุ่มเทคโนโลยี

ตัวเลขการจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ฟื้นตัวแกร่งช่วยหนุนภาพการลงทุนแบบ reflation trade แต่อาจเป็นลบต่อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์.

ตลาดหุ้น NASDAQ ของสหรัฐเริ่มมีสัญญาณชะลอตัวและให้ผลตอบแทนแย่กว่า Dow Jones กับ S&P500 สะท้อนผ่านมุมมองของนักลงทุนต่อภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดหุ้นที่เป็นบวก โดยเราเชื่อว่าธีมการลงทุนดังกล่าวจะถูกส่งต่อมายังตลาดหุ้นไทยด้วย ในระยะสั้น-กลาง เรายังชอบหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี เดินเรือ จากราคาน้ำมัน เหล็ก ที่ปรับขึ้น รวมถึงหุ้นกลุ่มธนาคารที่คาดได้อานิสงส์จากราคาที่ laggard และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มสูงขึ้นตลอดช่วง 6 วันที่ผ่านมา ขณะที่หลีกเลี่ยงการเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และหุ้นส่งออกอื่นๆ จากเงินบาทที่พลิกแข็งค่าแรงอาจกระตุ้นให้เกิดแรงขายทำกำไรกดดันในช่วงสั้น

การรายงานกำไรที่ดีกว่าคาดช่วยจำกัด downside risk. แม้ว่าผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังจะยังมีความท้าทายจากการระบาดของสถานการณ์โควิดในประเทศ อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/64 จนถึงตอนนี้ส่วนใหญ่ยังออกมาดีกว่าคาดและช่วยลดความตึงตัวของมูลค่าตลาดในมิติของ earnings yield gap ขณะที่การไม่หลุดต่ำกว่า 1515 จุด หรือบริเวณเส้นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 200 วัน ส่งผลให้ภาพเชิงเทคนิคระยะสั้นเป็นบวกมากขึ้น SET มีโอกาสฟื้นตัวทดสอบ 1,565-1,590 จุด โดยเรายังคงมุมมองระมัดระวังและเน้นเป็นการเก็งกำไรระยะสั้นแบบกำหนดจุดทำกำไรและตัดขาดทุน อย่างไรก็ตามการแข็งค่าอย่างต่อเนื่องของดอลลาร์สหรัฐฯ จะส่งผลให้กลุ่มตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวด้อยกว่าตลาดสหรัฐฯ จากผลของทิศทางกระแสเงินทุนไหลกลับ

ธีมการลงทุนระยะสั้น กลุ่มสื่อสารและ REITs ยังเป็นแหล่งพักเงินที่ดี ในช่วงที่ตลาดกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงการปรับประมาณการผลประกอบการที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เรามองทยอยสะสม ADVANC, DTAC, FTREIT, WHART / เก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุน JAS, ALT / ทยอยสะสมสาธารณูปโภค RATCH, EASTW, WHAUP, TTW / กลุ่มอาหารและเกษตร TVO, TU, CPF, GFPT, TWPC / เก็งกำไร กลุ่มเดินเรือ PSL, TTA, RCL / เก็งกำไรกลุ่มอุปกรณ์การแพทย์ SMD, WINMED, BIZ / เก็งกำไรกลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP, BGC / กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ แม้แนวโน้มผลประกอบการดี แต่ระยะสั้นถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับขึ้นและจากความเสี่ยงการผลิตอาจกระทบหากมีพนักงานติดโควิด

ภาพรวมกลยุทธ์: ยังมองเป็นการฟื้นตัวในแนวโน้มลง อย่างไรก็ตามมีโอกาสคาดหวัง การฟื้นตัวในระดับ 5-10% หลังหุ้นขนาดใหญ่ปรับลดลงมาแรง 20-30% //หุ้นแนะนำ: GPSC*, TTA*, PTTGC*, ADVANC*

แนวรับ: 1,515/ แนวต้าน : 1,550-1,565 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

 

ประเด็นการลงทุน

US PPI พุ่งเกินคาด - กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.ค. พุ่งขึ้น 1% mom สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาดที่ 0.6% เมื่อเทียบรายปีเพิ่มขึ้น 7.8% yoy แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการรวบรวมข้อมูลดังกล่าวในปี 2553

MSCI Rebalance - ผลการปรับหุ้นเข้า-ออก ดัชนี MSCI รอบนี้ หุ้นไทยมีเพียง BBL-F ที่หลุดจากดัชนี MSCI Global Standard มีผลสิ้นวันทำการ 31 ส.ค.64

สายการบิน - รมว.คมนาคม เร่ง กพท.ช่วยสายการบินที่ยังติดปัญหาซอฟท์โลน พร้อมจัดทำโรดแมพเพื่อรองรับการฟื้นตัวภายในเดือน ส.ค.

EA - คาดโรงงานแบตเตอรี่เริ่มผลิตได้ไตรมาส 3/64 เผยเริ่มส่งมอบรถบัสไฟฟ้าในเดือน ส.ค. นี้ หลังประกอบแล้วเสร็จกว่า 100 คัน เดินหน้าขยายตลาดกรีนดีเซล และ PCM

 

ประเด็นติดตาม: -  16 ส.ค.: Chinese Industrial Production เดือน ก.ค., Thailand GDP Q2/64 / 17 ส.ค.: EU GDP Q2/64 / 25 ส.ค.: Thailand Focus

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)