วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โควิดทุบอสังหาฯฟุบยาว 2 ปี

(ชมคลิปข่าวด้านล่าง)

เสนาฯ มองตลาดอสังหาฯชะลอตัวไม่ต่ำกว่า 2 ปี เหตุโควิดทุบกำลังซื้อ เกิดโอเวอร์ซัพพลาย แต่ต้นทุนก่อสร้างแพงขึ้นซ้ำเติมวิกฤติ ชี้รายใหญ่ปรับแผนเน้นสภาพคล่องเพื่อความอยู่รอด ห่วงรายย่อยกระทบหนักจ่ายดอกเบี้ยได้น้อยกว่ารายได้ ส่วนมูลค่าตลาดอสังหาฯภาพรวมปีนี้ลดลง 10%

กรรมการผู้จัดการ บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ระบุ วิกฤติโควิดรอบนี้ กระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างมาก เพราะเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติ คือ กำลังซื้อของคนลดลง แต่ต้นทุนภาคอสังหาฯเพิ่มสูงขึ้น จากต้นทุนก่อสร้าง เช่น ค่าแรงจากการปิดแคมป์คนงาน และต้นทุนวัตถุดิบก่อสร้าง เช่น ราคาเหล็กปรับสูงขึ้น ทำให้ภาคอสังหาฯมีแนวโน้มชะลอตัวในปีนี้ ที่น่าห่วงคือธุรกิจอสังหาฯรายย่อย ที่เริ่มได้รับผลกระทบ โดยมีสภาพของการจ่ายดอกเบี้ยได้น้อยกว่ารายได้ที่หามา หรือ Zombie Firm ทำให้ตลาดอสังหาฯที่อยู่รอดจะเป็นรายใหญ่ที่มีสภาพคล่องมากกว่า โดยภาพรวมมูลค่าตลาดอสังหาฯปีนี้คาดว่าจะลดลงไม่ต่ำกว่า 10% และประเมินว่าตลาดอสังหาฯจะกลับมาอยู่ในทิศทางดีขึ้นได้อาจต้องใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี

“ธุรกิจอสังหาฯปัจจุบันไม่ได้อยู่ในทิศทางดีขึ้นภายใน 2 ปีนี้ การจะผ่านวิกฤติรอบนี้ได้ต้องอาศัยสภาพคล่อง เจ้าใหญ่ควบคุมได้มากกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือดีมานด์ดร็อปลง เมื่อคนตกงานมากขึ้นบ้านจะขายได้น้อย อีกเรื่องที่น่าห่วงคือหนี้ครัวเรือนแตะ 90% การซื้อบ้านอนาคตจึงเป็นไปได้ยาก แบงก์ปล่อยกู้ยาก การขายของในตลาดอสังหาฯขึ้นกับการปล่อยกู้ วันนี้ขายได้ 100 หลัง คิดไว้เลยว่าจะถูกปล่อยกู้ได้ 70 หลัง และจะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ส่วนดอกเบี้ยต่ำเป็นปัจจัยบวกเพียงอย่าเดียวที่เกิดขึ้นในขณะนี้”

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องเร่งทำขณะนี้ คือการจัดหาวัคซีนให้กับซัพพลายเชนอสังหาฯทั้งระบบ ทั้งแรงงาน ผู้รับเหมา พนักงาน ซึ่งจะเป็นการประคองธุรกิจ เพราะแม้จะมีการเปิดแคมป์คนงานล่าสุด แต่ก็มีข้อกำหนดในการทำบับเบิล แอนด์ ซีล แต่ยังต้องดูแลในการฉีดวัคซีน และตรวจโควิด (Antigan test) ในการป้องกันโควิดในแคมป์คนงาน

ส่วนตลาดอสังหาฯแม้จะชะลอตัว แต่ในแง่ของผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัว และมองหาช่องว่างในตลาดที่ยังมีโอกาสอยู่บ้าง แม้ตลาดจะเกิดโอเวอร์ซัพพลายก็ตาม เพราะตลาดในบางทำเลก็ยังขายได้อยู่ ที่ก็ต้องเจาะไปถึงตรงนั้น ซึ่งในส่วนของบริษัทฯได้ปรับตัวรอจังหวะและโอกาสที่ดีในการเปิดตัวโครงการ จากแผนการเปิดตัวโครงการเมื่อต้นปี 64 วางไว้ 18 โครงการ มูลค่าประมาณ 16,764 ล้านบาท

ปัจจุบันบริษัทฯมียอดขายที่รอรับรู้รายได้จากการโอน (Backlog) คิดเป็นมูลค่า 7,399 ล้านบาท (ณ สิ้น 31 มีนาคม 2564) และรับรู้รายได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ 4,390 ล้านบาท และทยอยรับรู้ในปีถัดไปตามลำดับ ขณะที่ตั้งเป้ารับรู้รายได้ 10,000 ล้านบาท และเป้ายอดขายที่ 11,000 ล้านบาท