มุมมองทางเทคนิคที่ดีขึ้น แต่ช่วงสั้นยังไร้ปัจจัยผลักดันที่ชัดเจน

มุมมองทางเทคนิคที่ดีขึ้น แต่ช่วงสั้นยังไร้ปัจจัยผลักดันที่ชัดเจน

OECD ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลกจากผลของวัคซีน

OECD คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัว 5.8% ในปีนี้ และ 4.4% ในปี 2565 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนมี.ค.ที่ระดับ 5.6% และ 4% ตามลำดับ โดยปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ประเทศที่มีความก้าวหน้าในการฉีดวัคซีน อาทิ สหรัฐฯ เป็น 6.9% (จาก 6.5%) และจีนเป็น 8.5% (จาก 7.8%) ขณะที่ปรับลดประเทศที่ยังเผชิญการระบาด และมีอัตราการฉีดวัคซีน เช่น ญี่ปุ่น เหลือ 2.6% (จาก 2.7%) และอินเดีย เหลือ 9.9% (จาก 12.6%) เรายังคงมุมมองเชิงบวกของการลงทุนจากเศรษฐกิจโลกที่ยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัว อย่างไรก็ตามคงมุมมองระมัดระวังเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายเงินทุน เนื่องมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในตลาดเกิดใหม่ที่ช้ากว่าสหรัฐฯ และยุโรป

กทม. ขยายมาตรการควบคุมขั้นสูงไปอีก 14 วัน หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร วานนี้ (31 พ.ค.) มีมติให้ผ่อนปรนมาตรการสำหรับสถานประกอบการ 5 ประเภท ในช่วงเย็นทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ได้ยกเลิก และประกาศให้ กทม.ยังคงปิดกิจการและกิจกรรมที่มี่ความเสี่ยงทั้งหมดตามประกาศฉบับที่ 29 ออกไปอีก 14 วัน นับจาก 1 มิ.ย.64 เราประเมินอาจเป็นแรงกดดันระยะสั้นต่อหุ้นในกลุ่มเปิดเมือง อย่างไรก็ตามการเร่งฉีดวัคซีนที่กำลังเกิดขึ้น ทำให้การปรับฐานหรือแรงขายทำกำไรหุ้นเปิดเมือง น่าจะเป็นโอกาสในการสะสม/เข้าลงทุน

จับตาน้ำมันดิบและราคาเหล็ก 1) การประชุมโอเปคจะกำหนดโทนของน้ำมันดิบและหุ้นพลังงานช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า เกี่ยวกับการเพิ่มผลผลิตน้ำมันสำหรับ มิ.ย.และก.ค. ขึ้นตามกำหนดการเดิมหรือไม่ ในภาวะที่กำลังการผลิตของอิหร่านที่น่าจะได้รับการผ่อนคลายกาคว่ำบาตร น่าจะเพิ่มเข้ามาเช่นกัน 2) ราคาเหล็กในจีนอ่อนลง แต่ตลาดโลกยังแข็งแกร่ง จากนโยบายชะลอการผลิตเพื่อส่งออก และการปรับลดเงินชดเชยส่งออก รวมถึงการออกออกมาตรการเก็บภาษีการส่งออก คาดทำให้ผลิตภัณฑ์เหล็กในตลาดโลกอาจปรับเพิ่มขึ้นอีก ทำให้หุ้นเหล็กหลายตัวที่มีแรงทำกำไรลงมาเริ่มมีความน่าสนใจอีกครั้ง

กลยุทธ์ยังเน้นเลือกเก็งกำไรรายตัวในธีมที่น่าสนใจ ได้แก่ 1) กลุ่มพลังงาน ปิโตรฯ PTT, PTTGC, IVL, IRPC 2) อาหารและเกษตร TVO, CPI, TU, CPF 3) ได้ประโยชน์จากเราชนะ TNP และ KK เนื่องจากเป็นร้านค้าธงฟ้า 4) การขายประกันโควิด บวกต่อ THRE, TIP, TQM 5) ปันผลและกองรีทส์ ADVANC, BTSGIF, CPNREIT, AIMIRT, FTREIT, EASTW, WHAUP, TTW, TIP 6) เก็งกำไรกลุ่มดิจิตัลทีวี BEC, WORK, MONO, JKN 7) หุ้นกลุ่มเหล็ก TSTG, GJS, AMC 8) กลุ่มโลจิติกส์ที่มีสัญญาณระยะสั้นเป็นบวก SONIC, NCL 9) หุ้นกลุ่มเรือ TTA, PSL, RCL

ภาพรวมกลยุทธ์ ฟื้นตัวในกรอบ 1,580-1,606 เพิ่มความระวังความผันผวนระยะสั้นจากการประชุมโอเปควันนี้ ยังคงคำแนะนำไม่ไล่ราคาในหุ้นที่ปรับขึ้นมาก และเลือกเก็งกำไรเฉพาะในหุ้นที่มีปัจจัยผลักดันชัดเจน // หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร RATCH*, TSTH*, SEAFCO*, JKN*

แนวรับ 1,585 / แนวต้าน : 1,600-1,606 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

 

ประเด็นการลงทุน

ค่าระวางเรือ – ดัชนี BDI ปรับลดลงจากค่าระวางเรือขนาดใหญ่ (Capesize) ขณะที่ดัชนีเรือกลาง-เล็ก อย่าง Panamax และ Handysize ยังคงปรับขึ้น

อิหร่านส่งน้ำมันผ่านท่อใหม่ - อิหร่านเริ่มลำเลียงน้ำมันดิบผ่านท่อส่งน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ Goreh-Jask เป็นครั้งแรกแล้ว ซึ่งท่อส่งน้ำมันดังกล่าวจะช่วยให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันโดยใช้เส้นทางอื่นนอกจากช่องแคบฮอร์มุซได้

ธปท.เล็งหั่นเป้า GDP ไทยปี 64 ในเดือนหน้า. หลังโควิด-19 ฉุดเศรษฐกิจไทยโตช้ากว่าคาด ขณะที่ตัวเลขในปี 65 อยู่ระหว่างการทบทวน ประเมินเศรษฐกิจเดือน พ.ค. ยังทรุดหนักเหตุจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก

ศบค.สั่งเบรกเปิด 5 สถานบริการ. ศบค.เยรกคำสั่ง กทม. เปิดสถานการบริการ 5 ประเภทให้ปิดต่ออีก 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. เป็นต้นไป

SEAFCO. เดินหน้าประมูลงาน 2 พันลบ. ไม่รวมงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่จะออกมาในช่วงครึ่งปีหลัง รับโควิด-19 กดดันผลงานปีนี้ แต่แบ็กล็อกยังคงแข็งแกร่งที่ 1.6 พันลบ.

STEC. จับมือ CK เสนอราคาต่ำสุด รถไฟรางคู่สัญญา 2 และ 3 ดันแบ็กล็อกขึ้น 1.05 แสนลบ. ยอมรับโควิด-19 กระทบแรงงาน แต่ยังคงเป้ารายได้ที่ 3.7 หมื่นลบ.

ประเด็นติดตาม: -  1 มิ.ย.: US PMI เดือน พ.ค., EU CPI เดือน พ.ค., OPEC+ Meeting // 4-5 มิ.ย. ประชุมรมว.คลังกลุ่ม G7

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)