วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พาณิชย์เล็งเปิดด่านชายแดน 9 แห่งผลักดันการค้า

กระทรวงพาณิชย์เผยยอดค้าชายแดนและค้าผ่านแดน 4 เดือนแรกของปี 2564 มีมูลค่ารวม 526,000 ล้านบาท โตขึ้น 26.74% คาดทั้งปีจะโตทะลุเป้าที่ 1.4 ล้านล้านบาท พร้อมเตรียมขอเปิดด่านการค้าชายแดน 9 แห่งทั่วประเทศเพื่อผลักดันการค้า

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ระบุ สถิติการค้าชายแดนและผ่านแดนโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 โดยในช่วงเดือนมกราคม - เมษายน ของปี 2564 มีมูลค่าการค้ารวม 526,220 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.74% แบ่งเป็นการส่งออก 314,098 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.16% และการนำเข้า 212,122 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.71% ซึ่งไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้าต่อเนื่อง ที่ 101,976 ล้านบาท

จากการที่กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนและประเมินผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่าแทบจะไม่มีผลต่อตัวเลขการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนของไทยแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม ไทยยังสามารถสร้างโอกาสส่งออกยางพาราซึ่งเป็นสินค้าเกษตรสำคัญไปตลาดมาเลเซียได้เพิ่มขึ้นถึง 60.46% โดยเพิ่มขึ้นจาก 6,022 ล้านบาท เป็น 9,663 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเป็นถุงมือยางและอุปกรณ์ทางการแพทย์

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าหมายว่าตลอดทั้งปีนี้ ยอดการค้าชายแดนและค้าผ่านแดน จะเติบโตขึ้น 3-6% มูลค่ารวม 1.4 ล้านล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจาก ภาพลักษณ์สินค้าของไทยในด้านคุณภาพ การผลักดันเปิดด่านชายแดนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง และเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านที่เริ่มฟื้นตัวภายหลังจากที่มีการระดมฉีดวัคซีน

ขณะเดียวกันได้เตรียมแผนผลักดันการค้าไว้โดยเริ่มส่งหนังสือไปยังผู้ว่าราชการหลายจังหวัด เพื่อขอเปิดด่านผ่านแดนเพิ่มอีก 9 ด่าน จากปัจจุบันที่เปิดใช้อยู่ 46 ด่าน จากทั้งหมด 97 ด่าน โดยย้ำว่าต้องมีจุดตรวจวัดคัดกรองเข้มงวดกว่าปกติ

สำหรับการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย เมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา มีมูลค่าการค้ารวม 295,381 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.78% โดยมีมาเลเซียเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับหนึ่ง รองลงมา คือ สปป.ลาว เมียนมา และกัมพูชา

ส่วนการค้าผ่านแดนประเทศเพื่อนบ้านไปยังตลาดสำคัญ อาทิ จีน สิงคโปร์ เวียดนาม และประเทศอื่นๆโดยภาพรวมเติบโตได้ดี มีมูลค่าการค้ารวมที่ 230,839 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.93% โดยจีนยังคงเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับหนึ่ง รองลงมา คือ สิงคโปร์
เวียดนาม และประเทศอื่นๆ อาทิ สหรัฐ ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้