ติดตามการปรับ GDP ของกระทรวงการคลัง และประชุม FOMC
วันนี้ติดตามการแถลงข่าวของกระทรวงการคลังซึ่งน่าจะมีการปรับประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจลงเหลือ 1.5-2.0% (จากเดิม 2.8%) ซึ่งจะเป็นลบกับจิตวิทยาการลงทุนกลุ่มธนาคาร ขณะที่คืนนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกติดตามถ้อยแถลงจากการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งเฟดจะต้องสร้างความเชื่อมั่นในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันต้องทำให้นักลงทุนไม่กังวลมากไปกับการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้สินค้าโภคภัณฑ์ยังเป็นสินทรัพย์ที่มีโอกาสปรับขึ้นได้ดี
แผนปรับโครงสร้างบริษัท AAV คณะกรรมการบริษัท จึงมีความเห็นเบื้องต้นเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างบริษัท ซึ่งได้แก่ 1) การแปลงหนี้ทางการค้าของ Air Asia Investment Limited จำนวน 3,900 ล้านบาท เป็นทุน 2) เงินทุนจากนักลงทุนใหม่ 3,150 ล้านบาท 3) การเพิ่มทุน ทั้งในส่วนของ ผู้ถือหุ้น AAV และส่วนอื่นๆ 4) การนำ AAV ออกจากตลาดหลักทรัพย์ โดยแลกเป็นหุ้น Thai Air Asia (TAA) แทน เรามองว่าแผนการดังกล่าวดีต่อบริษัท แต่ในแง่ของหุ้นไม่ได้มีอัพไซด์จูงใจต่อการเข้าเก็งกำไร เมื่อพิจารณาจาก 1) มูลค่า Market cap ในอนาคต หากมีการนำ Thai Air Asia (TAA) เข้ามาซื้อขายในตลาดหุ้นแทน AAV คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 27,571 ล้านบาท (คำนวณจากจำนวนหุ้นทั้งหมดหลังเพิ่มทุนและปรับโครงสร้างหนี้ และด้วยอัตราแปลงที่ 20.3925 บาท/หุ้น) 2) หลังการปรับโครงสร้าง สัดส่วนในหุ้น TAA ที่ทาง AAV ถืออยู่ จาก 55% จะลดเหลือ 35.44% หรือ 479.11 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 9,770.27 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่ามูลค่า market cap ในปัจจุบันของ AAV ที่ 12,610 ล้านบาท อยู่ราว 20% 3) กระบวนการปรับโครงสร้างบริษัท ใช้เวลาอีกนาน ขณะที่ในแผนการเบื้องต้น จะมีการขายหุ้นเพิ่มทุนตามสิทธิ์ (RO) ให้กับผู้ถือหุ้น AAV ที่จะแปลงหุ้นเป็น TAA ในอัตราส่วนเบื้องต้นที่ 7 หุ้น TAA ต่อ 1 หุ้นเพิ่มทุน TAA (หรือ 70.86 AAV แลกได้ 7 TAA และได้สิทธิ์เพิ่มทุน 1 TAA) ถ้ามีหุ้นอยู่ อย่างน้อยควรขาย 10% เพื่อเตรียมเงินไว้เพิ่มทุนในช่วง 1 ปี ข้างหน้า
กลยุทธ์ยังเน้นเลือกเก็งกำไรรายตัวในธีมที่น่าสนใจ ได้แก่ 1) ธนาคาร จากการผ่อนคลายเศรษฐกิจ และมาตรการออก REIT buy back รวมถึง Asset warehousing เราชอบธนาคารที่ยัง Laggard อย่าง BBL, SCB, TISCO 2) กลุ่มการแพทย์ BCH, CHG 3) ได้ประโยชน์จากเราชนะ TNP เนื่องจากเป็นร้านค้าธงฟ้า 4) ไฟฟ้าชุมชน เรามองบวกต่อพลังงานทดแทน โดยเฉพาะ ETC และ ACE 5) Re-rating PTG 6) ปันผลและกองรีทส์ ADVANC, BTSGIF, CPNREIT, AIMIRT, FTREIT, EASTW, WHAUP, TTW, TIP 7) กลุ่มพลังงาน ปิโตรฯ PTT, PTTGC, IVL, TOP ส่วน SCC ยังขึ้นน้อยที่สุดใน 1 ปี ที่ผ่านมา 8) งบไตรมาส 1/64 โดดเด่น ได้แก่ SCC, BANPU, SUPER, TVO, PTT, FTREIT, WHART, EASTW, WHAUP 9) การขายประกันโควิด บวกต่อ THRE, TIP, TQM
ภาพรวมกลยุทธ์ แกว่งตัวตามปัจจัยที่เข้ามากระทบ แต่ยังมองบวกจากผลประกอบการไตรมาส 1/64 เน้นเลือกหุ้นผสมระหว่างฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและทยอยสะสมหุ้นปันผลสูง กองรีทส์ที่มีการถือครองต่ำ รวมถึงหุ้นที่ยังขึ้นน้อย // หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร BANPU*, IRPC*, EASTW*, TVO*
แนวรับ 1,543 / แนวต้าน : 1,560-1,580 จุด สัดส่วน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
ประเด็นการลงทุน
กฟภ.เปิดประมูลไฟฟ้าชุมชน 150MW 27-30 เม.ย. แบ่งเป็น เชื้อเพลิงชีวมวล 75MW (เสนอขายโครงการละไม่เกิน 6MW) และเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ(พืชพลังงาน ผสมน้ำเสีย/ของเสีย น้อยกว่าหรือเท่ากับ 25%) 75MW (เสนอขายโครงการละไม่เกิน 3MW) หลังจากนั้นจะประกาศรายชื่อบริษัทที่ยื่นเอกสารทั้งหมด รวมถึงจะตรวจสอบเอกสารและแจ้งสิทธิในรายที่เอกสารไม่ครบถ้วนถูกต้องสมบูรณ์ ให้มายื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยในวันที่ 7 พ.ค.จะแจ้งผลทาง email และเปิดให้ยื่นเอกสารเพิ่มในวันที่ 13,14 และ 17 พ.ค.จากนั้นจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติด้านเทคนิค ในวันที่ 21 พ.ค.ทางเวปไซต์ PPIM คาดเป็นขิตวิทยาเชิงบวกต่อบริษัทที่เข้ายื่นประมูล ได้แก่ UAC. TPCH, SKE, TSE, ACE, ETC
หุ้นกลุ่มเหล็ก – วานนี้ปรับลงแรงเพราะช่วงบ่ายมีข่าวนายกฯสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูแลราคาเหล็กเพื่อลดผลกระทบต้นทุนของผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตามราคาเหล็กเป็นไปตามกลไกตลาดโลก ขณะที่รัฐไม่ได้มีกลไกควบคุมราคาได้เหมือนกองทุนน้ำมัน ดังนั้นที่สุดราคาจะสะท้อนราคาตลาดโลก เพียงแต่ในระยะสั้น ราคาหุ้นในกลุ่มอาจเผชิญความผันผวนบ้าง นักลงทุนควรติดตามใกล้ชิด
ASW (Not rated) – เข้าทำการซื้อขายในตลท.วันแรก (IPO)
ประเด็นติดตาม: - 27 เม.ย.: BOJ Meeting / 28 เม.ย.: TH Industrial Production เดือน มี.ค. / 29 เม.ย. : FOMC Meeting / 30 เม.ย.: Chinese Manufacturing PMI เดือน เม.ย., TH Economic Review
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









