วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โควิดทุบ 'ค้าปลีก' สูญแล้ว 2.7 แสนล้าน

(ชมคลิปข่าวด้านล่าง) เปิดผลสำรวจผู้ประกอบการผู้ค้าปลีกไทย พบดัชนีลดต่ำสุดรอบ 16 เดือน คาดเสียหาย 2.7 แสนล้านบาท โดยกว่า 1 แสนร้านค้าเตรียมปิดกิจการ ยื่นรัฐ 4 ข้อเสนอพยุงธุรกิจทั้งระบบ

รองประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ระบุ ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นค้าปลีกในเดือนก.ค. 2564 พบว่า สถานการณ์ธุรกิจค้าปลีกขณะนี้เผชิญวิกฤติหนัก โดยดัชนีความเชื่อมั่นเดือนก.ค. ลดลงถึงจุดต่ำสุดในรอบ 16 เดือน ติดลบถึง 70% คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 2.7 แสนล้านบาท กว่า 1 แสนร้านค้าเตรียมปิดกิจการ กระทบการจ้างงานกว่าล้านคน โดยมาตรการล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวในเดือนส.ค. ที่ปัจจุบันได้ขยายจังหวัดคุมเข้มสูงสุดเป็น 29 จังหวัด ส่งผลให้ภาคค้าปลีกต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นตัวสู่ระดับปกติ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นช่วงกลางปี 2566

สำหรับ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ค้าปลีก Retail Sentiment Index (RSI) อยู่ที่ระดับ 16.4 ลดต่ำสุดในรอบ 16 เดือน คิดเป็นความเชื่อมั่นติดลบ 70% โดยสมาคมคาดว่าภาคการค้าปลีกและบริการครึ่งปีหลังจะทรุดหนัก ซึ่งการเติบโตโดยรวมปีนี้มีแนวโน้มจะติดลบทั้งปี ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ค้าปลีก RSI ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ยืนอยู่ที่ระดับ 27.6 ต่ำกว่าดัชนีเดือนเม.ย. ปี 2563 ที่ระดับ 32.1 สะท้อนความวิตกกังวลในความไม่ชัดเจนต่อแนวทางการกระจายการฉีดวัคซีนที่ภาครัฐยังมีความล่าช้า และมาตรการ การเยียวยาที่ไม่เข้มข้นมากพอ รวมทั้งการกระตุ้นกำลังซื้อที่ภาครัฐประกาศที่จะอัดฉีดเพิ่มเติมไม่ตรงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่น RSI แยกตามประเภทร้านค้าปลีก จากผลการสำรวจพบว่าดัชนีปรับลดลงมาก อย่างชัดเจนและต่ำลงในทุกประเภท โดยเฉพาะร้านค้าปลีกประเภทห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลีกประเภทร้านอาหารได้รับผลกระทบโดยตรงและหนักสุดจากมาตรการการล็อกดาวน์ ส่งผลให้ยอดขายลดลงกว่า 80-90% เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.

ส่วนร้านค้าประเภทสะดวกซื้อ ก็ได้รับผลกระทบจากมาตรการที่กำหนดให้ปิดบริการตั้งแต่ 21.00-04.00 น. มีผลต่อยอดขายหดหายกว่า 20-25% จากที่รายได้ในรอบดึกที่เป็นส่วนหนึ่งของ Peak Hour หายไป และจำนวนสาขาของร้านค้าสะดวกซื้อกว่า 40% ตั้งอยู่ในเขตสีแดงเข้มที่เป็นเขตควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด

สำหรับประเด็นสำคัญของการประเมินผลกระทบต่อยอดขายและกำลังซื้อและการจ้างงานต่อการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ จากมุมมองผู้ประกอบการ พบว่าผู้ประกอบการ 90% ประเมินการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะเข้าสู่ระดับปกติ ในช่วงกลางปี 2566 หรืออาจจะนานกว่านั้น

อย่างไรก็ดี ทางสมาคมฯเสนอให้ภาครัฐเร่งทบทวน 4 ข้อเสนอในการพยุงธุรกิจทั้งระบบเพื่อป้องกันไม่ให้สูญเสียและปิดกิจการลงจำนวนมาก ได้แก่
1.ภาครัฐต้องมีมาตรการเยียวยานายจ้างช่วยจ่ายค่าเช่า และค่าแรงพนักงาน 50% เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน
2.ภาครัฐต้องช่วยผู้ประกอบการด้วยการลดค่าสาธารณูปโภค 50% เป็นเวลา 6 เดือน
3.ภาครัฐต้องเร่งสถาบันการเงินอนุมัติเงินกู้ Soft Loan ให้ผู้ประกอบการที่ยื่นขอเงินกู้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วภายใน 30 วัน (ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติเงินกู้เพียง 10% ของจำนวนที่ยื่นขอสินเชื่อไปแล้วกว่า 3 หมื่นราย) หากการอนุมัติยังล่าช้าจะส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเลิกกิจการกว่าแสนรายอย่างแน่นอน
4.ขอให้พักชำระหนี้และหยุดคิดดอกเบี้ยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน สำหรับผู้ประกอบการที่เป็นลูกหนี้ปัจจุบันกับสถาบันการเงิน